สังคม

สาวสองทำร้ายหญิงพิการขาลีบ กระชากตกรถ ก่อนตบ-เตะซ้ำ แต่ตำรวจขอให้ยอมความ

โดย paranee_s

18 พ.ค. 2565

265 views

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 18 พ.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนางอ้อย (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี ระบุว่าลูกสาววัย 15 ปี ซึ่งพิการขาลีบทั้ง 2 ข้าง เนื่องจากเป็นโรคโปลิโอ ถูกสาวประเภทสองทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ จึงเดินทางเข้าไปยังบ้านพักภายในซอยโหนทรายทอง ถ.ศรีเสนา ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น


โดยได้พบกับนางอ้อย มารดาของหญิงพิการ ที่ถูกทำร้าย พร้อมเปิดคลิปขณะที่ลูกถูกสาวประเภทสองกระชากตกรถจักรยานยนต์ ก่อนจะตบและเตะหญิงพิการ ที่จอดอยู่บริเวณจุดชมวิวเขารัง ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต จากนั้นได้ตบหน้าและเตะซ้ำตามร่างกายหลายครั้ง


แม้ผู้เสียหายจะร้องไห้ พร้อมกับบอกว่าเจ็บขาที่พิการ แต่กลับมีเสียงจากกลุ่มเพื่อนของสาวประเภทสอง เชียร์ให้เตะและตบต่อ อย่างหยุด โดยมีชายวัยรุ่นที่มากับผู้เสียหายเข้าห้ามปราบ แต่ไม่เป็นผล ทั้งยังถูกสาวประเภทสองข่มขู่ ไม่ให้มายุ่ง จากนั้นคลิปจึงได้ตัดไป โดยภาพที่ปรากฏในคลิปสร้างความปวดร้าวจิตใจให้กับคนเป็นแม่อย่างมาก มิหนำซ้ำยังบังคับให้ลูกสาวกราบเท้า เพื่อให้หยุดทำร้ายอีกด้วย


โดย นางอ้อย กล่าวว่า เพิ่งเห็นคลิปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ถึงกับตกใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อถามลูกสาวจึงรู้ความจริงทั้งหมด จึงได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต แต่จำวันและเวลาไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจขอบันทึกประจำวันคืนไป เมื่อเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ได้โทรตามสาวประเภทสองมาเคลียร์ปัญหาที่ สภ.เมืองภูเก็ต และพยายามไกล่เกลี่ยให้แม่ยอมความ ให้จบกันไป


อีกทั้งหลังกลับถึงบ้าน ลูกสาวเล่าว่า คู่กรณีโทรมาบอกอย่านำคลิปไปเผยแพร่ ให้กับนักข่าวหรือเพจต่าง ๆ ตนจึงตัดสินใจส่งข้อความไปยังเพจโหดจัง จังหวัดภูเก็ต เพื่อให้แอดมินช่วยเหลือ เรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับลูกสาวที่ถูกทำร้ายร่างกาย ทั้ง ๆ ที่เป็นเด็กพิการ


ด้านผู้เสียหาย เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า คู่กรณีนั้นกล่าวหาว่าตนไปพูดจาท้าทายกับสาวประเภทสองในกลุ่ม แต่ความจริงแล้ว ตนไม่เคยพูด จึงได้นัดออกไปเคลียร์ปัญหากันบนจุดชมวิวเขารัง และภาพก็ปรากฏตามคลิปดังกล่าว โดยหลังจากทำร้ายร่างกายตนเองแล้ว ถ้าอยากจะจบก็ต้องกราบเท้า ตนจึงต้องกราบ โดยมีคลิปเป็นหลักฐาน ซึ่งอยากได้ความเป็นธรรม


แม้ว่าจะเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองภูเก็ตแล้วก็ตาม แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาไกล่เกลี่ย เพื่อขอให้จบกัน ซึ่งก็ได้ไปตรวจร่างกายที่ รพ.ไว้เป็นหลักฐาน แต่ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะทางตำรวจต้องการให้จบมากกว่าจะดำเนินคดี


คุณอาจสนใจ