สังคม

“ไตรรงค์” ชี้ชัดแม้คำพิพากษาศาลปกครอง 9 ม.ค. เป็นคุณ “บิ๊กโจ๊ก” ก็กลับเข้า ตร.ไม่ได้

8 ม.ค. 2569

163 views

“ไตรรงค์” ชี้ชัดแม้คำพิพากษาศาลปกครอง 9 ม.ค. เป็นคุณ “บิ๊กโจ๊ก” ก็กลับเข้ารับราชการตำรวจไม่ได้ เพราะต้องรอผลการพิจารณาคำสั่งไล่ออกจากราชการตำรวจ

วันนี้ (8 ม.ค. 2569) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่วันพรุ่งนี้ (9 ม.ค. 2569) ศาลปกครองสูงสุดได้นัดอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ ฟ.117/2567 ซึ่งเป็นคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นผู้ยื่นฟ้อง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) และนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-3 ตามลำดับ ในกรณีที่มีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการไว้ก่อนโดยมิชอบ

รองโฆษก ตร. ไม่ใช่การเร่งเกมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติแข่งกับเวลาที่ศาลปกครองจะตัดสินอดีตรอง ผบ.ตร. เพราะดีสินบนทองคำนี้ไม่ใช่คดีที่ตำรวจสืบสวนทราบข้อมูลเอง แต่เริ่มจากที่มีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษก็คือพ.ต.อ.ภาคภูมิมา อีกทั้งมีกระแสโซเชียลโหมกระแสว่า อดีตรองผบ.ตร. จะได้กลับมาเป็นตำรวจอีกครั้ง จึงสร้างความสับสนต่อประชาชน

อยากชี้แจงว่ากรณีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ทางตร. มีการออกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน จากนั้นพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่ง ที่ 178/2567 ต่อ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) โดยโต้แย้งว่าคำสั่งให้ออกจากราชการนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต่อมา มติ ก.พ.ค.ตร. ยกอุทธรณ์ ให้เหตุผลว่า คำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นการใช้ดุลยพินิจที่เหมาะสมและชอบด้วยกฎหมายแล้ว จากนั้นพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด ซึ่งจะมีการอ่านคำพิพากษาในวันพรุ่งนี้

แต่ต่อมา ทาง ตร.ได้มีคำสั่งไล่ออก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งคำสั่งถือว่ามีผลแล้ว ทำให้ทางพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นำคำสั่งดังกล่าวยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา

พล.ต.ท. ไตรรงค์ จึงย้ำว่า คำพิพากษาในวันพรุ่งนี้ไม่ว่าผลจะเป็นคุณ หรือ โทษ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ก็จะยังไม่ทำให้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้กลับมารับราชการตำรวจ เพราะต้องรอผลการพิจารณาคำสั่งไล่ออกจากราชการตำรวจ



คุณอาจสนใจ

Related News