สังคม

แพทย์เตือนระวัง มีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วยฝีดาษลิง ชี้ใส่ถุงยางอนามัยไม่ช่วยป้องกันโรค

26 ก.ค. 2565

21 views

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี คาดชายไนจีเรียติดเชื้อฝีดาษลิงในไทย รอผลสอบสวนโรค แนะ ประชาชนระวังการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ ใส่ถุงยางอนามัยไม่ข่วยป้องกันโรคฝีดาษวานร


ความคืบหน้ากรณี พบผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร หรือ ฝีดาษลิง รายแรกของประเทศไทย เป็นชายชาวไนจีเรียที่หลบหนีออกจากประเทศไทยแล้วไปซึ่งจากไทม์ไลน์ออกมา ปรากฎว่าชายชาวไนจีเรียเข้ามาไทยช่วงเดือนตุลาคม และไม่ได้ออกไปไหนเลยจนถูกจับกุมเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม  ท่ามกลางข้อสันนิษฐานว่า ชายรายนี้ติดเชื้อจากในไทยหรือไม่


เรื่องนี้ ศาสตราจารย์นายแพทย์วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี  เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบไทม์ไลน์ผู้ป่วยเข้ามาอยู่ในเมืองไทยไม่ได้ไปไหนนอกจากใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศไทย



จากข้อมูลที่พบ การติดเชื้อ ใช้เวลา 3 อาทิตย์ถึง 1 เดือน เมื่อเป็นแล้วก็หาย ไม่ติดเรื้อรัง จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ชายรายนี้ อาจจะติดในประเทศไทย หรือในช่วงที่รับเชื้อได้พบ กับคนต่างชาติที่มาจากประเทศเสี่ยงหรือไม่

“โอกาสเป็นไปได้สูงที่เกิดการติดเชื้อในไทย ต้องรอการสอบสวนโรคให้แน่ชัด”


สำหรับโรคฝีดาษลิงนี้ หากได้รับเชื้อแล้ว จะมีอาการ ไข้ มีตุ่ม ผื่นขึ้นที่อวัยวะเพศ และลำตัว แขน ขา ใบหน้า ซึ่ง ช่วงที่แพร่เชื้อคือ น้ำในตุ่มที่ขึ้น ตามร่างกาย หากไปสัมผัส กับบุคลใดก็ติดเชื้อได้เพราะเชื้ออยู่ในตุ่ม ที่ขึ้นผิวหนัง รวมถึงอวัยะเพศ รูทวาร ดังนั้นช่วงที่ตุ่มนี้ยังไม่ขึ้นตามผิวหนังคนที่รับเชื้อก็อาจจะไม่รู้ตัว


โรคฝีดาษลิงนี้ หากจะเปรียบเทียบก็อยู่ในกลุ่มกึ่งกามโรค แต่เทียบกับโรคเอดส์ไม่ได้ เพราะ โรคเอดส์ ป้องกันด้วยการใส่ถุงยางอนามัยได้ แต่ หากเป็นฝีดาษลิง แล้วไปมีเพศสัมพันธ์ ใส่ถุงยางอนามัยก็ป้องกันเชื้อไม่ได้ และหากจถให้ป้องกันได้ คือต้องใส่ทั้งตัว แต่โรคนี้เป็นแล้วหายเองได้ ในระยะเวลา 3 อาทิตย์ ถึง 1เดือน โดยกินยาตามอาการ


ซึ่งเชื้อฝีดาษลิง ไม่ได้เข้าไปโจมตีอวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง เหมือนโควิด แต่จะทำให้มีอาการ ทางผิวหนัง ซึ่งอาการ ก็จะปวดแสบ ปวดร้อน เจ็บที่ตุ่มและผื่น เหมือนสุกใส และเมื่อตุ่มยุบก็สามารถหายเองได้



จากข้อมูลของศูนย์จีโนม มองว่าโรคนี้สวนทางกับ โควิด ทั้งอาการ การรักษา และการกลายพันธุ์ ฝีดาษลิงนี้ หากพบสายพันธ์ใดแล้วจะอ่อนกำลังลง ตรงกันข้ามกับโควิด ที่พีฒนาและขยายไป



ส่วนการเปรียบเทียบโรคนี้ ผอ.ศูนย์จีโนม มองว่า เป็นโรคกึ่งกามโรค ไม่ได้เข้าไปโจมตีอวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง เหมือนโควิด แต่จะทำให้มีอาการ ทางผิวหนัง ซึ่งอาการก็จะปวดแสบ ปวดร้อน เจ็บที่ตุ่มและผื่น การควบคุมฝีดาษลิงช่วงรับเชื้อสังเกตอาการได้ยาก อาการเริ่มต้นจะอยู่ในร่มผ้า ตุ่มแดงจะเห็นชัด ก็อยู่ในร่มผ้า การที่จะรู้ว่าใครติดเชื้อ ก็ดูลำบาก  หากจะบอกว่าควบคุมยาก ก็ขอดูก่อน เพราะตอนที่เริ่มเป็นมันยังไม่ได้แพร่ระบาด 



แต่กรอบการควบคุมโรคง่ายกว่าโควิด เพราะโควิด เวลาไอจาม เราไม่รู้ว่าติดเชื้อ แต่กรณีฝีดาษลิง ถ้าเจอตุ่มและผื่น ตามตัวและอวัยวะเพศ โดนตัวเราตรงนี้ถึงจะติด และเชื่อว่าประเทศไทยเปอร์เซ็นต์จะแพร่กระจายมีน้อยกว่าต่างประเทศ



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rmqE1BpfFGM

คุณอาจสนใจ

Related News