สังคม

รวบแล้วพนักงานรักษาโรงรับจำนำ ทน.ตรัง ไขเซฟลักทองคำกว่า 100 บาท สารภาพติดหนี้พนัน

9 ม.ค. 2569

203 views

รวบแล้วพนักงานรักษาโรงรับจำนำ ทน.ตรัง ไขเซฟนิรภัยลักทองคำ คาดน้ำหนักกว่า 100 บาท มูลค่านับ 6 ล้านบาท สารภาพติดหนี้พนัน ด้านนายกฯเล็ก เผยเสียหายเล็กน้อย ยันพร้อมชดเชยประชาชนที่ทรัพย์สูญหาย

วันที่ 9 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตรัง โดย พ.ต.ต.มังกร ชัยเพชร์ สว.สอบสวน (เจ้าของคดี) ได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดตรัง ขออนุมัติออกหมายจับ นายนิพิฐพนธ์ อายุ 42 ปี ตำแหน่งพนักงานรักษาของ สถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง (โรงรับจำนำ) ตามหมายจับศาลจังหวัดตรังที่ 11/2569 ในข้อกล่าวหา “ลักทรัพย์ของผู้อื่น ในสถานที่ราชการ ที่เป็นของนายจ้างหรืออยู่ในความครอบครองของนายจ้าง โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป

สืบเนื่องจากกรณีเกิดเหตุทรัพย์สิน โดยเฉพาะทองคำหลายรายการสูญหายจากตู้เซฟนิรภัยของสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยเข้าสอบปากคำอย่างเข้มข้นอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. นายนิพิฐพนธ์ ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุลักทรัพย์ดังกล่าวจริง นำไปสู่การออกหมายจับในเวลาต่อมา

ต่อมาในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองตรัง ร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.ตรัง ได้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจยึดทองคำจำนวนประมาณ 31 รายการ น้ำหนักประมาณ 52 บาท คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,381,104.48 บาท ซึ่งซุกซ่อนไว้ในห้องเก็บของชั้น 4 ของโรงรับจำนำ เพื่อรอทยอยนำออกไปจำหน่าย

นอกจากนี้ ช่วงเที่ยงวันนี้ ผู้ต้องหายังนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจยึดทองคำเพิ่มเติมอีกประมาณ 40 บาท มูลค่าราว 2,600,849.60 บาท ที่นำไปฝากเอาไว้กับคนรู้จัก รวมสามารถติดตามทรัพย์สินเป็นทองคำกลับคืนมาได้แล้วน้ำหนักประมาณ 92 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 5,981,954.08 บาท

อย่างไรก็ตาม ยังมีทรัพย์สินอีกส่วนหนึ่งที่ยังคงสูญหาย ซึ่งผู้ต้องหาอ้างรับสารภาพว่านำไปตระเวนขายและจำนำแลกเป็นเงินแล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การทั้งหมด โดยระหว่างการควบคุมตัว ผู้ต้องหามีสีหน้าเรียบเฉย และไม่ตอบคำถามใดๆ ของผู้สื่อข่าว

แนวทางการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงสอบปากคำผู้ต้องหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสืบสวนถึงจำนวนทองคำและทรัพย์สินทั้งหมดที่ถูกลักไป โดยทราบว่า ผู้ต้องหาก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และนำเงินที่ได้ไปใช้หนี้จากการพนัน โดยก่อนหน้านี้ผู้ต้องหารายนี้มีการนำทองของประชาชนออกไปจำนำตามร้านต่างๆ ก่อนจะไปไถ่ถอนกลับนำกลับคืนมาไว้ที่เดิม ในลักษณะนำเงินไปใช้หมุนเวียน ก่อนจะมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เมื่อเจ้าของทองคำมาไถ่ถอนแต่กลับไม่มีทรัพย์สินดังกล่าวอยู่ในตู้เซฟนิรภัยแล้ว

จากข้อมูลเบื้องต้น ทองคำที่สูญหายจากตู้เซฟนิรภัยคาดว่ามีน้ำหนักรวมมากกว่า 100 บาท หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อยืนยันตัวเลขที่แน่ชัด

ด้านการสืบสวนพฤติกรรมการก่อเหตุ พบว่า ตู้เซฟนิรภัยของโรงรับจำนำมีผู้ถือกุญแจจำนวน 2 คน ได้แก่ ผู้จัดการสถานธนานุบาล และผู้ต้องหา ซึ่งถือกุญแจคนละดอก โดยการเปิดตู้เซฟต้องใช้กุญแจทั้งสองดอกพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม พบว่ากุญแจที่อยู่ในการครอบครองและการรักษาของผู้จัดการ ผู้ต้องหาสามารถนำมาใช้เปิดตู้เซฟได้เช่นเดียวกัน ซึ่งรายละเอียดจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ขณะที่ นายแพทย์รักษ์ บุญเจริญ นายกเทศมนตรีนครตรัง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีทองคำสูญหายไปหลายรายการ แต่ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายที่แท้จริงได้ แต่มีความเสียหายเกิดขึ้นเล็กน้อย เทศบาลสามารถรับผิดชอบได้

พร้อมยืนยันว่า เทศบาลนครตรังจะชดเชยให้แก่ประชาชนที่ทรัพย์สินสูญหายอย่างแน่นอน ขอให้ประชาชนอย่าวิตกกังวล เนื่องจากเทศบาลมีงบประมาณในการดำเนินงานของสถานธนานุบาลนับร้อยล้านบาท และสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรังจะกลับมาเปิดให้บริการตามปกติภายในสัปดาห์นี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงระบบความปลอดภัย การถือกุญแจตู้เซฟนิรภัย รวมถึงผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นายกเทศมนตรีนครตรังกลับเดินหนีออกจากวงสัมภาษณ์ โดยไม่ตอบคำถามจากสื่อมวลชน ก่อนจะเดินขึ้นรถออกจากพื้นที่ทันที

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ขโมยทอง ,โรงรับจำนำ ,ตรัง

คุณอาจสนใจ