สังคม
กทม.ไขคำตอบ “ฝุ่นอ้วน” เป็นสาเหตุฝุ่น PM2.5 ดูหนา ทั้งที่อัตราการระบายอากาศดีขึ้น ย้ำปีนี้ดีขึ้น
4 ชั่วโมงที่แล้ว
85 views
“ชัชชาติ” ผู้ว่าฯ กทม. ไขคำตอบ ปรากฏการณ์ “ฝุ่นอ้วน” สาเหตุฝุ่นดูหนา PM2.5 ทั่วเมือง ทั้งที่อัตราการระบายอากาศดีขึ้น ย้ำ สถานการณ์ปีนี้โดยรวมดีขึ้น ต้องขอความร่วมมือพื้นที่ใกล้เคียงในเรื่องการควบคุมการเผา
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ดังนี้
1. อัปเดตสถานการณ์ฝุ่นรายพื้นที่
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า สถานการณ์ดีขึ้นเล็กน้อย เช้านี้ไม่มีพื้นที่สีแดง แต่ยังมีพื้นที่สีส้มอยู่บ้าง โดยเมื่อวานนี้ทางฝั่งตะวันออกอย่างเขตลาดกระบัง มีค่าฝุ่นสีแดงพุ่งสูงขึ้น แต่ปัจจุบันลดลงมาเป็นสีส้ม
อย่างไรก็ตาม ถือว่าสถานการณ์ดีขึ้นช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้แม้อากาศถ่ายเทดีขึ้น (อัตราการระบายอากาศดีขึ้นกว่าวันที่ 12 - 13 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา) เนื่องจากมีการเผาชีวมวลในพื้นที่เกษตรบริเวณจังหวัดรอบข้าง เช่น นครนายก และปราจีนบุรี ซึ่งลมได้พัดพาฝุ่นเข้ามาในกรุงเทพฯ ทำให้มีฝุ่นเติมเข้ามาและระบายออกไม่ทัน
ทั้งนี้ ช่วงที่ผ่านมา ที่ปรึกษาฯ พรพรหม ได้มีการประสานกับนายอำเภอในพื้นที่นครนายก เพื่อขอความร่วมมืองดการเผาชีวมวลซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดี แต่ยังมีการลักลอบเผาในพื้นที่เกษตร วานนี้ ที่ปรึกษาฯ พรพรหม จึงลงพื้นที่ติดตามด้วยตนเอง ทำให้สามารถหยุดการเผาในพื้นที่เกษตรได้ประมาณ 1,000 ไร่ แต่ยังพบการเผาในพื้นที่ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และชลบุรีอยู่ ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีการลักลอบเผาหญ้าหรือขยะ กทม. ก็ได้นำรถดับเพลิงไปดับทันที
2. ปรากฏการณ์ฝุ่นอ้วน
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมเช้านี้ฝุ่นดูหนาตาขึ้น ทั้งที่สถานการณ์จริงดีขึ้น ซึ่งที่ปรึกษาฯ พรพรหมได้อธิบายสาเหตุว่า เพราะมีความชื้นสูงประมาณ 95% เนื่องจากมีลมใต้พัดพาความชื้นเข้ามา เมื่อฝุ่น PM2.5 ที่มีขนาดเล็กมากจนมองไม่เห็นไปเจอและเกาะตัวกับความชื้นและไอน้ำ ทำให้มีขนาดใหญ่ขึ้นหรือเรียกว่า “ฝุ่นอ้วน” ทำให้เรามองเห็นเป็นสภาพเหมือนหมอก และเมื่อแดดออก ความร้อนช่วยให้หมอกจางลง ประกอบกับมีการระบายอากาศที่ดีขึ้น สถานการณ์ก็จะดีขึ้น
3. ประสิทธิภาพของพื้นที่สีเขียว
จากนั้น ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้ชี้ให้เห็นว่า เมื่อเปรียบเทียบค่าฝุ่นระหว่างในสวนสาธารณะกับริมถนนจะเห็นความแตกต่างชัดเจน โดยในสวนซึ่งมีต้นไม้ช่วยกรองฝุ่น สถานการณ์ฝุ่นจะไม่รุนแรงเหมือนริมถนน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าต้นไม้มีส่วนสำคัญในการช่วยกรองฝุ่น ซึ่ง กทม. ได้เร่งปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 2 ล้านต้น
4. อำนาจหน้าที่ในการตรวจจับควันดำ
ด้านที่ปรึกษาฯ พรพรหมได้ชี้แจงข้อจำกัดด้านอำนาจทางกฎหมายของ กทม. ไว้ดังนี้
ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เจ้าหน้าที่ของ กทม. และกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) จะตรวจได้เฉพาะรถยนต์ 4 ล้อส่วนบุคคลเท่านั้น หากพบควันดำเกิน 20% จะติดสติ๊กเกอร์สีเหลือง ห้ามใช้รถชั่วคราว 30 วัน เพื่อให้ไปปรับปรุง ไม่สามารถพ่นสีแดงเพื่อห้ามใช้รถได้ ส่วนรถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไป หรือรถโดยสารสาธารณะ หรือรถยนต์ 4 ล้อที่มีป้ายทะเบียนสีเหลือง กทม. ไม่มีอำนาจตรวจ
โดยรถ 6 ล้อขึ้นไป (รถบรรทุก รถโดยสารสาธารณะ) เป็นอำนาจของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ตาม พ.ร.บ. ขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ที่สามารถพ่นสีแดงเพื่อสั่งระงับการใช้รถได้ทันที
ในการตรวจรถควันดำ จึงเป็นการจัดหน่วยบูรณาการ โดยมี กทม. นัดหมาย ขบ. และตำรวจจราจร มาร่วมตรวจ โดยเน้นไปตรวจที่ต้นทาง เช่น อู่รถเมล์และไซต์งานก่อสร้าง เพื่อไม่ให้กระทบต่อการจราจร
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ย้ำว่า สถานการณ์ปีนี้โดยรวมดีขึ้น ต้องขอความร่วมมือพื้นที่ใกล้เคียงในเรื่องการควบคุมการเผา และขอความร่วมมือให้ประชาชนและทุกภาคส่วนดูแลสภาพรถของตนเอง รวมถึงสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่น
แท็กที่เกี่ยวข้อง ฝุ่นpm2.5 ,ฝุ่นอ้วน