สังคม

ฝากขัง ลูกชายอดีต ส.ส.คดีค้ากาม หลังศาลถอนประกัน 'จุติ' สั่งสอบรองอธิบดีฯ ยันไม่มีล้มมวย

โดย thichaphat_d

10 พ.ค. 2565

88 views

ความคืบหน้าการจับกุมผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย.2564 ถึงปัจจุบัน ศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งสิ้น 41 ราย แบ่งเป็น แม่เล้า 12 ราย ผู้ซื้อบริการ 28 ราย และผู้สนับสนุน 1 ราย คุ้มครองเด็กไม่เกิน 15 ปี จำนวน 10 ราย โดยได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นายแสงโรจน์ กาญจนะ อายุ 48 ปี บุตรชายนายชุมพล นางโสภา กาญจนะ อดีต ส.ส. สุราษฎร์ธานี พร้อมทนายความ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เนื่องจากถูกออกหมายจับ 5 ข้อหา จากการสอบปากคำเบื้องต้นนายแสงโรจน์ให้การปฏิเสธทุกข้อหา

ต่อมาได้นำตัวนายแสงโรจน์ ผู้ต้องหา ปล่อยตัวชั่วคราวศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในข้อหาซื้อประเวณีเด็ก และนาย ภ อายุ 32 ปี อาชีพแพทย์ในข้อหาซื้อประเวณีเด็ก ไปรายงานตัวต่อศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี

โดยพนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอศาลไต่สวนขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวนายแสงโรจน์ ในคดีที่ 291/2564 ของ สภ.ขุนทะเล ที่พนักงานอัยการ กองคดีค้ามนุษย์ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้มีความเห็นส่งตัวนายแสงโรจน์ ฟ้องต่อศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อ 29 เมษายน 2565 โดยอ้างว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมเข้าไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน

ทั้งนี้ ศาลได้รับคำร้องพนักงานสอบสวนและไต่สวนแล้ว ได้มีคำสั่งเพิกถอนปล่อยตัวชั่วคราวทั้งนายแสงโรจน์และนายภูมิวิชญ์ ให้ส่งเข้าฝากขังที่เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี

ด้าน พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.8 เปิดเผยว่า หลังจากพบว่ามีผู้ต้องหาเข้าไปข่มขู่และยุ่งเหยิงกับพยาน พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้เพิกถอนการประกันตัวผู้ต้องหา 2 รายในคดีที่291/2564 ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการของศาล ซึ่งปรากฏว่าศาลรับคำร้องของพนักงานสอบสวนและมีคำสั่งเพิกถอนประกันผู้ต้องหา 2 ราย มีนายแสงโรจน์และนายแพทย์คนหนึ่ง นอกจากนั้นพนักงานสอบสวน จึงได้มีหนังสือขอให้ย้ายนายเอ็ม เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้ออกนอกพื้นที่ด้วย     

พล.ต.ท.อำพล กล่าวว่า จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาคณะพนักงานสอบสวนทำงานอย่างตรงไปตรงมาและดำเนินการกับผู้ที่มีพยานหลักฐานสาวถึงทุกคนและในการทำงานก็ไม่สามารถมีใครมากดดันเจ้าหน้าที่ได้ และแม้ว่าในขณะนี้จะสามารถออกหมายจับ และจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้จำนวนมากแล้ว แต่การสอบสวนสืบสวนเพื่อขยายผลยังคงมีการดำเนินการต่อไป โดยในเร็วๆนี้จะมีการออกหมายจับผู้ต้องหาเป็นครั้งที่ 4 ยังเปิดเผยไม่ได้แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้เกรงว่าผู้ต้องหาจะไหวตัวทัน

สำหรับนายแสงโรจน์ ได้ถูกพนักงานสอบสวนในคดีค้ามนุษย์ ออกหมายจับทั้งสิ้นรวม 3 หมาย ในความข้อหากระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม,

พรากหรือร่วมกันพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร, พาหรือร่วมกันพาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม, ร่วมกันชักจูงส่งเสริมยินยอมหรือกระทำด้วยประการใดให้เด็กกระทำผิดและกระทำชำเราเพื่อสำเร็จความใคร่ของตนเองหรือผู้อื่นแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปีในสถานการค้าประเวณี รวม 5 ข้อหา มีผู้เสียหายรวม 7 คน เป็นการกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระ รวม 10 กรรม(ครั้ง)


ด้านนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สั่งสอบข้อเท็จจริง รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ฐานขัดขวางการสอบสวนตำรวจโดยเร็วที่สุด ยืนยันไม่มีล้มมวยแน่นอน

และจะลงพื้นที่สุราษฎร์ธานีด้วยตนเองในวันพุธที่ 11 พฤษภาคมนี้ นายจุติ ชี้แจงว่า ประเด็นที่ พม.ถูกกล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ไปกดดันและทำร้ายเด็กนั้น จากการสอบถามในที่ประชุมผู้บริหาร ยอมรับว่ามีการตีเด็กจริง เพื่อให้ทำตามวินัยของบ้านพัก แต่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีที่เกิดขึ้น เป็นการตีเด็กทั้งหมด 11 คน และ 1 ในนั้นมีเด็กที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดรวมอยู่ด้วย

พร้อมยืนยันให้ความร่วมมือกับตำรวจทำงานแบบถอนรากถอนโคน และจะไม่ไปเถียงข้อมูลที่ตำรวจแถลง ถ้าไม่กระทบกับรูปคดี อยากให้ตำรวจบอกข้อมูลที่ได้มา ให้กับคณะทำงานของ พม.รับทราบ ส่วนเรื่องความใกล้ชิดของผู้ถูกกล่าวกับผู้บริหารในกระทรวงนั้น เป็นเรื่องส่วนตัว แต่หน้าที่ก็ส่วนหน้าที่ ไม่มีละเว้นแน่นอนเบื้องต้น ได้สั่งย้ายเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 3 คน คือ รองอธิบดีกรมกิจการเด็กฯผู้ถูกกล่าวหา ,หัวหน้าบ้านพัก และพนักงานราชการ เพื่อมาสอบสวน แต่ยังไม่ได้เป็นการลงโทษ

นายจุติ ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า จะไม่ไปเถียงบิ๊กโจ๊กในข้อมูลทางคดีของตำรวจ แต่กระทรวงจะให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่ ในการสืบสวนคดีค้ามนุษย์ จะขยายผลไปถึงใครก็ไม่ละเว้น เพราะเป็นหน้าที่ของตำรวจ และก็ไม่กล้าไปถามใคร กลัวจะถูกกล่าวหาว่า จะเข้าไปแทรกแซงอีกคนหนึ่ง

ในขณะเดียวกันก็อยากบอกว่า ถ้าไม่กระทบกับรูปคดี ก็อยากให้ตำรวจได้แนะนำผ่านทางระบบราชการด้วย โดยส่งข้อมูลมาให้กับทางพม.เพื่อจะได้สอบสวนในเชิงลึกได้มากขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนทางข้อเท็จจริงและวินัยของพม. ซึ่งก็ขอพูดแบบเปิดเผย และจะไม่ทำจดหมายไปแบบลับๆล่อๆ




รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UwvV7SoSG1c

คุณอาจสนใจ