สังคม
“ป้าดา” คัมแบก! นำผู้ตรวจ พศ.แถลงยันที่ดินไม่ใช่ของวัด ลั่นคนอนุมัติอาจต้องติดคุกด้วย
11 ชั่วโมงที่แล้ว
98 views
ป้าดา คัมแบก ครั้งนี้พาผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มาร่วมแถลงข่าวชี้แจงว่าทำไมวัดนี้มีที่มาไม่ถูกต้อง คนอนุมัติอาจต้องติดคุกไปด้วย
การแถลงข่าววันนี้จัดขึ้นที่โรงแรมอัศวินแกรน คอนเวนชั่น ย่านวิภาวดีรังสิต มีนางสาวชมมณี น้อยจันทร์ หรือ ป้าดา ระบุว่าตัวเองเป็นทายาทของนายเฮียง พิมพ์ศรี คนหนึ่ง ทำหน้าที่แทนนางบัวไข สรสมุทร ลูกสาวและผู้จัดการมรดก ยืนยันว่าต่อสู้เรื่องที่ดินนี้มานานกว่า 20 ปี ซึ่งเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีชาวโซเชียลมาประณามว่าครอบครัวเป็นเปรตจะฮุบที่ดินวัด ทางครอบครัวไม่ได้ว่า เพราะยืนยันว่าที่ดินตรงนี้ยังเป็นที่ดินของตาเฮียง ยังเป็นชื่อตาเฮียง ไม่ใช่ของวัด เราสืบสวนหาข้อมูลจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทางด้านศาสนาในพื้นที่ภาคอีสาน ก็เคยพิสูจน์แล้วว่า "ที่นี่ไม่ใช่วัด"
วันนี้พาพยานคนสำคัญที่ร่วมตรวจสอบเรื่องนี้มาด้วย คือ นายวรเดช ช่างบุ ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ยืนยันว่า ที่ดินไม่ใช่ของวัด
แต่ก่อนแถลงข่าวนายวรเดช แนะนำตัวเองว่าเป็นที่ปรึกษาของนายบัวไข พร้อมเปิดประวัติตัวเองว่าอยู่ในวงการพระพุทธศาสนามานาน ร่ายยาวตั้งแต่เคยเป็นครู จนกระทั่งมาเป็นผู้ช่วยศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งทำหน้าที่ดูแลวัด มาเป็น ผอ.สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดตราด 7 ปี ผอ.สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2 ปี ผอ.สำนักพระพุทธศาสนาพุทธมณฑล 2 ปี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติอีก 2 ปี
จากที่ฟังในรายการโหนกระแส เจ้าอาวาสถูกแต่งตั้งในปี 2535 แต่กลับมีประกาศตั้งวัดเมื่อปี 2541 ซึ่งไม่ถูกต้อง ถ้าไม่มีวัดจะมีเจ้าอาวาสได้อย่างไร ดังนั้นคำสั่งแต่งตั้งเจ้าอาวาสไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ต้องไปตรวจสอบ
ส่วนเรื่องการยกที่ดินให้วัด ตาเฮียงตั้งใจมอบให้เพื่อใช้เป็นที่ตั้งวัด ไม่ใช่ที่ธรณีสงฆ์เป็นคนละส่วนกัน แปลว่าเมื่อสร้างวัดเสร็จ ตาเฮียงจึงจะยกที่ดินจดทะเบียนโอนเป็นวัดให้ และแม้วัดจะสร้างเสร็จในปี 2541 แต่ชอบด้วยกฎหมายไหม เพราะเจ้าอาวาสเอาใบตราตั้งเมื่อปี 2535 มาใช้ ทั้งที่ตอนนั้นยังไม่มีวัด จะมีเจ้าอาวาสได้อย่างไร พอปี 2541 ทายาทไปถามคณะผู้ปกครองที่ดูแลวัดหลายที่ก็ไม่พบรายชื่อวัดนี้ ภาพในวัดเองก็แทบจะศาสนาสถาน ไม่รู้เอาภาพถ่ายที่ไหนมาสวมเพื่อไปขอออกเอกสาร แต่งตั้งวัดหรือไม่
และที่ดินหัวไร่ปลายนายังถูกนำไปตัดถนนให้เทศบาล ให้รีสอร์ททำได้อย่างไร เพราะเจ้าอาวาสไม่มีสิทธิ์ที่จะนำที่ดินวัดไปแบ่งให้บุคคลอื่น ถ้าทำถนนต้องมีค่าผาติกรรม ทำแบบนี้ถือว่าเจ้าอาวาสผิดมาตรา 157 และ มาตรา 151
ระหว่างการแถลงข่าวนักข่าวบอกให้รีบโชว์หลักฐานเลย เพราะพุดมาครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่เห็นหลักฐาน นายวรเดช จึงเอาหลักฐานใบตราตั้ง และเอกสารตั้งวัดมาแสดง และกล่าวถึงเรื่องโฉนดที่ดินว่าเจ้าอาวาสพูดบิดไป บิดมา บอกไม่รู้อยู่ไหน เดี๋ยวบอกอยู่สำนักพุทธ เดี๋ยวบอกอยู่ธนาคาร พอทายาทไปขอออกโฉนดใหม่ที่กรมที่ดิน เพราะไม่รู้โฉนดอยู่ไหน กลับเอาโฉนดมาแสดง แล้วแจ้งความทายาทฐานแจ้งความเท็จ ทั้งที่ทายาทไม่ได้มีเจตนาดังกล่าว
หลังจากนั้นนักข่าวรุมกันซัก นายวรเดช ว่ามีหลักฐานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ที่พิสูจน์ได้ว่าข้อมูลที่นำมาเสนอเป็นข้อเท็จจริง และทำให้ศาลเชื่อได้ว่าที่ตรงนี้ไม่ใช่ที่ดินของวัด หรือวัดมีที่มาไม่ถูกต้อง นายวรเดช ยืนยันว่า ก็ใบตราตั้งเจ้าอาวาส และใบแต่งตั้งวัด นักข่าวจึงถามย้อนกลับไปว่า ตรวจสอบแล้วใช่ไหมว่าได้มาไม่ถูกต้องจริง นายวรเดช บอกว่า ก็ต้องไปตรวจสอบ นักข่าวถามว่าก่อนมาแถลงไม่ได้ตรวจสอบหรือ นายวรเดช บอก ต้องไปตรวจสอบในชั้นศาล
ขณะที่ป้าดา ชี้แจงเรื่องเอกสารนี้ว่า ทางทายาทเคยไปขอเอกสาร 2 อย่าง กับทางสำนักพุทธ และสำนักพระราชวัง คือ การก่อสร้าง ก่อตั้งวัด และเอกสารถวายฎีกาแต่งตั้งเจ้าอาวาส แต่สำนักพระพุทธศาสนาไม่ยอมให้ ยืนยันทายาทติดใจอยู่เรื่องเดียว เจ้าอาวาสมาถูกต้องหรือไม่ และเป็นวัดจริงหรือไม่ หลังจากนี้จะไปแจ้งความกองปราบ เพื่อหาตัวคนผิดมาลงโทษด้วย
ด้านนางสาว สิรินทร ขวัญเกื้อ ทนายความอธิบายเพิ่มเติมว่า ตาเฮียงยกที่ดินให้ตั้งวัด แต่มีเงื่อนไขว่า จะยกให้เมื่อตั้งวัดสำเร็จ แต่นายเฮียงเสียชีวิตก่อนและวัดยังตั้งไม่สำเร็จ แปลว่ายังยกที่ดินให้วัดไม่ได้ เพราะไม่สำเร็จตามเงื่อนไข ดังนั้นเมื่อนายเฮียงเสียชีวิตที่ดินนี้ควรต้องตกเป็นมรดกของทายาท ไม่ใช่ของวัด
และก่อนจบแถลงข่าวผู้สื่อข่าวได้ถามทิ้งท้ายว่า ป้าดาไปพบตำรวจขอนแก่นตามหมายเรียกหรือยัง ป้าดา ตอบกลับว่า "ป้าไม่ได้ฆ่าคนตาย อย่าถามบ่อย จะไปรับหรือไม่ไปรับ คุยกันเองกับตำรวจไม่ได้มีปัญหาและจะแจ้งให้ทราบหากจะไป"
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/DTLsrtefi4Q
แท็กที่เกี่ยวข้อง ป้าดา ,วัดป่าอดุลยาราม ,สำนักพุทธศาสนา