เลือกตั้งและการเมือง
กมธ.วิสามัญฯ แก้ไขไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 ประชุมนัดแรกวุ่น! "ภท.-ปชน." แย่งเก้าอี้ประธาน
2 ชั่วโมงที่แล้ว
58 views
การประชุมกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษามาตราและแนวทางการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาไฟป่า และติดตามปัญหาวิกฤติฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) มีวาระเพื่อเลือกประธานกรรมาธิการฯ และตำแหน่งสำคัญ โดยมี นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีอาวุโสสูงสุดทำหน้าที่เป็นประธานชั่วคราว ก่อนจะเข้าสู่วาระการประชุม โดยเปิดให้สมาชิกเสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมาธิการฯ
โดย นายสมบัติ ยะสินธุ์ สส.แม่ฮ่องสอน พรรคภูมิใจไทย เสนอชื่อ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราข พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานกรรมาธิการ
ขณะที่ นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ เสนอชื่อตัวเองเป็นประธานกรรมาธิการ พร้อมเสนอให้ประธานเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกเสนอชื่อได้แสดงวิสัยทัศน์ เนื่องจากคณะกรรมาธิการชุดนี้ มีเวลาทำงานเพียงไม่กี่เดือน ก่อนจะต้องสรุปข้อคิดเห็นเสนอต่อสภา ก่อนวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ เพื่อให้ทันการพิจารณางบประมาณ รายจ่ายประจำปี 2570
ทั้งนี้ กรรมาธิการหลายคนเห็นด้วย โดย นายคริษฐ์ ปานเนียม อดีต สส.ตาก พรรคประชาชน ได้สนับสนุนให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ก่อนที่ นายสมบัติ จะแสดงความเห็นว่า ประธานกรรมาธิการควรเป็นคนของฝ่ายรัฐบาล เพราะเวลาประสานงาน หรือทำหน้าที่ ถ้าเป็นรัฐบาล ส่วนราชการจะเกรงใจและประสานงานได้ดีกว่า
ด้าน นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เราไม่ควรมาเถียงกันว่าประธานควรเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล เพราะคณะกรรมาธิการฯ ชุดนี้ไม่ได้ตั้งขึ้นมา เพื่อติดตามการทำงานของรัฐบาล จากนั้นนายสมบัติ ได้เริ่มให้ผู้ถูกเสนอชื่อ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการ ฯ ได้แสดงวิสัยทัศน์
โดย นางสาวพิมพ์ภัทรา ได้แสดงวิสัยทัศน์เป็นคนแรก พร้อมระบุว่า คณะกรรมาธิการฯ ชุดนี้ไม่ควรแบ่งแยกตั้งแต่ต้นว่าเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล เพราะการทำงานของคณะกรรมาธิการฯ เป็นการทำงานให้ประชาชน และการตั้งคณะกรรมาธิการฯ ก็ไม่ใช่การเลือกตั้ง แต่เป็นการตั้งมาในทุกยุคทุกสมัย ซึ่งในช่วงต้นเข้าใจดีว่าจะเป็นการติดตามการทำงานของรัฐบาล การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 และการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายกระทรวง เบื้องต้นจึงต้องกลับไปดูว่าแต่ละกระทรวงได้วางแผนการทำงานอย่างไร และนำมาเปรียบเทียบว่าปีที่แล้วกับปีนี้แตกต่างกันอย่างไร และนำผลของคณะกรรมาธิการทุกชุดที่เคยพิจารณาเอาไว้แล้วเข้าสู่คณะกรรมาธิการชุดนี้ เพื่อดำเนินการได้เลย เนื่องจากมีเวลาจำกัด และ สส. ในพื้นที่จะต้องทำงานร่วมกันเป็นมิติสุดท้าย ที่สำคัญจะประชุมแต่ในห้องไม่ได้ ต้องลงพื้นที่ไปติดตามผลการปฏิบัติงานด้วย
ด้าน นายภัทรพงษ์ ได้แสดงวิสัยทัศน์สนับสนุนเห็นด้วย ว่าไม่ควรมีฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล แต่ต้องเป็นคณะกรรมาธิการฯ ที่ทำงานร่วมกัน และต้องทำการบ้านจากรายงานของคณะกรรมาธิการไฟป่าชุดก่อน รวมถึงรายงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คณะกรรมาธิการฯ ชุดนี้เคลื่อนตัวได้เลย โดยจุดเริ่มต้นเห็นว่า ควรต้องตรวจสอบสิ่งที่เคยทำพลาดจากการทำรายจ่ายในงบประมาณปี 2569 ว่ามีอะไรที่ยังขาดแคลน หรือมีจุดไหนที่ไม่เหมาะสม จนถูกตัดงบประมาณเหล่านั้นทิ้ง เช่น การทำแผนพื้นที่ควบคุมมลพิษในพื้นที่ภาคเหนือ แต่สุดท้ายกลับไม่มีการทำตามแผนเหล่านั้น อีกทั้งมีการของบประมาณไป แต่กลับไม่มีการจัดสรรและไม่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งต้องไปดูว่าติดขัดที่ตรงไหน ที่จังหวัดหรือว่าที่กระทรวง และการติดขัดเรื่องการใช้เงินสำรองราชการ ที่จังหวัดกังวลมาก ว่า จะถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบมากๆ แต่ไม่เคยกลัวว่าลมหายใจของประชาชนจะเป็นอย่างไร ซึ่งหลังจากตรวจสอบภูมิภาคมาแล้วก็จะต้องช่วยรัฐบาลทำงาน เช่น ตอนนี้ที่อยู่ระหว่างการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ตนเชื่อว่าถ้าคณะกรรมาธิการฯ ทำงานร่วมกัน ไม่ล่าช้าไม่ศึกษาอะไรที่เคยศึกษามาแล้ว จะช่วยเติมเต็มการจัดทำงบประมาณได้ รวมถึงการจัดทำแผนรับมือกับฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของประชาชนกับหน่วยงานของรัฐให้ทำงานร่วมกันได้ สามารถจัดการปัญหาไฟป่า ซึ่งต้องมีการวางแผนการทำงานให้ละเอียด เพื่อให้ทันต่อการเสนอเข้าสภาก่อน 11 กรกฎาคม ซึ่งจะคาบเกี่ยวกับช่วงที่พิจารณางบประมาณด้วย
จากนั้น ที่ประชุมได้เข้าสู่การลงมติ เลือกประธานกรรมาธิการ และตำแหน่งสำคัญต่างๆ โดยเป็นการลงมติแบบลับ ซึ่งผลการโหวต พบว่า นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส. นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ขณะที่รองประธานคณะกรรมาธิการ ประกอบด้วย นายสมบัติ ยะสินธุ สส. แม่ฮ่องสอน พรรคภูมิใจไทย เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการคนที่ 1 ,นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร สส. เชียงใหม่ พรรคประชาชน เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ 2 ส่วนเลขานุการ คณะกรรมาธิการคือ นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สส. บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย