สังคม

ขึ้นแท่นอันดับ 14 ของโลก! เชียงใหม่ ฝุ่นควัน PM2.5 เริ่มส่อเค้ารุนแรงขึ้น พุ่งเกินมาตรฐาน

โดย kanyapak_w

25 ม.ค. 2566

49 views

สถานการณ์ฝุ่นควัน PM2.5 ที่เชียงใหม่เริ่มส่อเค้ารุนแรงขึ้นต่อเนื่อง ค่าฝุ่นละอองเริ่มเพิ่มขึ้นหลายจุด ล่าสุดเช้านี้ เชียงใหม่ติดอันดับที่ 14 โลกเมืองที่มีค่ามลพิษในอากาศสูง ขณะที่ทางตอนล่างของจังหวัดที่อำเภอฮอด ค่า PM2.5 พุ่งสูงเกินค่ามาตรฐานแล้ว ส่วนในตัวเมืองเชียงใหม่เริ่มมีหมอกควันสะสมตัวหนาขึ้นต่อเนื่อง




สถานการณ์หมอกควันจากไฟป่า การเผา และฝุ่นละอองของจังหวัดเชียงใหม่แม้ปีนี้จะมาช้ากว่าหลายๆ ปีที่ทางภาคเหนือจะต้องเจอกับปัญหาคุณภาพอากาศเร็วกว่าภูมิภาคอื่น อย่างกรุงเทพ และปริมณฑล ซึ่งเจอปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 มาก่อนพื้นที่ภาคเหนือ



แต่ล่าสุดพบว่าหลายพื้นที่ของภาคเหนือ รวมทั้งจังหวัดเชียงใหม่เองพบว่าค่าฝุ่นวัน PM2.5 เริ่มส่อเค้าความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มอยู่ในเกณฑ์ ที่ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ ข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษเช้านี้เมื่อเวลา 8 นาฬิกาพบว่า ที่จังหวดเชียงใหม่ ณ สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง วัดค่า PM 2.5 ได้ 44ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 76 AQI ที่ ศูนย์ราชการตำบลช้างเผือกวัดได้ 40 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 59 AQI ที่ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว 45 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 80 AQI ซึ่งทั้ง 3 จุดอยู่ในเกณฑ์สีเหลืองคุณภาพอากาศปานกลาง




ส่วนที่ ต.บ้านตาล อ.ฮอด ซึ่งอยู่ทางตอนล่างของจังหวัดเชียงใหม่ พุ่งสูงถึง 80 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 179 AQI อยู่ในเกณฑ์สีส้มคุณภาพอากาศเริ่มส่งผลกระทบต่อร่างกาย




ขณะที่เว็บไซต์ iqair ซึ่งรายงานคุณภาพอากาศจากทั่วโลกพบว่า ที่จังหวัดเชียงใหม่ คุณภาพอากาศติดอันดับที่ 14 ของเมืองที่มีวิกฤติคุณภาพอากาศของโลกแล้วค่า PM2.5 วัดได้ 53.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ดัชนีคุณภาพอากาศขึ้นมาอยู่ที่ 123 US AQI ส่วนอันดับ 1 เป็นของเมืองธากา ประเทศบังกลาเทศ ค่า PM2.5 อยู่ที่ 250.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ดัชนีคุณภาพอากาศ 301 US AQI




ทั้งนี้บรรยากาศในตัวเมืองเชียงใหม่เช้านี้พบว่าเริ่มมีหมอกควันสะสมตัวมากขึ้น แต่ประชาชนก็ยังออกมาใช้ชีวิตปกติ ส่วนใหญ่ยังคงสวมหน้ากากอนามัยจากมาตรการป้องกันโควิดของตัวเองอยู่จึงทำให้ช่วยเรื่องของการกรองอากาศไปด้วยในตัว แต่หลายหน่วยงานก็เริ่มเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์หมอกควันไฟป่า และเรื่องของมลพิษทางอากาศมาล่วงหน้าแล้ว แต่ปีนี้พบว่าสถานการณ์มาช้ากว่าหลายปีด้วยเรื่องของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงด้วยเลยส่งผลดีทำให้ปีนี้เชียงใหม่ยังไม่เจอวิกฤติที่รุนแรงเช่นปีที่ผ่านๆ มา







คุณอาจสนใจ

Related News