สังคม
“บิ๊กเต่า” นำกำลังลงพื้นที่วัดป่าชนะใจ จ.สระบุรี พบบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก.เกือบ 2,000 ไร่
18 ก.พ. 2569
155 views
“บิ๊กเต่า” นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบวัดป่าชนะใจ จ.สระบุรี พบบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก.เกือบ 2,000 ไร่ ขายกุฏิถวายวัดหรือเพื่ออยู่ปฏิบัติธรรม หลังละ 500,000 บาท
วันพุธที่ 18 ก.พ. 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สนง.ป.ท.) ภายใต้การอำนวยการของ นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการ ป.ป.ท. และ รองฯเลขาธิการ ป.ป.ท. พันตำรวจโทสิริพงษ์ ศรีตุลา พลตํารวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว หรือ บิ๊กเต่า รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นำทีม กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) นำโดยพลตำรวจวจตรีเอนก เตาสุภาพ กองบังคับการป้องกันและปราบปราบการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) อำนวยการโดย พลตำรวจจตรีประสงค์ เฉลิมพันธ์ บูรณาการการทำงานร่วมกับ กรมป่าไม้ นำโดยรองฯ อธิบดี นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นำโดยผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ร่วมกับว่าที่ร้อยตรี คทาวุธ คลังนุช ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสระบุรี และ สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระบุรี ร่วมลงพื้นที่นำหมายศาลเข้าตรวจสอบวัดป่ารักษาใจ หมู่บ้านอริยะ (วัดป่าชนะใจ) พุทธสถานรักษาใจนานาชาติ และชนะใจ บริเวณตำบลหนอง ย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก คาบเกี่ยว อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี แต่ไม่พบ “ครูบาชัยวัฒน์” เจ้าอาวาสวัดป่าชนะใจฯ มีเพียงพระสงฆ์ ทราบเพียงว่า “พระโจ้” ผู้ดูแลวัดพร้อมแม่ชี และทนายความของวัด (ไม่เปิดเผยชื่อ) รวมถึงผู้ปฏิบัติธรรมอีกจำนวนหนึ่ง
พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว และส่วนราชการที่กี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ได้แจ้งวัตถุประสงศ์ พร้อมแสดงหมายศาลเพื่อขอเข้าตรวจสอบ “พระโจ้” แจ้งว่าครูบาชัยวัฒน์ ไม่อยู่ที่วัด เดินทางไปแสดงมุทิตาจิต แด่ครูบาอาจารย์ท่านหนึ่ง ที่ จ.อุบลราชธานี แต่ยินดีและพร้อมที่จะแสดงความบริสุทธ์นำคณะฯ เข้าตรวจสอบตามจุดต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ต้องการ
จุดแรก พระโจ้และแม่ชี ผู้ดูแลวัด ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ ที่บูรณาการกำลังกันเดินทางมา เข้าตรวจสอบยัง ห้องปฏิบัติการ (แอดมิน) การดำเนินการควบคุมบัญชีรายชื่อผู้เข้าปฏิบัติธรรม จุดถัดมาเป็นห้องเจ้าหน้าที่ควบคุมบัญชีรายรับรายจ่ายของวัด อีกจุดต่อมาเป็นกุฏิจำพรรษาของ คูบาชัยวัฒน์ ผลการตรวจค้นตามจุดต่างๆ ไม่พบหลักฐานสิ่งผิดกฏหมายแต่อย่างใด เป็นที่น่าสังเกตระหว่างการนำการตรวจค้นในบริเวณวัด พบมีการก่อสร้างกุฏิคล้าย “บ้านน็อคดาวน์” ปลูกเรียงรายเป็นแนวแซมด้วยต้นไผ่นับสิบหลัง ซึ่งทราบว่าเป็นโซนที่พักของแม่ชี และผู้ปฏัติธรรมที่เป็นสุภาพสตรี ส่วนที่จำพรรษาของพระสงฆ์ จะอยู่ห่างกันเล็กน้อยจะเป็นการก่อสร้างเป็น กุฏิพักสงฆ์ (กระท่อมมุงจาก)
จากนั้น “บิ๊กเต่า” และคณะได้นั่งรถปิกอัพ หรือรถออฟโร๊ด พากันลัดเลาะไปตามถนนดินลูกรัง มีร่องรอยใช้เครื่องกลหนัก ตัดไหล่เขาทำถนนไถกลบตัดต้นไม้มีร่องรอยใหม่ๆ ขึ้นไปบนยอดเขา ที่อยู่ในโซนด้านหลังวัดวนเวียนขึ้นลง มองแล้วเหมือนเป็นอาณาจักรบนเนื้อที่นับพันไร่ มีการก่อสร้างสาธารณูปโภค แทงค์น้ำประปา ห้องสุขา อยู่ทั่วไปในแต่ละจุดที่ถูกนำดินมาถมและปรับบนเนินหน้าผาปลูกที่พักท่ามกลางทิวทัศน์ที่สวยงามเรียกันว่า “ผาชนะใจ”
ระหว่างอยู่บนหน้าผา เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยและซักถามพระโจ้และแม่ชีที่ติดตามมาด้วย ว่าท่านทราบหรีอไม่ว่า ท่านทำผิดกฎหมาย ซึ่งพระโจ้และแม่ชีต่างพยายามชี้แจงว่า ที่วัดชนะใจ ที่อยู่ด้านล่างมีที่เพียง 9 ไร่ ปัจจุบันมี พระ-ชี และผู้ปฏิบัติธรรมเพิ่มมากขึ้นทุกวันจึงได้ขยายพื้นที่ป่าก็เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และช่วยรักษาป่า
นายภูมิวิศาล เกามสุข เลขาธิการ ป.ป.ท เปิดเผยว่า ด้วยสำนักงาน ป.ป.ท. ได้รับการแจ้งเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่ว่า มีวัดป่าหรือสำนักสงฆ์ นำโดยครูบาชัยวัฒน์ แสดงตนเป็นผู้นำคณะสงฆ์และแม่ชี เข้ามาบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่า บริเวณ ต.หนองย่างเสือ อ.มวกเหล็ก คาบเกี่ยว อ.วังม่วง จ.สระบุรี จากเบาะแสแจ้งว่ามีการแจ้งความร้องทุกข์ แต่คดีไม่มีความคืบหน้า และปัจจุบันยังมีการบุกรุก ปรับพื้นที่ และสร้างสิ่งปลูกสร้างอยู่ตลอดเวลา จึงบูรณาการกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ
เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. กล่าวถึงที่ดินบริเวณดังกล่าวว่า เดิมเป็นของป่าไม้ และต่อมากรมป่าไม้ได้มอบให้กับ ส.ป.ก. เพื่อ ดำเนินการจัดสรรให้ราษฏรทำกิน แต ส.ป.ก.ยังไม่ได้จัดสรรให้ราษฏรทำกินแต่อย่างใด และยังไม่มีการอนุญาติให้ผู้ใดเข้ามาใช้ประโยชน์แต่อย่างใด
นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจการสำนักานพระพุทธศาสนา กล่าวว่า จะได้ตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องว่า มีมากหรือไม่ สำนักพุทธจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ขณะนี้ทราบเพียงว่า พระคูบาชัยวัฒน์ มีต้นสังกัดอยู่ จ.เลย ยังไม่ได้โอนย้ายมาอยู่ที่นี้ ส่วนเจ้าคณะ จ.สระบุรี ก็ไม่ยอมรับ ทางต้นสังกัดได้เรียกตัวกลับแล้ว แต่ยังไม่ไป และการที่พระคูบาชัยวัฒน์ แสดงตนเรี่ยไรผ่านโซเชียล หากถวายหรือทำบุญด้วยการบริจาคเงินซื้อกุฏิหลังละ 5 แสนแล้วสามารถนำใบอนุโมทนาบัตรไปขอลดหย่อนภาษีได้นั้น เรื่องนี้ไม่สามารถทำได้ เพราะที่วัดแห่งนี้ ยังไม่มีสถานะเป็นวัด ยังไม่มีการขออนุญาติ ปัจจุบันเป็นเพียงที่พักสงฆ์เท่านั้น จึงขอฝากเตือนผู้ที่จะทำบุญได้ทราบด้วย
จากการตรวจสอบพบพฤติการณ์ เชิญชวนทำบุญ เรี่ยไรเงินในการปรับพื้นที่ก่อสร้างถนน และขุดล้อมต้นไม้จากที่สาธารณประโยชน์ เช่น บริเวณริมถนนสาธารณะ ไปตกแต่งพื้นที่ภายในวัด นำเครื่องจักรหนักเข้ามาในพื้นที่ ขุดปรับแต่งพื้นที่ให้ราบเหมาะแก่การก่อสร้าง ดันต้นไม้ทำถนนขึ้นในใบในแนวป่า และทำการปรับพื้นที่ โดยการชักชวนผ่านช่องทางโซเชียล เชิญชวนให้มาซื้อกุฏิถวายวัด หรือซื้อเพื่ออยู่ปฏิบัติธรรม หลังละ 500,000 บาท ทำถนนทางเข้าพุทธสถานวัดป่ารักษาใจนานาชาติ 10 กิโลเมตร มูลค่า 3.3 ล้านบาท และในการดำเนินการกิจการต่างๆ ภายในวัด ซึ่งส่วนมากเกี่ยวข้องกับการสร้างสิ่งก่อสร้างและปรับพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร หรือ ส.ป.ก. ที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินยังไม่ได้อนุญาตให้แก่ผู้ใด
แท็กที่เกี่ยวข้อง บิ๊กเต่า ,บุกรุกที่ดิน ,วัดป่าชนะใจ