สังคม
แม่ร้อง ลูกชายเป็นนักกีฬาเจ็ตสกีถูกเพื่อนแกล้งจนแขนหักผิดรูป โรงเรียนอ้างเด็กเล่นกันแล้วล้มเอง
5 ชั่วโมงที่แล้ว
16 views
แม่ร้องขอความเป็นธรรม ลูกชายเป็นนักกีฬาเจ็ทสกี ถูกเพื่อนแกล้งรุนแรงจนแขนหักผิดรูป เผยตอนแรกโรงเรียนแจ้งเพียง "ล้มตกพื้นต่างระดับ" แต่เมื่อตรวจสอบกับลูกกลับได้ข้อมูลไม่ตรงกัน และเหตุเกิดในโรงเรียน แต่กลับไม่มีกล้องวงจรปิด
คุณแม่ของน้องหนึ่ง (นามสมมติ) เด็กชายวัย 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะนั้นลูกชายเรียนอยู่ชั้น ป.6 เทอมสุดท้ายใกล้ปิดภาคเรียนแล้ว ช่วงเวลาประมาณบ่ายโมง ขณะที่เธอกำลังทำงานอยู่ ครูประจำชั้นโทรศัพท์มาแจ้งว่า ลูกชายแขนหัก ให้ผู้ปกครองมารับช่วงเย็นก็ได้ ทำให้คุณแม่คิดว่า ลูกชายไม่เป็นอะไรมาก เพราะก่อนหน่านี้เคยล้มนิ้วซ้นมาแล้ว แต่หลังจากวางสาย สักพักครูส่งภาพแขนของลูกชายมาให้ดู เมื่อเห็นสภาพแขนที่ผิดรูป
คุณแม่ยอมรับว่า ในวันแรกไม่ได้มุ่งหาคำตอบว่าเกิดเหตุขึ้นอย่างไร แต่โฟกัสเรื่องการรักษาลูกเป็นหลัก เพราะต้องการให้ลูกได้รับการรักษาที่ดีที่สุดและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และในช่วงแรก โรงเรียนแจ้งกับครอบครัวว่า เด็กล้มตกจากพื้นต่างระดับบริเวณใกล้บันได ทำให้แม่เข้าใจว่าลูกของเธอล้มเอง
แต่ต่อมาเธอถามลูกชายได้เล่าให้แม่ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุมีการเล่นมวยปล้ำกันกับเพื่อน และเมื่อถึงเวลาเข้าเรียน ลูกชายหันหลังกำลังจะเดินเข้าห้องเรียน ปรากฎว่าเพื่อนเข้ามาแกล้งจากด้านหลัง ยกตัวลูกชายขึ้นและทุ่มลงกับพื้น ลูกชายรู้ตัวอีกที่ก็ถูกยกลอยและตกลงกับพื้นแขนหักแล้ว
ต่อมาทางโรงเรียนแจ้งผลการสอบถามเด็กๆ ว่า เด็กกลุ่มดังกล่าวเล่นกัน รวมถึงมีการเล่นมวยปล้ำ ก่อนเกิดเหตุเด็กอีกคนตัดขา ทำให้ลูกชายล้มและแขนหัก แต่เมื่อคุณแม่นำข้อมูลดังกล่าวกลับไปสอบถามลูกชาย กลับพบว่ารายละเอียดไม่ตรงกัน
โดยลูกชายยืนยันว่าไม่ได้ถูกปัดขาตามที่มีการสรุป แต่เป็นจังหวะที่เดินออกมาและมีเพื่อนอยู่ด้านหลัง จนรู้สึกว่าตัวเองลอยและตกลงพื้น สิ่งที่ทำให้คุณแม่ตั้งคำถามเพิ่มเติม คือบริเวณเกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด
คุณแม่ระบุว่า ในวันที่ 13 มีนาคม ได้สอบถามครูประจำชั้นเกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบเหตุการณ์ และถามว่าโรงเรียนทราบหรือไม่ว่าเด็กเล่นกันอย่างไร รวมถึงผู้ปกครองของเด็กอีกฝ่ายรับทราบหรือไม่ ได้รับคำตอบว่า โรงเรียนกำลังอยู่ระหว่างกระบวนการสืบสาวราวเรื่อง และบริเวณเกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด จึงไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์ได้
คุณแม่บอกว่า คำตอบดังกล่าวทำให้รู้สึกเหมือนทุกอย่างว่างเปล่า เพราะเมื่อเกิดเหตุแล้วไม่มีกล้องวงจรปิด และข้อมูลจากเด็กกับข้อมูลที่โรงเรียนสรุปออกมาก็ไม่ตรงกัน จึงไม่รู้ว่าจะหาความจริงจากจุดไหนและลูกสภาพจิตใจย่ำแย่ รู้สึกไม่ดีกับครู
คุณแม่บอกว่า แม้ผ่านมากว่า 4 เดือน แพทย์พบว่ากระดูกบริเวณแขนยังมีลักษณะโก่งประมาณ 20 องศา ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะการคว่ำและหงายมือ รวมถึงการใช้แขนในบางกิจกรรม เด็กไม่สามารถทำกิจกรรมบางอย่างในวิชาพละได้เหมือนเดิม ทั้งการวิดพื้น หรือท่าที่ต้องใช้แขนรับน้ำหนัก ทำให้ต้องนั่งดูเพื่อนทำกิจกรรม ขณะเดียวกัน แพทย์อยู่ระหว่างประเมินแนวทางการรักษา โดยมีการพูดถึงการผ่าตัดเพื่อแก้ไขแนวกระดูก ซึ่งอาจต้องมีการใส่อุปกรณ์ช่วยยึดกระดูก
คุณแม่ย้ำว่า ไม่ได้ต้องการตำหนิตัวบุคคล แต่ต้องการตั้งคำถามถึง "ระบบการจัดการ" ของโรงเรียน เพราะลูกได้รับบาดเจ็บถึงขั้นกระดูกหัก ต้องใส่เฝือกประมาณเดือนครึ่ง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ตามปกติ ทั้งการรับประทานอาหารหรือการอาบน้ำ และยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเด็กและครอบครัว
ขณะที่ครอบครัวของเด็กคู่กรณี หลังเกิดเหตุได้ติดต่อสอบถามอาการผ่านไลน์เท่านั้นและเสนอเงินเยียวยาประมาณ 5 - 6 หมื่นบาท คุณแม่จึงบอกกับผู้ปกครองของคู่กรณีว่า ให้เก็บเงินของคุณไว้เถอะค่ะ.
เพราะคุณแม่มองว่า หากลูกของเธอเป็นฝ่ายทำให้เด็กคนอื่นบาดเจ็บถึงขั้นนี้ สิ่งที่จะทำคือรีบเดินทางไปโรงพยาบาล ไปขอโทษและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงความรับผิดชอบและความจริงใจ
ขณะที่แม่ต้องพยายามติดตามเรื่องกับโรงเรียนเองมาระยะหนึ่ง ซึ่งแม่ไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงขอดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกชาย นอกจากอาการบาดเจ็บแล้ว เด็กยังเป็นนักกีฬาเยาวชนของกรุงเทพมหานคร มีทั้งเบี้ยเลี้ยงและทุนการศึกษา และได้โควต้านีกกีฬาเจ็ทสกีสำหรับเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษา และหลังเกิดเหตุทำให้พลาดการแข่งขันหลายรายการ
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/CpLdQNlRXeM
แท็กที่เกี่ยวข้อง ขอความเป็นธรรม ,เพื่อนแกล้ง