สังคม

โป๊ะแตก! สรุปไทม์ไลน์ สิบล้อตกถนนกลางสุขุมวิท แฉสติกเกอร์ดาวบีสีเขียว เป็นส่วยเหมาจ่ายระยะสั้น

โดย petchpawee_k

9 พ.ย. 2566

66 views

อีกแล้ว! รถสิบล้อบรรทุกดินเต็มคันวิ่งทับฝาท่ออุโมงค์สายไฟบนถนนสุขุมวิทหน้าซอยสุขุมวิท 64/1 ทรุดตัวเป็นหลุมขนาดใหญ่ตกลงไปเกือบทั้งคัน ทำจราจรติดขัดหนัก พบผู้บาดเจ็บ 2 ราย ด้าน ‘ชัชชาติ’ คาดสาเหตุบรรทุกน้ำหนักเกิน -  ด้าน ปธ.สหพันธ์รถบรรทุก ยืนยัน รูปดาวตัว B หน้ารถสิบล้อตกถนนเป็นส่วยสติ๊กเกอร์ - เคลียร์พื้นที่นครบาล ลักษณะเหมาจ่ายระยะสั้นราย 10-20 วัน


วานนี้ (8 พ.ย.) เวลาประมาณ 11.45 น.เกิดเหตุแผนคอนกรีตซึ่งเป็นฝาปิดท่ออุโมงค์สายไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงทรุดตัว บนถนนสุขุมวิทขาเข้า บริเวณ หน้าปากซอยสุขุมวิท 64/1 เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ทำให้เกิดหลุมขนาดใหญ่

ทำให้รถบรรทุกสิบล้อยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงิน  บรรทุกดินเต็มคันที่วิ่งทับปากท่ออุโมงค์สายไฟ ตกลงไปเกือบทั้งคัน หน้ารถยกตัวลอยขึ้น ที่กลางกระจกรถด้านหน้า มีสติ๊กเกอร์รูปดาวสีเขียวขาวและมีอักษร B อยู่ตรงกลาง


เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นหนุ่มไรเดอร์ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังรถบรรทุกมา บาดเจ็บเล็กน้อยที่บริเวณศีรษะและรถพังเสียหาย อีกรายเป็นคนขับรถแท็กซี่ทราบชื่อนายสวาสดิ์ ทำหินกอง อายุ 48 ปี  ขับตามหลังรถบรรทุกมาเช่นกันและบริเวณด้านหน้ารถได้รับความเสียหาย คนเจ็บเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง

ขณะที่การจราจรฝั่งขาเข้าไม่สามารถผ่านได้ ปิดช่องทางจราจรทั้ง 3 ช่องทางโดยปลายแถวของรถที่ติดสะสมยาวไปจนถึงช่วงถนนบางนาตราด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดการจราจรในถนนสุขุมวิท (ขาเข้า) จากแยกบางนา ที่จะมุ่งหน้ามาทางพระโขนง เพื่อทำการยกรถบรรทุกคันดังกล่าวออกจากจุดเกิดเหตุ และเปิดช่องทางพิเศษฝั่งขาออก 1 ช่องทางจราจรแทน


นายศักด์มงคล  อายุ 29 ปี คนขับรถบรรทุก เผยว่า ตนเองขับออกมาจากไซส์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ในซอยสุขุมวิท 64/2 เพื่อบรรทุกดินไปยังปริมณฑล จ.นครปฐม กำลังบรรทุกดินออกมาเพียงไม่กี่ร้อยเมตร เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ แผ่นคอนกรีตบริเวณล้อหลังก็ได้ทรุดตัวลง ทำให้หน้ารถลอยขึ้น


ตนเองตกใจจึงรีบลงจากรถ และเห็นว่ารถแท็กซี่ที่ขับตามหลังมาเสียหาย 1 คัน ส่วนไรเดอร์ที่ได้รับบาดเจ็บตนไม่เห็น ทั้งนี้ตนขับรถบรรทุกเป็นครั้งแรก และเป็นเที่ยวแรก ไม่ทราบว่าน้ำหนักเกินหรอไม่ เพราะตอนตักดินใส่รถไม่ได้มีการชั่งน้ำหนัก แต่ยืนยันว่าไม่ได้บรรทุกเกิน คาดว่าน่าจะหนักที่ประมาณไม่เกิน 20 ตัน


ด้านนายสวาสดิ์ ทำหินกอง อายุ 48 ปี คนขับรถแท็กซี่ที่ประสบเหตุ เล่าว่า ตนขับรถวิ่งมาจากอุดมสุข พอใกล้ถึงที่เกิดเหตุเห็นรถ 10 ล้อบรรทุกดินคาดว่าน่าจะน้ำหนักเกิน ตนจึงขับตามหลังช้าๆ โดยขับอยู่เลนซ้าย ส่วนรถ 10 ขับอยู่เลนกลาง จู่ๆ แผ่นคอนกรีตก็ทรุดตัวลง ทำให้รถ 10 ล้อเกือบตกลงไปในท่ออุโมงค์สายไฟฟ้าทั้งคัน แผ่นคอนกรีตดีดขึ้นมาโดนหน้ารถของตนอย่างแรงศีรษะกระแทกพวงมาลับรถจนพวงมาลัยหลุด ตกใจมากพอลงมาจากรถก็ งงๆ ว่ารอดได้อย่างไร และเห็นไรเดอร์บาดเจ็บ ไปโรงพยาบาลด้วยกัน อยากให้ช่วยเรื่องเสียหาย

คนเห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนเองกำลังทำงานอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุก็ได้ยินเสียงดัง ดังยิ่งกว่ายางระเบิด ตกใจมากจึงหันไปมองตามเสียงก็เห็นว่ารถบรรทุกบริเวณล้อหลังตกลงไปในพื้นถนน และเห็นคนขับกำลังปีนออกมาช่วยจึงวิ่งเข้าไปดู จากนั้นตนเองก็ไปช่วยชายไรเดอร์ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุดังกล่าว เนื่องจากบริเวณล้อหลังขอรถจักรยานยนต์อยู่ขอบแผ่นปูน เมื่อแผ่นปูนทรุดลงไปก็ทำให้ท้ายรถจักรยานยนต์กระเด็นขึ้นจนได้รับความเสียหายและคนขับบาดเจ็บ

ขณะเดียวกันมีการตั้งข้อสังเกตว่ารถบรรทุกคนดังกล่าวมีสติกเกอร์รูปดาวสีเขียว-ขาว และมีสัญลักษณ์เป็ยตัวอักษรภาษาอังกฤษตัว B ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าสติกเกอร์ดังกล่าว เกี่ยวข้องกับส่วยรถบรรทุก ที่เคยเป็นข่าวและเป็นกระแสก่อนหน้านี้หรือไม่


นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์ขนส่งแห่งประเทศไทย ยืนยันกับทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ว่า กรณีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับส่วยสติกเกอร์อย่างแน่นอน ซึ่งสติ๊กตัวนี้ใช้เคลียร์ในท้องที่นครบาล เพราะการติดสติกเกอร์เป็นการแสดงสัญลักษณ์ว่าเป็นรถของใคร แต่เจ้านี้ตนมองว่าไม่ได้ผลิตสติ๊กเกอร์เพื่อขาย แต่ทำขึ้นมาเพื่อใช้เอง

ซึ่งการจ่ายส่วยจะเป็นการจ่ายแบบเหมาจ่าย ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เช่น 10 วัน หรือ 20 วัน และต้องระบุว่ามีรถจำนวนกี่คัน โดยจะใช้สติ๊กเกอร์แบบนี้ให้รู้กัน นอกจากสามารถบรรทุกน้ำหนักได้เกินแล้วยังสามารถวิ่งได้นอกเวลาที่กำหนดอีกด้วย

นายอภิชาติ ยังระบุว่า รถบรรทุกลักษณะนี้เป็นการวิ่งขนดินระหว่างไซต์งานก่อสร้าง มาอีกไซต์งานซึ่งจะเกิดขึ้นกับโครงการหรือโปรเจ็คใหญ่ๆ ซึ่งตนเห็นมาตลอดว่าวิ่งกันอย่างโจ่งครึ่ม กระทั่งมาเกิดเหตุแล้วเป็นกระแสในช่วงนี้ ซึ่งการบรรทุกดินลักษณะนี้ตนมองว่าอันตรายมากต่อผู้ใช้รถใช้ถนน

นายอภิชาติ กล่าวว่า วานนี้ (8 พ.ย.66) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้โทรมาหาตนด้วย  จากการพูดคุยเบื้องต้น เป็นการปรึกษา เช่นว่า จะมีการดำเนินการแบบไหน ตั้งด่านและจับยังไง ซึ่งตนได้ตอบไปว่าให้ไปสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะจะรู้ดี และได้บอกไปว่า “ให้ใช้กฎหมายให้เป็นกฎหมายทุกอย่างมันจะดีขึ้นแต่ถ้ายังปล่อยไว้แบบนี้ถนนจะพังอย่างแน่นอน”

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ เผยว่า เบื้องต้นได้ให้ตำรวจและเทศกิจ เร่งประชาสัมพันธ์เลี่ยงเส้นทางจราจรจุดที่เกิดเหตุ ปัญหาคือการวางแผนที่จะเอาเครนยกรถบรรทุกออก แต่ต้องระมัดระวังตัวฝาหรือแผ่นคอนกรีต 4 แผ่น ที่อาจจะตกไปด้านล่างหากยกรถบรรทุกออก

จากการประเมินเบื้องต้นฝาแผ่นคอนกรีตไม่เสียหายมากนักยังสามารถนำกลับมาใช้ได้อีก ไม่ต้องมาหล่อฝาใหม่อีกครั้ง จะทำใหม่แค่คานเหล็กตรงกลางที่เสียหาย สามารถเอามาตัดคานใหม่ไปใส่ทดแทนได้ ซึ่งถือว่าไม่ยาก เบื้องต้นมอบหมายให้ ผอ.โยธา ดำเนินการในส่วนนี้ ยอมรับว่าต้องใช้เวลาเพราะกระบวนการคิดต้องละเอียด โดยการร่วมมือระหว่าง กทม. การไฟฟ้า และตำรวจ


สำหรับการขุดบ่อแบบนี้ เป็นขั้นตอนการนำสายไฟฟ้าลงดิน ของการไฟฟ้านครหลวง ทั่วกรุงเทพมีประมาณ 700 บ่อ เฉพาะบนถนนสุขุมวิทมีทั้งหมด 27 บ่อ ส่วนอุบัติเหตุในครั้งนี้ ตั้งข้อสังเกตไว้ 2 เรื่องคือการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือ น้ำหนักของรถบรรทุก

ส่วนกฎหมายของตำรวจระบุให้รถบรรทุกสามารถวิ่งในเมือง หรือวงแหวนชั้นใน ได้ตั้งแต่ 10.00 น. - 15.00 น. ซึ่งถือว่าเขตนี้อยู่นอกวงแหวน สามารถวิ่งได้ แต่หลังจากนี้จะต้องไปทบทวนว่าหลังจากนี้จะตั้งกฎอย่างไร ซึ่งมองว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับเวลา แต่เป็นเรื่องของน้ำหนักเกิน ซึ่งเรื่องของการช่างน้ำหนักรถ กรมทางหลวงเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะ กทม. ไม่มีเครื่องมือด้านนี้ ก็จะต้องไปหารือเพื่อหาแนวทางป้องกันต่อไป


ทั้งนี้ไม่อยากตั้งด่านตรวจน้ำหนักบนท้องถนนเพราะส่งผลกระทบให้การจราจรติดขัด ก็จะเน้นไปตรวจสอบที่ไซส์งานก่อสร้างเป็นหลัก ว่ารถบรรทุกที่วิ่งออกมามีการบรรทุกน้ำหนักที่เกินมาตรฐานหรือไม่ หากเกินก็จะถูกลงโทษให้หยุดการดำเนินการชั่วคราวเพื่อแก้ไขปัญหา เหมือนลักษณะเดียวกับมาตรลดฝุ่นละออง PM2.5 ในการก่อสร้างด้วย


ด้านนายวิษณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายสุนัน ภัคดีธนวาณิช ผู้จัดการโครงการรับเหมา ย่านสุขุมวิท 81 โซน 2 กล่าวว่า จากการประเมินเบื้องต้น พบว่าบ่อที่เกิดเหตุมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 7 เมตร ลึก 15 เมตร แต่ตัวคานเหล็กที่รองรับระหว่างแผ่นคอนกรีตและปากบ่อ 1 เส้น


ส่วนคานเหล็กมีความยาวเพียง 6 เมตร ทำให้ต้องเอาคานอีกตัวมาเชื่อมต่อให้พอดีบ่อ จึงคาดว่าเป็นสาเหตุทำให้แผ่นคอนกรีตขนาดใหญ่ 4 แผ่นที่ปิดปากบ่อทรุดตัวลง ซึ่งต้องไปคุยกับวิศวกรว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร แต่คนขับมีความผิดเรื่องบรรทุกน้ำหนักเกินแน่นอน


ส่วนการแก้ไขได้นำรถเครนที่สามารถยกน้ำหนักได้ 100 ตัน มายกรถบรรทุกออกพร้อมดินที่อยู่บนรถ และนำรถเครื่องชั่งมาชั่งรถบรรทุกด้วยว่าบรรทุกน้ำหนักเกินหรือไม่ จากนั้นจะนำคานเหล็กมาซ่อมแซม โดยครั้งนี้จะใช้เพิ่มเป็น 2 คานเหล็กวางคู่กัน และจะเอาหัวเชื่อมวางไขว้กัน

ขณะที่เจ้าหน้าที่ กทม.จะนำรถแบ็คโฮและรถเครนขนาดใหญ่ จำนวน 2 คัน ซึ่งเป็นของบริษัทเอกชน ที่สามารถยกน้ำหนักได้ 100 ตัน มาเตรียมดำเนินการยกรถบรรทุกสิบล้อในขั้นตอนการปฏิบัติงานจะใช้รถแบ็คโฮตักดินออกจากกระบะของรถสิบล้อ นำไปใส่ในรถบรรทุกที่เตรียมไว้ ก่อนใช้รถเครนขนาดใหญ่ทั้ง 2 คัน ยกส่วนหัวรถและส่วนท้ายรถสิบล้อ ออกมาจากบ่อพักที่เกิดเหตุ


แต่ผู้รับเหมาเจ้าของรถบรรทุกกลับมาโวยวายเจ้าหน้าที่ กทม.เพราะกลัวว่าเจ้าหน้าที่จะทำถรบรรทุกพังเสียหาย จึงเสนอบอกตัวเองจะดำเนินการนำรถแบ็คโฮมาตักดินออกจากกระบะรถสิบล้อ ดินบางส่วนไหลสไลด์ลงไปในบ่อ ซึ่งอาจทำให้การชั่งน้ำหนักไม่สามารถระบุได้ว่าบรรทุกน้ำหนักเท่าไหร่


18.00 น. เจ้าของรถบรรทุกใช้รถเครนมายกรถบรรทุกขึ้นจากบ่อเอง เคลื่อนย้ายออกจากผิวการจราจร/ กระทั่งเวลา 18.25 น.สามารถยกรถบรรทุกขึ้นจากบ่อได้สำเร็จใช้เวลานานกว่า 7 ชั่วโมง จากนั้นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าซ่อมแซมปากบ่อ เร่งคืนผิวการจราจร


21.40 น. เจ้าหน้าที่ได้นำแผ่นปูนมาปิดเรียบร้อย และมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตพระโขนงกว่า 30 คนรถน้ำ 1 คันเพื่อจะทำความสะอาดถนนบริเวณจุดเกิดเหตุ โดยมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ พร้อมผู้อำนายการเขต และผู้ที่เกี่ยวข้อง มาคอยควบคุมการทำงานและจะทำความสะอาดพื้นถนนก่อนจะเปิดการจราจรตามปกติในเวลาก่อนเช้าวันที่ 09 พฤศจิกายน 2566




รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nnfbZwb1K_Q

คุณอาจสนใจ