สังคม

'ชัยวุฒิ' ยินดี พ.ร.ก.ปราบภัยไซเบอร์ ประกาศใช้แล้ว เปิดบัญชีม้าโทษหนัก คุก 3 ปี ปรับ 3 แสน

โดย thichaphat_d

17 มี.ค. 2566

162 views

วานนี้ (16 มี.ค.) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศ พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 แล้ว มีทั้งสิ้น 14 มาตรา

สาระสำคัญของพระราชกำหนดฉบับนี้ เป็นกฎหมายเพื่อแก้ปัญหา การหลอกลวงออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงอาชญากรรมรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการระงับยับยั้งการโอนเงินผ่านบัญชีม้า

มีการกำหนดโทษ สำหรับผู้ที่รับจ้างเปิดบัญชีม้า และซิมม้า ไว้ในมาตรา 9 ระบุว่า “ผู้ใดเปิดบัญชีเงินฝาก หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์ สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 แสนบาท

ขณะที่ มาตรา 10 ระบุโทษ ของ ผู้ที่โฆษณาจัดหา บัญชีม้า และซิมม้า เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 2 ปีถึง 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 แสนบาทถึง 5 แสนบาท

นอกจากนี้ ยังกำหนดให้สถาบันการเงินหรือธนาคาร มีหน้าที่เปิดเผย แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีและธุรกรรมของลูกค้าที่เกี่ยวข้องในระหว่างสถาบันการเงิน และให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มีอำนาจนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์เพื่อป้องกัน ปราบปราม หรือระงับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้

ขณะเดียวกันยังให้ อำนาจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สั่งให้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ และผู้ให้บริการโทรคมนาคมอื่น เปิดเผยข้อมูลการลงทะเบียนผู้ใช้งานหรือข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ได้กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ส่วนกรณีที่สถาบันการเงินพบเหตุอันควรสงสัยหรือได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย ว่าบัญชีเงินฝากอาจถูกใช้ทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้สถาบันการเงินมีหน้าที่ระงับการทำธุรกรรม และแจ้งให้สถาบันการเงินที่รับโอนเงินทุกทอดระงับการทำธุรกรรมทันที เป็นการชั่วคราวไม่เกิน 7 วันนับ ตั้งแต่วันที่พบเหตุอันควรสงสัย

ซึ่งการร้องทุกข์ในความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสามารถร้องต่อพนักงานสอบสวนได้ที่ สถานีตำรวจทั่วประเทศ และจะร้องทุกข์ทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้

โดยพระราชกำหนดฉบับนี้ กำหนดให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้รับผิดชอบ และให้มีผลตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (17 มี.ค.) เป็นต้นไป

ด้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ซึ่ง อยู่ระหว่างการประชุม World Summit on the Information Society Forum 2023 นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ กล่าวแสดงความยินดีกับคนไทยทุกคน หลังพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค. เป็นต้นไป ซึ่งกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายสำคัญ ที่รัฐออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ และปัญหาอาชกรรมทางออนไลน์ทั้งหมด ทำให้ปัญหาจะลดลงอย่างแน่นอนหลังจากนี้

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า หลังจากนี้หากประชาชนถูกหลอกลวงทางออนไลน์ให้รีบแจ้งไปที่ธนาคารโดยตรง เพื่อที่ธนาคารจะได้ระงับบัญชีไม่ให้เงินถูกโอนออกไปเป็นทอดๆ ซึ่งหลังจากนี้ ธนาคารจะมีอำนาจระงับบัญชีต้องสงสัยได้ทันที จากเดิมต้องรอไปแจ้งความก่อนถึงจะระงับบัญชีได้

ส่วนบัญชีม้า และเบอร์มือถือม้า ที่รับจ้างเปิดให้คนร้ายนำไปใช้หลอกลวงประชาชน หลังจากนี้จะมีความผิดทางกฎหมายมีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ3 แสนบาท ดังนั้นประชาชน ที่กำลังทำความผิดให้ไปแจ้งยกเลิกบัญชีผิดกฎหมายเหล่านี้โดยด่วน เพราะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายนี้ ได้ไม่คุ้มเสียรับจ้างได้เงินเพียง 500 - 2,000 บาท แต่ต้องมาโดนปรับ 300,000 บาท และจำคุกอีก 3ปี ทั้งหมดนี้เป็นเพียงมาตรการขั้นต้น ซึ่งสัปดาห์หน้า นายกรัฐมนตรี จะมีคณะกรรมการขึ้นมากำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาต่างๆเมเติม ให้ครอบคลุมความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเร่งด่วนด้วย

“ผมขอเตือนพี่น้องประชาชนที่ไปรับจ้างเปิดบัญชีม้าหรือเอาเบอร์มือถือไปให้คนร้ายใช้ ให้รีบไปยกเลิกสิ่งเหล่านี้เพราะมีความผิด และได้ไม่คุ้มเสียรับจ้างได้เงินเพียง 500 - 2,000 บาท แต่ต้องมาโดนปรับ 300,000บาท และจำคุกอีก 3 ปี”... นายชัยวุฒิกล่าว

นายชัยวุฒิ ยังขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ช่วยกัน ร้องเรียนแจ้งเบาะแส ทำให้สังคมตื่นตัว สามารถรับมือกับปัญหาอาชญากรรมทางออนไลน์ได้มากขึ้น พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ช่วยกันปราบปรามผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของรัฐบาล ทำให้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลดลง แต่ยังคงมีรูปแบบการหลอกลวงใหม่ๆที่เกิดขึ้น ซึ่งกระทรวงดีอีเอส จะร่วมมือกับหน่วยงานเฝ้าระวัง เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนมีความมั่นคง และมีความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างสูงสุด




รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jLFHF8bSYXM

คุณอาจสนใจ