สังคม

ฝั่งรถทัวร์ติดต่อขอโทษ ดรามารุมต่อยลุงรถบัส ตร.นัด 2 ฝ่ายเคลียร์ใจ

7 ชั่วโมงที่แล้ว

38 views

ความคืบหน้ากรณีพนักงานรถทัวร์นำเที่ยวชกต่อยโชเฟอร์รถบัสรับส่งพนักงาน ล่าสุดตำรวจ สภ.บางปะกง เตรียมเรียกทั้ง 2 ฝ่ายเจรจา พรุ่งนี้ (24ก.ค.69)

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงเย็นวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา บริเวณถนนมอเตอร์เวย์ ช่วงบางวัว กล้องมือถือของผู้โดยสารคนหนึ่งบันทึกภาพเหตุการณ์ ขณะโชเฟอร์รถบัสรับส่งพนักงาน ของบริษัท พลอยแพรทอง ทรานสปอร์ต จำกัด จอดรถข้างทาง เพราะโดนรถทัวร์นำเที่ยวของบริษัท ส.ทรงพล มาล้อมไว้ จากนั้นมีผู้ชาย 2 คน ลงมาหาเรื่องแล้วชกใส่โชเฟอร์ โดยกล่าวหาว่าโชเฟอร์ขับรถเบียด และเกือบเฉี่ยวชน ซึ่งโชเฟอร์พยายามอธิบายว่า "เปิดไฟเลี้ยวแล้ว" แต่อีกฝ่ายยังไม่หยุดทั้งด่า และชกเข้ามาอีก

จากนั้นมีชายอ้วนคนหนึ่งขึ้นมาทำร้ายร่างกายโชเฟอร์บนรถ กระหน่ำชกแบบไม่ยั้ง จนต้องมีคนเข้ามาห้าม และกระจกหน้ารถบัสก็ร้าวด้วย แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า เป็นฝีมือใคร

กล้องหน้ารถบัสรับส่งพนักงาน จะเห็นว่า มีรถนำขบวนล่วงหน้ามา จากนั้นรถบัสคันนี้ก็เปลี่ยนจากเลนซ้ายไปเลนกลาง สักพักนึกก็มีรถทัวร์นำเที่ยววิ่งมาเลนขวาแล้วเปลี่ยนเข้ามาเลนกลาง ก่อนจะจอดรถปิดทางกัน แล้วลงมาหาเรื่องตามคลิป

ขณะที่กล้องหน้ารถทัวร์นำเที่ยวจะเห็นว่าขับตามรถนำขบวน แล้วอยู่ๆ รถบัสรับส่งพนักงานคันสีขาวก็เบี่ยงออกมากะทันหัน ทำให้รถบัสต้องเบี่ยงออกเลนขวา ทำให้คนขับรถแจ้งวิทยุคันหลังว่า รถบัสคันขาวจะออก ให้ระวัง ก่อนจะบีบแตรเตือน

สำหรับโชเฟอร์ที่โดนทำร้าย คือ นายธีระศักดิ์ ฉิมมา อายุ 55 ปี หรือ เปี๊ยก เล่าเหตุการณ์ว่า กำลังขับรถมุ่งหน้าจังหวัดชลบุรี ช่วงที่เปลี่ยนเลน เพราะกำลังแซงรถพ่วง 22 ล้อ เป็นจังหวะที่รถนำขบวนแซงไปแล้ว และรถบัสคันหลังเปิดไซเรนตามมา และบีบแตรใส่ ก่อนจะปาดหน้าเพื่อให้จอดทำให้โดนทำร้ายร่างกาย

จังหวะที่มีคนเปิดประตูฉุกเฉินแล้วขึ้นมาทำร้าย ทำให้เขาต้องยกแขนและขาขึ้นมากัน จนรถซึ่งยังไม่ได้เข้าเกียร์ว่างพุ่งไปข้างหน้าชนท้ายรถทัวร์นำเที่ยว จนกระจกแตก พอตำรวจมากลุ่มคนที่มาทำร้ายก็ขึ้นรถทัวร์คันอื่นแล้วหนีไป

จากนั้นฝ่ายรถทัวร์ไปแจ้งความว่าเขาพยายามฆ่า เพราะปล่อยรถพุ่งชนท้าย ทางเขาก็แจ้งความว่าโดนทำร้ายร่างกาย ซึ่งตำรวจเตรียมเรียกผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คน มาสอบสวนและดำเนินคดีในวันศุกร์นี้ ส่วนตัวขับรถบัสมาหลาย 10 ปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ปกติก็ขอโทษแล้วแยกย้ายกันไป ทำไมต้องลงไม้ลงมือ ทั้งที่ทำอาชีพเดียวกัน

ทีมข่าวได้สอบถามไปยัง นายทรงพล โพธิ์งาน เจ้าของ ส.ทรงพล การท่องเที่ยว ได้ชี้แจงทางโทรศัพท์โดยยอมรับว่าทราบเรื่องตั้งแต่วันเกิดเหตุ ซึ่งขบวนรถทัวร์นำเที่ยวครั้งนี้รับงานจากกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ไปศึกษาดูงานที่ จังหวัดจันทบุรี จำนวน 10 คัน และมีรถนำขบวนหนึ่งคันซึ่งทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นคนจัดหามา ซึ่งก่อนเกิดเหตุรถทัวร์ก็ขับตามรถนำขบวนการตลอดด้วยความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พอถึงจุดเกิดเหตุรถบัสของคู่กรณีได้เปลี่ยนเลนกะทันหัน ทำให้รถทัวร์คันที่ 1 ต้องเบี่ยงออกเลนขวา จากนั้นทั้งหมด ได้ไปจอดริมถนนเพื่อเคลียร์กัน

คนขับรถบัสคันที่ 1 เป็นคนเดินไปถามคนแรก แต่ด้วยความโมโหเลยพูดจาไม่ดี ส่วนชายที่ขึ้นไปบนรถบัส แล้วทำร้ายโชเฟอร์ "ไม่ใช่พนักงานของบริษัท" แต่เป็นคนที่คนขับรถจ้างมาเอง เพื่อให้มาช่วยยกกระเป๋า หลังจากเกิดเหตุทั้งหมดไปเคลียร์กันที่ สภ.บางปะกง ก่อนจะแยกย้ายไปทำงาน

เมื่อคืนนี้ทางบริษัท ส.ทรงพล ก็ออกแถลงการณ์ มีใจความโดยสรุปว่า บริษัทไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงคนขับรถของบริษัท เมื่อสอบสวนเสร็จแล้ว จะดำเนินการทางวินัยตามระเบียบของบริษัท อาจจะเป็นการปรับหรือเลิกจ้างตามความเหมาะสม ส่วนชายชุดดำยืนยันไม่ใช่พนักงานของบริษัทและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท จึงได้มีคำสั่งห้ามชายคนนี้เข้ามาที่บริษัท หรือยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมของบริษัทแล้ว

ทางบริษัทยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ และให้การดำเนินคดีเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

ด้านพันตำรวจเอก บัณฑิต ธรรมอนันต์ ผู้กำกับการ สภ.บางปะกง บอกว่า พรุ่งนี้จะเรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาเจรจากันที่ สภ. ซึ่งฝ่ายโชเฟอร์รถบัสที่โดนทำร้าย แจ้งความเอาผิดคู่กรณีแล้ว ฝั่งรถทัวร์นำเที่ยวก็กล่าวหาว่า โชเฟอร์รถบัสพยายามฆ่า เพราะปล่อยรถพุ่งชน แต่เรื่องนี้พยานหลักฐานไม่ชัด เป็นเพียงคำกล่าวอ้าง เมื่อตรวจสอบพบว่า ไม่ได้ตั้งใจพุ่งชน สาเหตุที่ยกเท้าออกมาจากเบรก เพราะโดนทำร้าย คาดว่าพรุ่งนี้น่าจะเจรจากันได้ เพราะฝั่งรถทัวร์ติดต่อมาต้องการเยียวยา และขอโทษ



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/P0kr9oT3quw

แท็กที่เกี่ยวข้อง  รถทัวร์ ,รถบัส

คุณอาจสนใจ

Related News