สังคม

หญิงร้องสายไหมต้องรอด ถูกอดีตสามีตามคุกคาม อ้างสนิท ผบ.ตร. ขู่จะฆ่ายกครัว

โดย gamonthip_s

18 พ.ย. 2566

254 views

น.ส.กัลยา เลิศวัฒนามงคล อายุ 37 ปี เดินทางมาร้องเรียนกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เพื่อร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากถูกอดีตสามีตามข่มขู่ และบุกทำลายข้าวของถึงในบ้าน พร้อมแอบอ้างว่าสนิทสนมกับ ผบ.ตร. จึงอยากให้ทางเพจเข้ามาให้การช่วยเหลือ เพราะกลัวว่าคดีจะไม่มีความคืบหน้า



โดย น.ส.กัลยา เล่าว่า เธอคบหากับอดีตสามีคนนี้มาได้ 4-5 ปี จนกระทั่งมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน ซึ่งตอนนี้อายุ 5 ขวบแล้ว ต่อมาเธอจับได้ว่าอดีตสามีมีเมียมีลูกอยู่แล้ว แต่มาคบซ้อนกับตนเอง ตนจึงเลิกรากับอดีตสามีไปได้ราว 2 ปี โดยที่อดีตสามียังคงแวะเวียนมาเยี่ยมลูกอยู่เรื่อย ๆ แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมาง้อขอคืนดีแต่อย่างใด



โดยอดีตสามีมักจะมีพฤติกรรมชอบอ้างว่ารู้จัก “บิ๊กต่อ” หรือ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งตนเองไม่ทราบว่ารู้จักจริงหรือไม่ นอกจากนี้ยังเคยอ้างว่า เขามีลูกน้อง และรู้จักผู้มีอิทธิพลเยอะ เคยขายยาเสพติดมาก่อนแต่เลิกไปแล้ว โดยขณะคบหากับตนเอง เขาทำงานเป็นเซลล์ร้านอะไหล่ และเป็นน้องชายเจ้าของบริษัท



กระทั่งอดีตสามีทราบว่า ตนเองมีแฟนใหม่ และพามาอยู่ที่บ้าน อดีตสามีก็เริ่มข่มขู่ตน โดยวันที่ 5 ส.ค.66 ได้แชทมาข่มขู่ว่า จะทำให้แฟนใหม่หายสาบสูญ และทำให้ตนพิการ พร้อมทั้งมีการต่อว่าตนด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย จึงรู้สึกกลัวมาก ต่อมาวันที่ 21 ต.ค. อดีตสามีก็บุกมายังที่บ้าน โดยถือไม้เบสบอลเข้ามาทุบรถที่จอดอยู่หน้าบ้านจนกระจกแตก ก่อนเดินเข้าบ้านมาทุบทำลายข้าวของในบ้าน พร้อมพูดท้าทาย บอกว่า “มึงออกมา ๆ มาเจอกู” ก่อนพยายามจะใช้ไม้ตีเข้าที่ศีรษะแฟนใหม่ แต่แฟนใหม่ใช้แขนกันไว้ จากนั้นแฟนคว้ามีดปอกผลไม้ไว้ได้ จึงแทงสวนป้องกันตัวเฉี่ยวบริเวณสีข้างของอดีตสามี อดีตสามีจึงบอกว่ายอมแล้ว และถอยไป แต่ก่อนจะเดินออกจากบ้าน อดีตสามีพูดทิ้งท้ายว่า “รู้จักบิ๊กต่อไหม ให้ระวังตัวดี ๆ”



นอกจากนี้หลังเกิดเหตุ อดีตสามียังตามราวีโทรกลับมาหาลูกสาวคนโตวัย 15 ปี ซึ่งเป็นลูกกับสามีคนเก่า โดยขู่ว่า ให้ดูแลแม่ดี ๆ ไม่รู้เขาจะอยู่ได้อีกกี่วัน เดี๋ยวจะกลับมากราดยิงที่บ้าน ทำให้บ้านเป็นนรก ทำให้ตนเองและลูก ๆ กลัวมาก ไม่กล้าอยู่บ้าน จึงย้ายออกไปอยู่ที่อื่นตั้งแต่วันนั้น



หลังจากนั้น ตนได้แจ้งความกับตำรวจ สน.ท่าข้าม ดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกเคหสถานในยามวิกาลและทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งตำรวจบอกว่าได้แจ้งข้อหาอดีตสามี และส่งสำนวนให้ศาลแล้ว แต่ตนยังไม่ได้รับเอกสารนัดหมายใด ๆ จากทางศาล นอกจากนี้ก่อนที่อดีตสามีจะเข้ามาบุกบ้าน ตนได้โทรแจ้งตำรวจไปก่อนหน้า เพราะอดีตสามีโทรมาขู่ก่อนว่าจะเข้ามา แต่ตำรวจบอกว่า ให้เขามาก่อนแล้วค่อยแจ้ง จนสุดท้ายอดีตสามีเข้ามาที่บ้านจริง ๆ ตนจึงอยากให้นายเอกภพช่วยให้ความเป็นธรรม ให้อดีตสามีเข้าคุกถูกดำเนินคดี เพราะทุกวันนี้อยู่อย่างหวาดระแวง และต้องหลบหนีไม่กล้ากลับเข้าบ้านตัวเอง



ด้านนายเอกภพ ระบุว่า เรื่องนี้ไม่ซับซ้อน โดยเชื่อว่าการที่อดีตสามีอ้างว่ารู้จักกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นการแอบอ้างมากกว่า และถึงแม้จะรู้จักกันจริงก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย โดยส่วนตัวมองว่า ปัญหาตอนนี้อยู่ที่ผู้เสียหายกลับบ้านไม่กล้ากลับบ้าน ซึ่งหลังจากนี้อาจจะต้องพูดคุยกับ ผกก.สน.ท่าข้าม จัดสายตรวจมาดูความปลอดภัย เพื่อให้ผู้เสียหายสามารถกลับไปอยู่บ้านของตัวเองได้

คุณอาจสนใจ

Related News