สังคม

ชาวบ้านหนองจานรอเงินเยียวยาไม่ไหว ควักเงินซ่อมบ้านเอง เผยยังผวา กลัวมีรอบ 3 อีก

3 ชั่วโมงที่แล้ว

20 views

ครบ 1 เดือนรอเงินเยียวยาซ่อมบ้านไม่ไหว ชาวบ้านหนองจานควักเงินซ่อมเองไปก่อน เจ้าของบ้านยังผวาไม่กล้านอนบ้าน คนที่อยู่ก็อยู่อย่างผวา กลัวรอบ 3 ฝากถึงรัฐบาลและนายกฯ อยากให้ช่วยเร็วกว่านี้นิดนึง

เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2569 บ้านหนองจาน ม.3 ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ซึ่งครบ 1 เดือน จากเหตุการณ์ระเบิดลูกปืน ค.และจรวดหลายลำกล้อง BM21 ตกใส่บ้านเรือนประชาชนหลายหลัง ในพื้นที่บ้านหนองจาน ม.3 ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ในช่วงเย็นวันที่ 25 ธ.ค. 2568 ซึ่งฝ่ายกัมพูชา ได้ระดมยิงลูกปืนใหญ่ ลูกปืน ค.และเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง BM21 เข้ามาในพื้นที่ชุมชนของไทยอย่างหนัก ก่อนลงนามหยุดยิงเพียง 2 วัน ในช่วงบ่ายวันที่ 27 ธ.ค. สร้างรอยแผลในใจและทำลายความเชื่อมั่นของชาวบ้านที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ต่อไป

ครอบครัวของนายธงกุล อายุ 40 ปี และนางนกแก้ว อายุ 52 ปี สองสามีภรรยา ซึ่งถูกลูกระเบิดปืน ค.ตกใส่โรงเรือน ที่ใช้สำหรับเก็บอุปกรณ์ทำมาหากิน ประกอบด้วยรถจักรยานยนต์ 1 คัน ปั๊มน้ำ ตู้เชื่อมไฟฟ้า อุปกรณ์สำหรับทำอาชีพก่อสร้างและเดินสายไฟฟ้า ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 5-60,000 บาท ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด พร้อมสุนัขตายอีก 1 ตัว

นายธงกุล กล่าวว่า หลังจากกลับมาจากศูนย์อพยพฯ ภรรยานอนที่บ้านไม่ได้เลย กลัวจะเกิดเหตุการณ์รอบ 3 คิดมาก นอนไม่หลับ จนต้องขอกลับไปอยู่ที่บ้านเกิดกับญาติที่ จ.สกลนคร จนถึงวันนี้ ยังไม่กล้ากลับมา ถ้ากลับมาก็ว่านอนไม่หลับ เพราะคิดมาก ส่วนเงินเยียวยาในส่วนของทรัพย์สินที่เสียหาย ได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.โคกสูง ซึ่งตอนแรกจะได้แค่ 10,000 หลังจากนั้นก็พิจารณาให้ใหม่โดย อบต.โนนหมากมุ่น สรุปพิจารณาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า จะเยียวยาให้ 28,000 บาท สำหรับข้าวของที่เสียหาย, ค่าโรงเรือน 5,700 บาท, ค่าเครื่องใช้เครื่องต่างๆ คนละ 1,000 รวม 2 คน 2,000 บาท รวมทั้งหมดประมาณ 35,000 กว่าบาท แต่ยังไม่รู้จะได้เมื่อไหร่

นายธงกุลพาเดินดูจุดที่ถูกไฟไหม้จากระเบิด ซึ่งกำแพงยังคงมีร่อยรอยของสะเก็ดลูกระเบิด และหลุมระเบิดหลงเหลืออยู่ ส่วนเศษซากจักรยานยนต์และอุปกรณ์ที่ถูกไฟไหม้ได้ขายเป็นของเก่า และทำพื้นที่เป็นแปลงผักในปัจจุบัน เงินที่มีบ้าง ก็เก็บไปซื้ออุปกรณ์บางส่วนมาเพื่อรับงานช่างไฟฟ้าเช่นเดิม ตอนนี้ต้องเก็บของไว้ในรถเท่านั้น หากมีเหตุการณ์รอบ 3 ก็จะได้ขนติดรถไปด้วยเลย วันนี้ก็หวังว่า เมื่อไหร่จะได้เงินเยียวยา เพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์ทำมาหากินใหม่เพิ่ม ส่วนภรรยาก็ยังไม่รู้ว่า จะกลับมาวันไหน รอความชัดเจนว่า จะมีรอบ 3 หรือไม่

ด้านนางอารีย์ อายุ 53 ปี เจ้าของบ้านไม้หลังใหญ่ ซึ่งถูกระเบิด BM21 พังยับ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เงินเยียวยาในการซ่อมบ้าน แต่เนื่องจากกลัวว่าฝนจะตก จึงต้องออกเงินเพื่อดำเนินการซ่อมแซมไปก่อน โดยรื้อหลังคาและโครงสร้างออก เพื่อมุงหลังคาใหม่ ส่วนภายในก็กำลังดำเนินการทำฝ้าเพดาน และเดินสายไฟใหม่ ตอนนี้จ่ายเงินไปแล้ว 2 แสนกว่าบาท คาดว่า จะใช้เวลาอีกเกือบเดือนน่าจะเสร็จ ช่างตีราคา ค่าแรง ค่าของทั้งหมดน่าจะประมาณ 4 แสนบาท ส่วนจะได้เยียวยามาเท่าไหร่ก็ยังไม่รู้

นางอารีย์ บอกอีกว่า ตอนนี้ก็ออกเงินเอง รอเงินรัฐบาลบอกว่า ไม่นานๆ แต่ก็จะครบ 1 เดือนแล้ว ก็ยังไม่ได้ เรากลัวว่าฝนจะตก จะเสียเยอะกว่านี้ ตอนนี้ทำได้ประมาณ 50% เราเร่งให้ทำหลังคาก่อน กลัวฝนตก เงินที่มาถึงมือจริงๆ ตอนนี้คือ เงินที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง มอบช่วยเหลือมา 12,000 ที่ได้เงินสดมาแล้วก้อนแรกเท่านั้น ของราชการยังไม่มา บอกว่า รออีกไม่นาน ก็ยังไม่รู้ว่าวันไหน ยังบอกไม่ได้ว่า วันไหน เท่าไหร่ ยอดแน่นอนก็ยังไม่รู้

“ตอนนี้ก็ยังกลัวๆ ทำไปก็กลัวไป กลัวว่ามันจะมีรอบ 3 อีก ถ้าเราไม่ทำมันก็ไม่ได้ ก็อยู่ไม่ได้ เราจำเป็นต้องทำ ไม่อยากให้มีรอบ 3 อีก เพราะบ้านเราอยู่ตรงนี้ กลางคืนผวากันเลย ได้ยินเสียงอะไร ก็ลุกขึ้นแล้ว ได้ยินเสียงแค่หนูวิ่งก็กลัวแล้ว มีหลานเล็ก ๆ ด้วย ไม่รู้จะไปอยู่ไหน” นางอารีย์ กล่าวและว่า อยากฝากถึงรัฐบาลและนายกฯ ที่จะลงพื้นที่บ้านหนองจานว่า บ้านเราเป็นอย่างนี้ อยากให้ช่วยอะไรที่มันเร็วกว่านี้นิดนึง เห็นใจชาวบ้านนึดนึง เพราะว่า ชาวบ้าน ถ้าเขามีเงินหรือรวยจริง ก็คงไม่อยู่ชายแดน แต่บ้านเราเกิดอยู่ตรงนี้ ตั้งแต่ปู่ย่าตายาย เราจะไปอยู่ไหนได้ อยากให้เร็วกว่านี้นิดนึง อันนี้ก็เป็นเดือนแล้ว สำหรับแนวชายแดนตอนนี้ อยากให้ทำกำแพง ทำเลย มันจะได้เสร็จ ต่อไปรุ่นลูกรุ่นหลานเรามีแบบนี้อีกจะทำอย่างไร

จากการตรวจสอบไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเงินเยียวยาในส่วนต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่บ้านหนองจาน ม.3 พื้นที่ อบต.โนนหมากมุ่น โดยทางปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหมากมุ่น รักษาราชการแทนนายก อบต.โนนหมากมุ่น ให้ข้อมูลว่า ขั้นตอนการจ่ายเงินเยียวยาในส่วนของกรณีการซ่อมแซมบ้านหรือบ้านที่ได้รับความเสียหายจากเหตุปะทะชายแดนไทยกัมพูชานั้น ขณะนี้นายช่าง อบต.ได้ร่วมกับทางโยธาธิการ ทางอำเภอ และ ปภ.จังหวัด ได้เข้าสำรวจข้อมูลและประเมินราคาทั้งหมด พร้อมแจ้งให้เจ้าของบ้านทราบว่า จะได้เท่าไหร่แล้ว ตั้งแต่บ้านที่เสียหายไม่ถึง 30%, เสียหาย 30-70% และเข้าข่ายเสียหายทั้งหลัง 70-100%

ทาง อบต.โนนหมากมุ่น แจ้งอีกว่า การดำเนินการที่ผ่านมามีทำไปแล้ว 2 กรณีคือ กรณีแรกขอรับเป็นเงินสด เพื่อซ่อมเอง และกรณีที่สอง ไม่ขอรับเงินสดให้รัฐช่วยซ่อมแซมให้ซึ่งมี 2 ราย ขณะนี้ได้เข้าดำเนินการนำเจ้าหน้าที่เข้าช่วยซ่อมแซมให้แล้ว โดยไปเอาวัสดุจากร้านค้ามาทำก่อน ส่วนเงินเยียวยาซ่อมบ้าน ตอนนี้ยังไม่มีรายไหนได้รับเงิน อยู่ในขั้นตอนดำเนินการซึ่งทาง ปภ.จังหวัดจะเป็นผู้ดำเนินการในการเบิกจ่าย

น.ส.พรหมภัสสร ลิ้มตระกูล หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์ฯ สนง.ป้องกัยภัยฯ จังหวัดสระแก้ว รักษาราชการแทน ปภ.สระแก้ว เปิดเผยว่า ขั้นตอนการจ่ายเงินเยียวยาซ่อมแซมบ้านเหตุปะทะชายแดน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอยู่ระหว่างดำเนินการ การจ่ายเงินเยียวยาสำหรับผู้อพยพเงิน 5,000 และ 2,000 บาท เข้าบัญชีตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา และในวันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2569 ผู้ที่ได้ผู้บาดเจ็บสาหัส 4 ราย ได้รับรายละ 804,000 บาท และทุพพลภาพ 1 ราย ได้รับ 8,013,300 บาท จากเหตุระเบิด BM21 ตกใส่ โดยจะมอบให้เป็นเช็คเงินสด ซึ่ง ครม.เห็นชอบเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุพิพาทแนวชายแดนไทย-กัมพูชาไปแล้ว

ส่วนเงินเยียวยาในการซ่อมแซมบ้านนั้น น.ส.พรหมภัสสร กล่าวว่า ตั้งแต่วันอังคารที่ 27 ม.ค.เป็นต้นไป จะเริ่มจ่ายเงินเยียวยาความเสียหายและซ่อมแซมบ้าน สำหรับในส่วนยอดที่อำเภอดำเนินการได้ตามระเบียบ ไม่เกิน 49,000 บาท ก้อนแรก ส่วนยอดเงินส่วนที่เหลือ จะต้องเสนอเรื่อง เข้ากองทุนเพื่อขอรับการเยียวยาเต็มความเสียหาย (ค่าวัสดุที่เสียหาย) ทั้งหมด และทยอยจ่ายเงินเพิ่มเติม ซึ่งเพดานสูงสุดรวมไม่เกิน 230,000 บาท กรณีการช่วยเหลือเยียวยาซ่อมแซมบ้านเรือน ที่ได้รับความเสียหาย จังหวัดสระแก้วได้ดำเนินการสำรวจ ตรวจสอบ และประเมินความเสียหายของบ้านเรือนผู้ประสบภัยในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ จังหวัดได้ดำเนินการยื่นขอรับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอรับการเยียวยาใน อัตราสูงสุดตามระดับความเสียหายที่เกิดขึ้น ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดด้วย

เมื่อได้รับการอนุมัติงบประมาณจากกองทุนฯ แล้ว จังหวัดจะเร่งดำเนินการโอนเงินเยียวยาให้แก่ประชาชนที่บ้านเรือนได้รับความเสียหายโดยเร็ว เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในการซ่อมแซมและฟื้นฟูที่อยู่อาศัยได้อย่างเหมาะสม จังหวัดขอยืนยันว่า ได้เร่งรัดดำเนินการในทุกขั้นตอนด้วยความรอบคอบ ถูกต้อง โปร่งใส และคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ

สำหรับตัวเลขการสำรวจความเสียหายอาคาร บ้านเรือนที่เสียหายจากเหตุการณ์ปะทะในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว พบว่า อ.ตาพระยา บ้านเสียหาย 44 หลัง แบ่งเป็น เสียหายเกิน 70% 3 หลัง เสียหายบางส่วน 41 หลัง, อ.โคกสูง บ้านเสียหาย 183 หลัง แบ่งเป็น เสียหายเกิน 70% 9 หลัง เสียหายบางส่วน 174 หลัง ในช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 26 ม.ค.69 นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะเดินทางลงพื้นที่ ตาพระยา หนองหญ้าแก้ว และบ้านหนองจาน เพื่อเยี่ยมประชาชนในพื้นที่ปะทะ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัตการในพื้นที่อธิปไตยไทยด้วย



คุณอาจสนใจ

Related News