สังคม

เร่งล่าชายคลั่งมีปืน ทำร้ายเมีย-ยิงกู้ภัย-จับพ่อตาเป็นตัวประกัน ขณะที่โรงเรียนอำเภอลาดหลุมแก้ว สั่งหยุดเรียนฉุกเฉิน

5 ชั่วโมงที่แล้ว

1.2K views

วันที่ 17 ก.พ. 69 หลังมีรายงานว่า สภ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ประกาศแจ้งเตือนประชาชน และหน่วยงานในพื้นที่ กรณีเกิดเหตุชายคลุ้มคลั่งมีอาวุธปืนในครอบครองและอยู่ระหว่างการหลบหนี ส่งผลให้หลายโรงเรียนในเขตอำเภอลาดหลุมแก้ว ประกาศหยุดเรียนฉุกเฉินในวันที่ 18 ก.พ.2569 เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน

ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ สอบถามไปยัง พ.ต.อ.ดุษฎี หิรัญรัตน์ ผกก.สภ.ลาดหลุมแก้ว ให้ข้อมูลว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นปัญหาภายในครอบครัว ไม่ได้มีการก่อเหตุคลุ้มคลั่งในที่สาธารณะ หรือภายในโรงเรียนตามที่มีข่าวเผยแพร่

ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุเป็นบุคคลเดียวกับที่ก่อเหตุยิงรถกู้ภัยในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จากนั้นได้หลบหนีมาอยู่บ้านพักในพื้นที่ตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา เกิดความไม่พอใจภรรยาที่ไปแจ้งความ จึงกลับมาที่บ้าน และก่อเหตุจับตัวพ่อตาไปข่มขู่ ว่าหากภรรยาไม่กลับมา จะทำร้ายร่างกายพ่อตา ซึ่งต่อมา ทางพ่อตาสามารถหลบหนีออกมาได้โดยไม่ได้รับอันตราย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน โดยขณะนี้ผู้ก่อเหตุยังอยู่ระหว่างหลบหนี แม้ก่อนหน้านี้จะมีการติดต่อขอเข้ามอบตัว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เข้าพบเจ้าหน้าที่

พ.ต.อ.ดุษฎี ยืนยันว่า ยังไม่มีข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุเข้าไปหลบซ่อนหรือก่อเหตุในโรงเรียนแต่อย่างใด และยังไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ส่วนกรณีโรงเรียนหลายแห่งประกาศปิดเรียนนั้น อยู่ระหว่างประสานงานเพื่อสื่อสารข้อเท็จจริง และลดความตื่นตระหนกของผู้ปกครองและนักเรียน โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากเมื่อกลางดึกวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา นายนพรัตน์ จีนโต หรือ แอล อายุ 30 ปี ก่อเหตุใช้ปืนขนาด 11 มม. ยิงใส่รถกู้ภัยมอเตอร์เวย์จนยางแตก เหตุเกิดที่บริเวณถนนหลวงหมายเลข 7 (ช่วงพัทยา-อู่ตะเภา)  โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมอเตอร์เวย์ ให้ปากคำกับตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี ว่า ขณะออกปฏิบัติหน้าที่ ไปพบรถกระบะตู้ทึบจอดอยู่บริเวณจุดจอดรถฉุกเฉินบนมอเตอร์เวย์ ด้วยความเป็นห่วงจึงเข้าไปสอบถามว่ารถเสียหรือไม่ แต่พบสามีภรรยาคู่หนึ่งนั่งอยู่ในรถ โดยฝ่ายสามีอ้างว่าแค่ทะเลาะมีปากเสียงกับภรรยาเท่านั้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงบอกให้ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ พูดจากัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ขับรถออกจากจุดเกิดเหตุ แต่รถคันดังกล่าวกลับขับตามมาแล้วยิงใส่รถเจ้าหน้าที่ 2 นัด จนล้อหลังฝั่งขวายางแตก เจ้าหน้าที่ต้องขับรถหนีตายและนำรถจอดข้างทาง โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนคนร้ายนำรถจอดข้างทางเช่นกัน แล้วลงจากรถ ดึงแขนภรรยาวิ่งหนีเข้าป่าไป เจ้าหน้าที่กู้ภัยมอเตอร์เวย์จึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบรถของคนร้าย และพบว่าภายในรถมีใบกระท่อมสด จำนวน 51 ถุง น้ำหนักราว 500 กิโลกรัม จึงประสานตำรวจทางหลวง นำกำลังปิดล้อมบริเวณป่าที่ผู้ก่อเหตุพาภรรยาหลบหนีเข้าไป และแจ้งประชาชนให้ระวัง เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นบุคคลอันตราย มีปืน

จนประมาณตีสองกว่า วันที่ 16 ก.พ. มีพลเมืองดีแจ้งว่า พบผู้หญิงได้รับบาดเจ็บ ใบหน้าบวมปูดเหมือนถูกซ้อม อยู่บริเวณริมถนน จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลบางละมุง และแจ้งตำรวจ เจ้าหน้าที่สอบปากคำ ทราบชื่อ นางสาวกาญจนา อายุ 26 ปี เป็นภรรยาของนายนพรัตน์ ผู้ก่อเหตุ

ด้านแม่ของนางสาวกาญจนา ให้การว่า นายนพรัตน์ มีอาชีพค้าส่งใบกัญชา ขณะเกิดเหตุกำลังขับรถนำกัญชาไปส่งลูกค้าที่เมืองพัทยา แต่เกิดมีปากเสียงกันและถูกทำร้ายร่างกาย จนมีกู้ภัยมาเจอ หลังจาก นายนพรัตน์ ยิงรถกู้ภัยแล้ว ก็พานางสาวกาญจนา วิ่งหนีเข้าป่า แล้วไปโผล่ที่ถนนอีกเส้น ก่อนจะใช้ปืนขู่ชิงซาเล้งของชาวบ้านที่ขับผ่านมา แล้วบังคับให้นางสาวกาญจนา ขึ้นรถซาเล้งหนีไปด้วยกัน และขู่ว่าหากหนีจะยิงให้ตาย แล้วบังคับให้นางสาวกาญจนา นำกล่องโฟมขนาดใหญ่คลุมหัว เพื่อไม่ให้ใครเห็นใบหน้าที่บอบช้ำ แต่ระหว่างทาง นางสาวกาญจนา เห็นว่าสามีขับรถผ่านเขตชุมชน จึงกระโดดหนีลงจากซาเล้งและวิ่งไปขอความช่วยเหลือกับพลเมืองดี ส่วนนายนพรัตน์ ได้ขี่รถซาเล้งหนีไป

แม่ของนางสาวกาญจนา บอกว่า นายนพรัตน์ เป็นคนมีนิสัยรุนแรง มักทำร้ายภรรยา และข่มขู่จะฆ่ายกครัวบ่อยครั้ง เคยเอาปืนจ่อหัวแม่ยายด้วย


https://youtu.be/VgPsDOsCxpY

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ชายคลั่ง

คุณอาจสนใจ

Related News