สังคม
แฉ "หมอ" ออกอุบายยืมเงิน อ้างกู้สหกรณ์มาคืนแต่ต้องโอนเงินค่าคนค้ำ สุดท้ายสูญเกือบล้าน
3 ชั่วโมงที่แล้ว
15 views
จากคนคุ้นเคยกลายเป็นคดีที่ผู้เสียหายรวมตัวแจ้งความ อ้างถูกอดีตเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ 2 คน ใช้ความสนิทสนม ความน่าเชื่อถือ ขอยืมเงิน ก่อนออกอุบายอ้างจะกู้เงินสหกรณ์มาคืน แต่ต้องโอนเงินเป็นค่าคนค้ำประกัน สุดท้ายสูญเงินรวมเกือบ 1 ล้านบาท ขณะที่ผู้เสียหายยืนยันมีมากกว่า 20 ราย เชื่อความเสียหายรวมหลายสิบล้านบาท
เป็นอีกหนึ่งคดีที่ผู้เสียหายหลายรายในจังหวัดสุรินทร์ รวมตัวเข้าแจ้งความดำเนินคดี หลังอ้างว่าถูกอดีตเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 2 ราย ใช้ความสนิทสนมเป็นช่องทางขอยืมเงิน ก่อนออกอุบายว่าจะกู้เงินจากสหกรณ์มาชำระคืน แต่ติดปัญหาต้องใช้เงินเป็นค่าผู้ค้ำประกัน ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อทยอยโอนเงินช่วยเหลือหลายครั้ง สุดท้ายกลับไม่ได้รับเงินคืน และไม่สามารถติดต่อได้ โดยล่าสุดมีผู้เสียหายแล้วมากกว่า 10 ราย มูลค่าความเสียหายรวมเกือบ 1 ล้านบาท
นายพิทักษ์พงษ์ มีอาชีพเป็นคุณครู โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ เป็นผู้เสียหาย เปิดเผยว่า รู้จักกับ นายเก่งหรือหมอเก่ง ตามที่ชาวบ้านเรียก ซึ่งรู้จักกันตั้งแต่สมัยทำงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่ตำบลสำเภาลูน อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ ก่อนจะเริ่มมีขอยืมเงินกัน โดยครั้งแรกยืมไป 40,000 บาท
ต่อมา หลังหมอเก่งย้ายไปปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลในตัวจังหวัด เมื่อตนติดตามทวงถาม นายเก่งกลับอ้างว่าจะกู้เงินจากสหกรณ์มาปิดหนี้ทั้งหมด แต่จำเป็นต้องใช้เงินเป็นค่าดำเนินการและค่าผู้ค้ำประกัน จึงขอให้ช่วยโอนเงินเพิ่มเติม โดยให้ตนติดต่อพูดคุยกับหญิงสาวที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขโดยตรง ชื่อหมอจอย พร้อมแจ้งว่ากำลังนำเงินไปดำเนินการเรื่องกู้สหกรณ์ และทยอยส่งยอดค่าใช้จ่ายมาให้โอนเพิ่มเติมอยู่ตลอด โดยยืนยันว่า หากดำเนินการเสร็จจะได้รับเงินก้อนมาคืนทั้งหมด เป็นเงิน 70,000 บาท ให้เพิ่มจากยอดหนี้ 5,000 บาทด้วย
นายพิทักษ์พงษ์ บอกอีกว่า ทุกครั้งที่สอบถามความคืบหน้า จะได้รับคำตอบว่าใกล้อนุมัติแล้ว เหลือเพียงค่าใช้จ่ายอีกเล็กน้อย บางครั้งมีการส่งข้อความอ้างว่าได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่สหกรณ์แล้ว และกำหนดเวลาว่าเงินจะโอนเข้าบัญชีในช่วงเย็นของวันนั้น ทำให้ตนหลงเชื่อและทยอยโอนเงินเพิ่มเรื่อยๆ
ต่อมา หมอเก่งอ้างว่า ตัวเองกู้เงินไม่ผ่าน จึงมีตัวละครเข้ามาเพิ่ม คือ หมอจอย หญิงสาวที่ถูกอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด ที่เสนอตัวว่าจะเป็นผู้ยื่นกู้แทน แต่ก็ยังมีการเรียกเก็บค่าทำสัญญา ค่าประกัน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ต่อเนื่อง จนถึงเดือนพฤษภาคม ทำให้ตนทยอยโอนเงินเพิ่มให้อีก จนยอดหนี้จาก 65,000 บาท พอกพูนไปเรื่อยๆจนเป็นเงินกว่า 800,000 บาท
นายพิทักษ์พงษ์ บอกอีกว่า เมื่อเริ่มผิดสังเกต จึงนำหลักฐานทั้งหมดเข้าร้องเรียนต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ และแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน พร้อมขอให้มีการสอบสวนทางวินัยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะมีการนัดไกล่เกลี่ยในวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 แต่วันดังกล่าว มีเพียงหมอเก่งเดินทางมาเพียงคนเดียว ส่วนหมอจอย หญิงสาวที่ถูกกล่าวอ้างไม่ได้เดินทางมาพบ และหลังจากนั้นได้รับข้อมูลว่า หมอเก่งได้ยื่นใบลาออกจากราชการ ก่อนจะขาดการติดต่อ ไม่สามารถติดตามตัวได้ ตนจึงตัดสินใจโพสต์เรื่องราวลงในเฟสบุ๊ค
หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป มีผู้เสียหายจากหลายอำเภอทยอยติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ว่าโดนหมอจอยและหมอเก่ง หลอกในลักษณะเดียวกัน บางรายสูญเงินหลักหลายแสนบาท ทำให้ขณะนี้ทราบข้อมูลผู้เสียหายแล้วกว่า 20 ราย และมีประมาณ 10 ราย ที่รวมตัวเตรียมดำเนินคดีร่วมกัน ขณะที่มูลค่าความเสียหายรวมอาจสูงถึงหลายสิบล้านบาท
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/xBeepiQ0kYY
แท็กที่เกี่ยวข้อง หลอกลวง ,กู้เงิน ,หลอกยืมเงิน