สังคม

ครูสาวหลอกหนุ่ม อบต.กู้ 3 แสนเป็นสินสอด เร่งจัดงานแต่ง ก่อนรู้เพิ่งหย่าสามีทหารเรือหลังโป๊ะแตก

17 ส.ค. 2569

282 views

น้องสาวเจ้าหน้าที่ อบต.แห่งหนึ่ง หอบหลักฐานร้องเพจสายไหมต้องรอด ขอความเป็นธรรมแทนพี่ชาย หลังอ้างถูกครูสาวพราวเสน่ห์หลอกคบหา ก่อนเร่งรัดให้แต่งงาน และชักชวนให้กู้เงินกว่า 3 แสนบาท อ้างนำไปเป็นค่าสินสอดฝากไว้กับพ่อ สุดท้ายมารู้ภายหลังว่าครูสาวยังมีสามีเป็นทหารเรือและเพิ่งหย่าหลังเกิดเรื่อง ซึ่งฝ่ายทหารเรือก็อ้างว่าถูกหลอกเช่นเดียวกันแต่เสียไปแค่ 1 แสนบาทแลกกับใบหย่า



น้องสาวของหนุ่ม อบต.ผู้เสียหาย หอบหลักฐานแชตการสนทนาของพี่ชายกับครูสาว เปิดเผยเพิ่มเติมว่า พี่ชายรู้จักกับครูสาวรายนี้ผ่านทางแอปพลิเคชันหาคู่ ก่อนพูดคุยกันและพัฒนาความสัมพันธ์จนคบหากันได้ระยะหนึ่ง หลังจากคบหา ฝ่ายหญิงมีการพูดคุยเรื่องการแต่งงาน และมีการให้พี่ชายหาเงินเพื่อเตรียมไว้เป็นค่าสินสอด จนพี่ชายตัดสินใจกู้ยืมเงินและโอนเงินกว่า 300,000 บาทให้ฝ่ายหญิง โดยเชื่อว่าจะนำไปใช้เป็นเงินสำหรับการหมั้นหมายและแต่งงาน


น้องสาวระบุว่า แม้ในมุมของคนนอกอาจมองว่า เงินที่พี่ชายโอนไปให้ฝ่ายหญิงเป็นการให้โดยเสน่หา หรือเป็นการให้ด้วยความสมัครใจ เพราะทั้งคู่มีความสัมพันธ์กัน แต่ครอบครัวกลับมองแตกต่างออกไป


เนื่องจากเชื่อว่ามีการปกปิดข้อเท็จจริงที่สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องสถานะการสมรสของฝ่ายหญิง ประเด็นที่ครอบครัวติดใจคือ ในช่วงเวลาที่พี่ชายรู้จักและคบหากับครูสาวนั้น ฝ่ายหญิงยังเกี่ยวข้องกับสามีเดิมอยู่ที่เป็นทหารเรือ ก่อนจะมาทราบภายหลังว่าเพิ่งมีการหย่าร้างกันเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมานี้เอง


ขณะที่คุณเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวว่า กรณีนี้ควรตรวจสอบในประเด็นการฉ้อโกง มากกว่าการมองว่าเป็นเพียงการให้โดยเสน่หา เพราะต้องพิจารณาว่าขณะที่มีการพูดคุยและรับเงินนั้น มีการปกปิดข้อเท็จจริงหรือไม่


คุณเอกภพ ยกไทม์ไลน์ประกอบว่า ทั้งคู่เริ่มรู้จักและคบหากันประมาณเดือนมิถุนายน ก่อนมีการโอนเงินในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ฝ่ายหญิงยังมีสถานะทางทะเบียนสมรสกับสามีเดิมอยู่


แต่ในช่วงเวลาดังกล่าว ฝ่ายหญิงกลับมีการประกาศหรือโพสต์ข้อความในลักษณะว่าตัวเองโสดและไม่มีสามี จึงเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบว่า การแสดงข้อมูลดังกล่าวมีผลต่อการตัดสินใจของฝ่ายชายในการคบหาและโอนเงินหรือไม่


คุณเอกภพมองว่า หากมีหลักฐานยืนยันว่าฝ่ายหญิงรู้อยู่แล้วว่าตัวเองยังมีสถานะสมรส แต่กลับปกปิดข้อเท็จจริงหรือแสดงข้อมูลที่ทำให้ฝ่ายชายเข้าใจผิด จนตัดสินใจโอนเงินให้ ก็ต้องให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/ZPnzPjO4zyk

แท็กที่เกี่ยวข้อง  หลอกให้รัก ,หลอกคบ

คุณอาจสนใจ

Related News