สังคม

"แอล" เครียดหนักจนอยากจบชีวิต หวั่นไม่ได้ประกันตัว โวยวายลั่นห้องขัง อยากออกไปกราบเท้าพ่อแม่

19 ก.พ. 2569

50 views

ตำรวจใช้เวลา 3 วัน ในการตามล่า "แอล" ชายคลั่งยิงรถกู้ภัยเพราะทะเลาะเมีย ก่อนที่ "บิ๊กแจ๊ส" จะพาเข้ามามอบตัว อ้างชนวนเหตุมาจากเรื่อง "หึงเมีย"



คดีนี้เริ่มขึ้นคืนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เวลา 3 ทุ่มครึ่ง นาย นพรัตน์ หรือ แอล ทะเลาะกับ มิ้น ภรรยา อยู่ในรถกระบะตู้ทึบของตนเองบนทางด่วนมอเตอร์เวย์ สาย 7 (พัทยา-อู่ตะเภา) ในพื้นที่สภ.ห้วยใหญ่ ซึ่งเป็นการจอดรถกีดขวางการจราจร เจ้าหน้าที่กู้ภัยทางหลวงจึงขับรถมาตรวจสอบและตักเตือน แอลแจ้งว่าไม่มีอะไร ทะเลาะกันเฉยๆ กู้ภัยจึงบอกว่าให้พูดคุยกันดีดี จากนั้นก็ขับรถออกไป



ปรากฏว่า แอลขับตามพร้อมคว้าปืนยิงรถกู้ภัย 2 นัด ทำให้ยางรถกู้ภัยแตก  จากนั้นจอดรถทิ้งไว้ และหนีเข้าป่าข้างทางไป ต่อมามีรายงานว่าแอลจี้ชิงซาเล้งหนีต่อ ส่วนมิ้น ภรรยาของแอล กระโดดหนีออกมาได้ ก่อนจะแจ้งความแอล ที่ สภ.ห้วยใหญ่ ส่วนรถกระบะตู้ทึบที่จอดทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่ตรวจค้น พบใบกระท่อม 51 ถุง หนัก 500 กิโลกรัม



ราวๆ ตี 2 ของวันที่ 17 กุมภาพันธ์ นายแอลเดินทางมาที่บ้านของภรรยาซึ่งอยู่ที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ญาติภรรยาให้ข้อมูลว่า นายแอลเข้าไปใช้ปืนบังคับจี้ตัวนายสำรวย พ่อตา และจับเป็นตัวประกัน ตัวขึ้นรถกระบะอีซูซุ สีเขียว รถของพ่อตา ขับมุ่งหน้าไปทางอ.บางปะอิน จ.อยุธยา



ตี 2 ครึ่ง ตำรวจ สภ.ลาดหลุมแก้ว เข้าไปที่บ้านพ่อตานายแอล นำคนในบ้าน 5 คน ไปพักอยู่ที่ สภ.ลาดหลุมแก้ว เพื่อความปลอดภัยพร้อมออกค้นหาตัวพ่อตาและนายแอล



ตี 4 นายสำรวยอาศัยจังหวะที่รถชะลอตัวขณะกำลังขึ้นสะพานกระโดดหนีลงมา และไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านและตำรวจ



8 โมงเช้าวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ตำรวจบุกเข้าค้นบ้านนายแอล ซึ่งอยู่ในอ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานีเหมือนกัน เจอปืน 7 กระบอก แต่มีใบอนุญาตแค่ 2 ใบ ตำรวจจึงดำเนินคดีกับนายประกอบ พ่อของนายแอล ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต



คืนวันที่ 17 มีการประกาศเฝ้าระวังนายแอลทั้งคืน ทำให้โรงเรียนหลายแห่งประกาศปิดเรียน



10 โมง ของวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พบรถกระบะอีซูซุ สีเขียว รถของพ่อตานายแอลถูกจอดทิ้งไว้ ในหมู่บ้านส่องแสง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ค้นในรถเจอแมกกาซีนปืนขนาด 9 มม. 1อัน บรรจุกระสุน 30 นัด วางอยู่ที่เกียร์



เมื่อไล่ตรวจสอบภาพวงจรปิด ของบ้านหลังหนึ่ง บันทึกภาพรถกระบะของนายแอลที่ขับเข้ามาในหมู่บ้านเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ตอนเวลา 9 โมง 29 นาที แล้วเดินเท้าออกไป มุ่งหน้าไปยังถนนสองพี่น้อง ลาดบัวหลวง



จากนั้นช่วงบ่าย นายแอลได้ไปขอใช้โทรศัพท์ของป้าน้อย ซึ่งเป็นป้าขายพวงมาลัยหน้าหมู่บ้าน เพื่อโทรหาแม่ ตอนเวลา 13.34น. โดยคุยเป็นเวลา 17 วินาที



ป้าน้อย เล่าว่า เมื่อวานนี้ไม่รู้ว่านายแอลเดินมาจากทางไหน เพราะตอนนั้นกำลังก้มล้างอ่างปลาอยู่ เงยหน้ามาอีกทีก็เจอนายแอล ก่อนที่นายแอลจะถามตนเองว่า ไม่ขายของ ไม่ขายอาหารตามสั่งหรือ ป้าน้อยเลยถามกลับว่า แล้วจะไปไหน ซึ่งนายแอลบอกว่า จะมาหาเพื่อนที่วัดลาดบัวหลวง และรถพัง โดยมารถมอเตอร์ไซต์ พอถามว่าบ้านอยู่ไหน นายแอลก็บอกว่า บ้านอยู่บางเลน ป้าน้อยก็เลยบอกให้เดินไปเรื่อยๆ ก่อนที่นายแอล จะขอยืมโทรศัพท์อ้างว่าจะโทรหาแม่



ไม่ห่างจากจุดที่พบรถกระบะ มีคุณลุงอีกรายที่เจอนายแอล ซึ่งเปิดร้านขายน้ำ และ ไม้รวก เล่าว่า ตอนประมาณ 5 โมงครึ่งของเมื่อเย็นวานนี้ โดยจู่ๆ นายแอลมายืนหน้าร้าน และขอข้าวกิน ซึ่งตนเองบอกว่าไม่ได้ขายข้าว ก่อนที่นายแอลจากเดินจากไป ซึ่งคุณลุงนึกได้ว่ามีไส้กรอกกินเหลืออยู่ 1 ไม้ กับผัก จึงให้ไป จากนั้นนายแอลก็เดินไปริมถนน



บ่าย 3 โมง 55 นาที วานนี้ (18 ก.พ.) นายนพรัตน์ หรือ แอล เข้ามามอบตัวที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี โดยพลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นคนพามา ทันทีที่มาถึง "แอล" ได้ยกมือไหว้ ก่อนจะเดินขึ้นไปที่ห้องสอบสวน



จากนั้นพลตำรวจโทสุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำตัวนาย แอล มาแถลงข่าว บอกว่า แอลรับสารภาพว่า ชนวนเหตุทั้งหมดมาจากเรื่องหึงหวง ยอมรับว่ายิงกู้ภัยจริง แต่เมียเป็นคนส่งปืนมาให้ ดังนั้นเรื่องนี้เมียต้องรับผิดชอบด้วย ยืนยันไม่ได้จะทำร้ายคนอื่นที่ไม่ใช่เมีย



เบื้องต้นแจ้งข้อหา พยายามฆ่าผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ยิงปืนโดยไม่มีเหตุอันควร ท้องที่ สภ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี



ครอบครองอาวุธปืนและพกพาอาวุธปืน ความผิดต่อสิทธิเสรีภาพในการกักขังหน่วงเหนี่ยวพ่อของภรรยา ซึ่งเป็นความผิดในท้องที่ สภ.ลาดหลุมแก้ว



เช้าวันนี้หลานชายแอลมาที่ สภ.ลาดหลุมแก้ว เอาอาหารและเสื้อผ้ามาให้นายแอล พร้อมบอกว่า แอลมีอาการเครียดบ้าง และบอกว่าห่วงลูก



ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 10.15 น. วันที่ 19 ก.พ. 69 ทึ่ สภ.ลาดหลุมแก้ว พนักงานสอบสวน ก็ได้นำตัว นายนพรัตน์ หรือแอล อายุ 30 ปี ออกจากห้องควบคุมตัวเพื่อไปชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างนำตัวขึ้นรถนายแอล บอกว่า วันนี้เครียดมากกว่าเดิม ยอมรับว่าทำร้ายภรรยาจริง ทั้งเตะต่อยทุกวัน เพราะจับได้ว่าภรรยาไปเอากับคนอื่น เป็นพี่พี่รับได้ไหม มีหลักฐานทุกอย่าง และยืนยันว่า ไม่เคยฉี่ใส่ภรรยาเลย



ภายหลังหลังจากที่ในแอลขึ้นรถไปตำรวจก็พาไปยังจุดแรก ซึ่งเป็นบ้านของพ่อตา โดยทันทีที่มาถึงนายแอล เห็นว่าญาติของฝ่ายภรรยานั่งรออยู่พร้อมกับร้องไห้ นายแอลจึงได้เดินเข้าไป เพื่อก้มกราบ และกอดญาติฝ่ายภรรยา ซึ่งนายแอลยืนยันว่า ที่จับพ่อตาเป็นตัวประกัน ก็เพื่อให้ช่วยติดต่อภรรยา ไม่ได้มีเจตนาจะข่มขู่ทำร้ายใดๆ ก่อนจะเริ่มชี้จุดที่จับตัวพ่อตาเป็นตัวประกัน



นายแอล บอกว่า ขับรถมาจอดที่บ้านพ่อตา และขอให้พ่อตาติดต่อมิ้น ภรรยาตนเองให้หน่อย แต่พ่อตาบอกว่าไม่มีเบอร์ ตนเองจึงขอโทรศัพท์พ่อตามาโทร และมิ้นอยู่ชลบุรี ตนเองพยายามทำทุกวิธีทางเพื่อให้มิ้นติดต่อกลับมาและพาตนเองเข้ามอบตัว แต่ก็ไม่สำเร็จ ตนเองจึงบอกให้พ่อตาไปด้วยกันหน่อย ก่อนจะล็อกแขนพาพ่อตาขึ้นรถกระบะ และขับวนอยู่สักพัก โดยยืนยันว่าตอนที่พาพ่อตาขึ้นรถ ไม่ได้มีการชักปืนออกมาขู่ใดๆ แต่พ่อตารู้ว่าตนเองมีปืน



หลังคุมตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านพ่อตาเสร็จ ตำรวจก็คุมตัวนายแอลกลับไปควบคุมที่ห้องขัง ของ สภ.ลาดหลุมแก้วทันที ก่อนที่จะเข้าห้องขัง ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าอยากจะฝากอะไรถึงภรรยาอีกหรือไม่ นายแอล ได้พูดทิ้งท้ายเอาไว้ว่า ไม่มีอะไรอยากจะฝากบอก ถ้าใครเป็นผม ก็ไม่มีใครรับได้หรอก เมื่อถามต่อว่า ยังรักภรรยาอยู่หรือไม่ นายแอลตอบสั้นๆ ว่า ”เขาก็เป็นเพียงแค่แม่ของลูกเท่านั้น และไม่น่าทำกับผมขนาดนี้เลย”


ต่อมา เมื่อเวลา 11.00 น. หลังเข้าห้องขังไปไม่ทันไร ผู้สื่อข่าวก็ได้เสียงดังโครมครามมาจากภายในห้องขัง จนตำรวจต้องเข้าไปห้าม พร้อมกับได้ยินเสียงนายแอลโวยวายภายในห้องขัง



ก่อนที่ต่อมา แม่ของนายแอล พยายามตะโกนเกลี้ยกล่อมให้ใจเย็น แต่นายแอลบอกว่า เครียดมาก คิดถึงพ่อกับแม่ ตอนที่ออกไปข้างนอก ได้ขอร้องให้ผู้กำกับพาไปกราบเท้าพ่อกับแม่หน่อย เพราะว่าจะเป็นการกราบเท้าครั้งสุดท้าย แต่ผู้กำกับก็ไม่ยอมพาไป เครียดกลัวว่าจะไม่ได้ประกันตัว จนอยากจะผูกคอตาย ซึ่งแม่นายแอลก็พยายามบอกให้รอ อีกแค่ชั่วโมงเดียวก็จะถึงเวลาเยี่ยมแล้ว จากนั้น เมื่อนายแอลทราบว่า จะได้เจอกับแม่แล้ว จึงได้บอกว่า “งั้นเดี๋ยวจะรออยู่เงียบๆ” หลังจากนั้นสถานการณ์ก็สงบลง



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/5bmYOGurSKI

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ชายคลั่ง ,หึงเมีย ,นายแอล

คุณอาจสนใจ

Related News