สังคม

กู้ภัยโอด! ถามย้ำ 3 รอบ เจอญาติผู้ป่วยปกปิดข้อมูล สุดท้ายยอมรับติดโควิด จนท.ต้องกักตัววุ่น

23 เม.ย. 2564

574 views

เพจเฟซบุ๊ก กู้ภัยร่วมกตัญญู ฐานโลตัสพระราม3 ได้ออกมาเผยเหตุการณ์ หลังไปช่วยเหลือผู้ป่วยแต่ญาติปกปิดข้อมูลโควิด


นายพลสิทธิ์ เลิศนภาพงศ์ อายุ 41 ปี หนึ่งในทีมกู้ภัยที่ไปรับตัวผู้ป่วย เล่าว่า ช่วงหัวค่ำของวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา ตนได้รับแจ้งว่ามีผู้ป่วยหญิงอายุ 86 ปี มีอาการแน่นหน้าอก และไม่เข้าข่ายสุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด ตนจึงขับรถพยาบาลไปที่เกิดเหตุพร้อมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยอีก 2 คน พร้อมกับสวมหน้ากากอนามัยและถุงมือป้องกันตัวเอง


เมื่อไปถึงได้พบกับลูกชายและหลานชายของผู้ป่วย ซึ่งตนได้ซักถามกับทั้งสองคนแล้วว่ามีคนในบ้านเข้าข่ายสุ่มเสี่ยงติดโควิดหรือไม่ ซึ่งทั้งสองคนตอบว่าไม่มี และยังอ้างว่าไปตรวจเชื้อมาแล้วไม่มีใครติด จากนั้นตนได้ถามกับตัวผู้ป่วยอีกครั้งว่าติดเชื้อหรือไม่ ซึ่งผู้ป่วยก็ปฏิเสธว่าไม่ได้ติด ซึ่งตนถามย้ำถึง 3 ครั้งกับเรื่องดังกล่าว ตนจึงวางใจและนำเปลมาเคลื่อนย้ายตัวผู้ป่วยขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาล


พอไปถึงโรงพยาบาล ระหว่างที่พยาบาลทำการวัดไข้ให้ผู้ป่วย ลูกชายของผู้ป่วยได้แจ้งกับพยาบาลว่าผู้ป่วยติดเชื้อโควิด ตนตกใจมาก จึงโวยวายไปว่าทำไมทำแบบนี้ ซึ่งเขาอ้างว่าพาแม่ไปตรวจและเพิ่งทราบผลว่าติด แต่รอมา 2 วันแล้วไม่มีใครมารับไปรักษา ส่วนคนในบ้านผลเป็นลบ


ซึ่งตนก็งงว่าผู้ป่วยเป็นผู้ป่วยติดเตียง ลุกไปไหนไม่ได้ แล้วผู้ป่วยจะติดเชื้อได้อย่างไร หากไม่มีคนในบ้านนำเชื้อมาติด ซึ่งจนถึงตอนนี้ ยังไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นใครเพราะตอนที่เคลื่อนย้ายผู้ป่วยมา มีคนที่เป็นลูกนั่งมากับรถตนเอง แต่อีกคนที่เป็นหลานเดินทางตามมาเอง


ตนรู้สึกแย่มาก การปกปิดข้อมูลแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เข้าใจว่าเขาเป็นห่วงแม่ของเขา แต่กลับทำให้คนอื่นเดือดร้อน ซึ่งตนและน้องๆในทีมอีก 2 คนต่างก็มีครอบครัว พวกตนก็รักครอบครัวเหมือนกัน หากเอาเชื้อไปติดคนในบ้านจะเป็นอย่างไร ขณะนี้ก็ต้องกันกักตัว ทำให้สูญเสียรายได้ และจะไปตรวจหาเชื้อในวันที่ 27 เมษายนนี้


ซึ่งหลังจากเกิดเรื่องจนได้ติดต่อไปขอแจ้งความผ่านทางโทรศัพท์ กับตำรวจ สน.วัดพระยาไกร เพื่อเอาผิดกับญาติผู้ป่วยที่ปกปิดข้อมูลและให้การเท็จ เพราะหากเดินทางไปเองอาจจะทำให้ตำรวจมีความเสี่ยงไปด้วย แต่ตำรวจกลับบอกว่าไม่เคยได้รับแจ้งกรณีแบบนี้ และขอเบอร์โทรไว้ แต่ก็ยังไม่มีการติดต่อกลับมา


ทั้งนี้ ตนในฐานะเจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่อยากให้ญาติผู้ป่วยปกปิดข้อมูล ให้บอกความจริงมาเลยว่าติดหรือมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน เราจะได้จัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันให้พร้อมเพื่อความปลอดภัย เพราะโดยปกติ ทางมูลนิธิมีการวางมาตรการการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหรือผู้เสียชีวิต ที่เข้าข่ายว่าอาจจะเสี่ยงติดโควิด-19 อยู่แล้ว


ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นนี้ตนมองว่าเป็นความมักง่ายและเห็นแก่ตัวอย่างมาก แค่ต้องการที่จะให้ญาติตัวเองได้รับการรักษาให้เร็วที่สุด แต่กลับไม่คิดถึงจิตใจของพวกตน ที่ก็มีครอบครัวเหมือนกันและจะต้องมาหยุดงานขาดรายได้ แล้วพวกตนจะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงครอบครัว


อย่างไรก็ตาม ตนอยากจะดำเนินคดีกับเขาให้เป็นกรณีตัวอย่างไม่ให้คนอื่นทำเป็นตาม แต่หากตำรวจไม่รับแจ้งความแบบนี้ต่อไปก็คงมีคนเลียนแบบแน่นอน


ทีมข่าวได้สอบถามไปยังมูลนิธิร่วมกตัญญู บอกว่า ทางมูลนิธิมีรถและชุดที่พร้อมรองรับผู้ป่วยโควิด 19 ขอเพียงแจ้งข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา เพื่อป้องกันการติดเชื้อของเจ้าหน้าที่ และหลังจากนี้จะประสานกรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมให้บริการในการรับส่งผู้ป่วยหรือผู้เสียชีวิต


หลังจากนี้จะมีการส่งเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาพบอาสาสมัครทั้ง 3 ราย เพื่อช่วยเหลือเพิ่มเติม หลังมีการตั้งไลน์กลุ่มเฉพาะกิจขึ้นเพื่อติดตามอาการของอาสาสมัครทั้งหมด เพื่อให้สามารถช่วยเหลือได้หากมีการร้องขอ


ด้าน พ.ต.อ.ธงชัย บัวรังษี ผกก.สน.วัดพระยาไกร เผยว่า เป็นความเข้าใจผิดเล็กน้อย และทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าหาเบอร์ของผู้แจ้งไม่เจอ จึงไม่ได้ติดต่อกลับ หลังจากนี้ผู้เสียหายสามารถเข้ามาแจ้งความได้ หากอยู่ในระหว่างกักตัวสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาแจ้งแทนได้ แต่ต้องมีความชัดเจนว่าผู้ที่ถูกกล่าวหานั้นติดเชื้อโควิดจริง


ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่เป็นผู้แจ้งให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยไปรับตัวผู้ป่วย ซึ่งปลายสายเป็นผู้ชายปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว เพียงโทรแจ้งให้เท่านั้นส่วนตัวเองนั้นอยู่ต่างจังหวัด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยยืนยันว่าผู้แจ้งเป็นคนที่อยู่ในบ้านเดียวกับผู้ป่วย และยังเดินออกมารับขณะที่กู้ภัยมาถึง


รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/7j09KD47u9c


คุณอาจสนใจ

Related News