สังคม

เอาผิดคนจีน ฝ่าฝืนเข้าพื้นที่อาคาร สตง.ถล่ม ขนย้ายเอกสารออก

30 มี.ค. 2568

1.3K views

รวบ 5 คนจีน ฝ่าฝืนเข้าไปในพื้นที่อาคารถล่ม ขนย้ายเอกสารออกนอกที่ทำการ หลังอาคารก่อสร้าง สตง. ด้วยวิธีการขนข้ามกำแพง ด้านนิติกรฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตจตุจักร กล่าวโทษร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีแล้ว


วันที่ 30 มี.ค. 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อ รวบชาวจีน 4 คน และคนไทย 1 คนซึ่งเป็นล่าม พร้อมยึดแฟ้มเอกสารจำนวน 37 แฟ้ม ที่ขนออกจากด้านหลังของโครงการก่อสร้างตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ที่พังถล่มลงมาโดยไม่ได้รับอนุญาต


สืบเนื่องจากวันที่ 29 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 16.42 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บช.น. นำโดย พ.ต.ท.ปิยะพันธ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าเห็นกลุ่มบุคคลกำลังทำการขนย้ายแฟ้มเอกสารจำนวนหลายเเฟ้มออกจากที่ทำการ สำนักงาน ตู้คอนเทนเนอร์ (ชั่วคราว) ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 อาคารจอดรถ บริเวณด้านหลังที่เกิดเหตุ อาคารก่อสร้าง สตง. (แห่งใหม่) ถ.กำแพงเพชร 2 แขวง/เขตจตุจักร กทม. ด้วยวิธีการขนข้ามกำแพง จึงรู้สึกว่าผิดปกติ ให้ไปทำการตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึดเดินทางไปถึงบริเวณดังกล่าว ทราบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้เดินทางออกจากพื้นที่ไปแล้ว ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบพบ MR.LIU YANG สัญชาติ จีน แจ้งว่าตัวเองเป็นผู้อำนวยการโครงการ อยู่บริเวณใกล้เคียงสถานที่รับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ เนื่องจากต้องสงสัยว่าได้นำสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับสถานที่เกิดเหตุอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ถล่ม โดย MR.LIU YANG เข้าใจดีแล้ว ได้ดำเนินการติดตามรถยนต์ พร้อมทั้งแฟ้มเอกสารที่ได้ขนออกไปทั้งหมดกลับมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบ ต่อมาได้มีกลุ่มบุคคล (ลำดับ 1-4) ได้มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยรถยนต์




จากการตรวจสอบเอกสารทั้งหมด 32 แฟ้ม พบเป็นเอกสารหลายชนิด เช่น เอกสารผู้รับเหมาก่อสร้าง / สำเนาอาร์เอฟไอ / เอกสารที่เกี่ยวข้องกับคำชี้แจงหนังสือแจ้งให้ตรวจสอบงานทั่วไป เอกสารขอความคิดเห็นและทำการชี้แจงเอกสารผู้รับเหมา / เอกสารผู้รับเหมาเช่าช่วงและเอกสารเกี่ยวกับผู้รับเหมา 3-4 รายการ /เอกสารงานวิศวกรรมระบบไฟฟ้าและขนส่ง พนักงานสอบสวนจึงทำการตรวจยึดไว้


ส่วนชาวจีนทั้ง 4 คน หลังสอบปากคำแล้วเสร็จก็ได้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อได้ประสานการทำงานตรวจสอบร่วมกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้มอบหมายให้นิติกรตรวจสอบว่าชาวจีนทั้ง 4 คนนี้ ได้เข้ามาในพื้นที่โดยมีการขออนุญาตเจ้าหน้าที่หรือไม่ เบื้องต้น สำนักงานเขตจตุจักรได้ อยู่ระหว่างร่างคำร้องเพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับทั้ง 4 คน ในความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเมื่อมีการเข้าแจ้งความ พนักงานสอบสวนก็จะติดตามตัวทั้ง 4 คน เข้ามาพบและดำเนินคดีตามกฎหมาย


หากกรุงเทพมหานครแจ้งความแล้วก็จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฐานผู้ใดเข้าไปในพื้นที่โดยไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฏหมายหรือตามคำสั่งของผู้อำนวยการ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ เพราะมีข้อบังคับและมีการติดประกาศแจ้งเตือนไว้แล้ว โดยหากจะเข้ามาต้องได้รับการอนุญาตจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก่อน


ต่อมา สำนักงานเขตจตุจักร ออกหนังสือถึงผู้กำกับการสถานีตำรวจจนครบาลบางซื่อ เรื่องขอให้ดำเนินคดีแก่ผู้กระทำความผิดตามพระระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธาธารณภัย พ.ศ.2550 ระบุว่า ด้วยสำนักงานเขตจตุจักร ได้ตรวจพบว่า เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 15.45 น. ได้มีกลุ่มบุคคลเข้าไปในพื้นที่อาคารตึก 29 ชั้น ที่กำลังก่อสร้าง จำนวน 1 หลัง เพื่อใช้เป็น สตง. (แห่งใหม่) ถนนกำแพงเพชร ๒ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร และเกิดการทรุดตัวทั้งอาคาร อันเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของผู้ช่วยผู้อำนวยการกรุงเททมหานคร ตามมาตรา 37 ประกอบมาตรา 21 วรรคสอง (5) มีโทษตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติปัติป้องกับและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ตามเอกสารหลักฐานที่ส่งมาด้วย จึงมอบอำนาจให้ นางสาววสาดี กุวะลัย ตำแหน่ง นิติกรปฏิบัติการ ฝ่ายเทศกิจ เป็นผู้กล่าวโทษร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีแก่ผู้ฝ่าฝืนดังกล่าว และประสานคดีกับพนักงานสอบสวนจนเสร็จการ ทั้งนี้ หากการสอบสวนพบว่ามีบุคคอื่นที่ต้องร่วมรับผิดด้วยตามกฎหมายก็ขอให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดนั้นทุกคน


คุณอาจสนใจ

Related News