สังคม

สาวจักรยานยนต์ล้ม หมดสติ กู้ภัยคิดว่าเมาส่งโรงพักแทน รพ.สุดท้ายดับ ครอบครัวคาใจ ผ่านเป็นปีไร้คืบหน้า

8 ชั่วโมงที่แล้ว

25 views

เหตุการณ์นี้ต้องย้อนกลับไปช่วง 02.11 น. ของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ปีที่แล้ว น.ส.วริศรา หรือ ใบเตย อายุ 21 ปี ขี่จักรยานยนต์มาบนถนนลาดพร้าว แล้วเกิดอุบัติเหตุรถล้ม คาดว่าอาจจะสะดุดฝาท่อที่อยู่บนถนน จากนั้นมีพลเมืองดีเข้ามาช่วย ก่อนจะเรียกกู้ภัยให้มาช่วยเหลือ




หลังเกิดเหตุรถกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งก็ขับเข้ามาจอดที่หน้า สน.พหลโยธิน  20 นาทีต่อมา กู้ภัยและตำรวจช่วยกันนำตัวใบเตยเข้ามาที่นอนพักที่เก้าอี้ใน สน. แต่ปรากฏว่าเธอพลิกตัวตกลงมาบนพื้น ทำให้ตำรวจต้องไปช่วยกันลากโซฟามาติดกับกำแพง แล้วนำตัวเธอไปนอนที่โซฟาอีกรอบ ซึ่งช่วงที่นอนบนโซฟาจะเห็นว่าเธอยังคงพลิกตัวไปมาตลอดเวลา



ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมงก็มีตำรวจเอาน้ำมาให้เธอดื่ม ก่อนที่เธอจะไหลจากโซฟาลงไปนอนกับพื้น จนตำรวจต้องมาดูอีกรอบ แล้วให้เธอกลับขึ้นไปนอนบนโซฟา



กระทั่ง 04.30 น. เธอลงมานอนบนพื้นอีกครั้งและพื้นเปียก เมื่อเรียกให้เธอรู้สึกตัว แต่กลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง สักพักมีอาการชักเกร็งและน้ำลายฟูมปาก ตำรวจจึงเรียกกู้ภัยให้มาช่วยดูอาการ เพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาล



เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึงใช้เครื่อง AED กระตุ้นหัวใจ ก่อนจะเริ่มลงมือปั๊มหัวใจนานกว่า 1 ชั่วโมง แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ และเสียชีวิตที่ทางเดินของ สน.พหลโยธิน



เหตุการณ์นี้แม้จะผ่านมากว่า 1 ปี แต่ครอบครัวของใบเตยยังต้องมาทวงถามความยุติธรรม และคนที่ต้องรับผิดชอบกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นของครอบครัว โดยไปร้องเรียนผ่านเพจสายไหมต้องรอด ระบุว่า วันเกิดเหตุน้องใบเตยเกิดอุบัติเหตุ แต่แทนที่จะนำตัวส่งโรงพยาบาล กลับพามาที่โรงพัก เพราะเข้าใจว่าเธอเมา สุดท้ายเสียชีวิตที่โรงพัก ซึ่งผลชันสูตรระบุว่า ปอดและตับฉีก รวมทั้งมีเลือดออกในช่องท้องและช่องปอด กระดูกซี่โครงหัก 8 ซี่ อาจจะหักเพิ่มตอนทำ CPR ทำให้เลือดออกในช่องปอดเพิ่มด้วย



ด้านแฟนของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ในคืนวันเกิดเหตุ ตนขี่จักรยานยนต์มาคนละคันกับแฟน โดยขี่ออกมาจากร้านอาหารย่านสุขุมวิท เพื่อกลับห้องเช่าย่านลาดพร้าว แต่เขาขี่นำมาก่อน พอมาถึงห้องก็เจอว่าแฟนยังไม่กลับมา โทรก็ไม่ติดเลยให้เพื่อนช่วยกันตามหา กระทั่งมารู้ข่าวตอนเช้าว่าแฟนเสียแล้ว เพราะเกิดอุบัติเหตุ แต่กู้ภัยไม่ยอมพาส่งโรงพยาบาล โดยอ้างว่าผู้ตายเมา ซึ่งไม่สมเหตุสมผล และยืนยันว่า วันเกิดเหตุแฟนไม่ได้ดื่มจนเมา และไม่มีกลิ่นเหล้าแน่นอน



แต่ที่โมโหกว่านั้น คือ เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ไปช่วยเหลือในวันเกิดเหตุ ได้ส่งข้อความในห้องแจ้งเหตุในเชิงเยาะเย้ยแฟนสาวของเขาว่า เป็นเพียงแค่เหตุคนเมาแล้วขับ แล้วยังพิมพ์ 5555 ด้วย พอทักไปว่าไม่ให้เกียรติคนตายก็ไม่มีแม้แต่คำขอโทษ



วันนี้ทีมข่าวลงพื้นที่จุดที่ใบเคยเกิดอุบัติเหตุถนนลาดพร้าว ใกล้ปากซอยลาดพร้าว 43/2 จุดเกิดเหตุเป็นช่วงลงสะพานข้ามคลองบางซื่อ เลนขวาสุดที่ใบเตยเกิดอุบัติเหตุ พบว่ามีฝาท่ออยู่ในลักษณะลึกลงไปจากถนน ไม่ได้เรียบเสมอกับพื้นถนน ซึ่งชาวบ้านแถวนี้ยอมรับว่า ฝาท่อนี้มักจะทำให้จักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะช่วงฝนตก ซึ่งฝาท่อนี้เป็นฝาท่อร้อยสายไฟฟ้าและอยู่ในช่วงทางลงสะพานพอดี อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไข



ทีมข่าวพยายามติดต่อไปยังกู้ภัยที่เข้าช่วยเหลือ แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ จึงติดต่อไปยังเพื่อนของผู้เสียชีวิตที่เป็นอาสาสมัครกู้ภัยเช่นกัน เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า วันที่เกิดเหตุมีเพื่อนทักมาหาให้ช่วยตรวจสอบว่า น้องใบเตยประสบอุบัติเหตุหรือไม่ ตนเองจึงไล่ดูในกลุ่มรวมของกู้ภัยในพื้นที่ของตน แต่ก็ไม่พบ จนมีเพื่อนส่งมาจากกลุ่มกู้ภัยในพื้นที่ สน.พหลโยธิน ว่า น้องใบเตยประสบอุบัติเหตุจริงบน ถ.ลาดพร้าว พร้อมแคปแชตกลุ่มส่งให้ตามที่ปรากฏตามสื่อ ยอมรับว่าทันทีที่เห็นรู้สึกตกใจมากที่เห็นเพื่อนตกอยู่ในสภาพนั้น




ยิ่งปรากฎข้อความในกลุ่มที่ส่งรูปพร้อมระบุว่า “เมา หมดสภาพ5555” ส่วนตัวรู้สึกว่า เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทํา เพราะเป็นการไม่ให้เกียรติผู้ประสบเหตุ แน่นอนว่าเขาไม่ใช่ญาติหรือพ่อแม่พี่น้องคุณ แต่ก็ไม่สมควรมาพูดเล่นกันแบบนี้ ส่วนใครเป็นคนส่งข้อความดังกล่าวนั้นตนเองไม่ทราบ ไม่รู้ว่ากู้ภัยคนดังกล่าวทํางานมานานกี่ปี แต่การช่วยเหลือคนคุณต้องรู้ขั้นตอนการปฏิบัติงานของกู้ภัย ซึ่งตนรับไม่ได้อย่างมากกับการกระทำที่ไม่ให้เกียรติแบบนี้



ขณะเดียวกัน ตนเองก็รู้สึกไม่พอใจว่า เหตุใดกู้ภัยจึงไม่เอาเพื่อนไปส่งโรงพยาบาล แต่กลับไปส่งสถานีตํารวจ จนสุดท้ายเพื่อนต้องมาเสียชีวิต ต่อให้กู้ภัยอ้างว่าได้กลิ่นสุรา ตนเองมองว่าไม่ถูกต้องที่พูดแบบนั้น เพราะแม้ว่าคนเจ็บดื้อและไม่ต้องการให้ไปส่งโรงพยาบาล แต่ยังไงเราก็ต้องพาไปโรงพยาบาล เพราะไม่รู้ว่าข้างในมีเลือดออกหรือมีบาดแผลฉีกขาดหรือไม่ เหมือนกันกรณีเพื่อนของตนที่สุดท้ายก็เสียชีวิตจากอาการช้ำใน



ส่วนขั้นตอนการช่วยเหลือกรณีอุบัติเหตุลักษณะดังกล่าว อันดับแรกต้องวัดชีพจรและตรวจร่างกายว่ามีอาการฉุกเฉินหรือไม่ หากหมดสติหรือพูดไม่รู้เรื่อง แม้ไม่มีบาดแผลภายนอกก็ตาม แต่ต้องคํานึงเสมอว่า อาจมีเลือดออกทั้งภายนอกและภายในร่างกาย พร้อมแจ้งให้ทางศูนย์เอราวัณทราบเพื่อประเมินและแจ้งว่าต้องดําเนินการอย่างไร แต่ตามหลักแล้ว ควรต้องนําส่งโรงพยาบาลให้ถึงมือหมอก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ประสบเหตุพ้นขีดอันตรายแล้ว จากนั้นค่อยให้ญาติมาติดต่อเรื่องคดีที่สถานีตํารวจภายหลังก็ได้



สำหรับบทลงโทษในกรณีของกู้ภัยที่ไม่ดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนตัวไม่ขอแสดงความคิดเห็นให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ยืนยันว่าตนเองจะช่วยเหลือเพื่อนให้ถึงที่สุด เพราะไม่อยากให้เพื่อนตายฟรี อยากให้เกิดความยุติธรรมกับตัวเพื่อนของตน ยังคงตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดต้องมาเสียชีวิตที่สถานีตํารวจ หากเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เหมือนที่ทางแม่ของน้องใบตองบอกคือคงไม่ติดใจ แต่การมาเสียชีวิตในสภาพนี้ แน่นอนว่าครอบครัวต้องติดใจอยู่แล้ว



สุดท้าย ตนอยากฝากกู้ภัยด้วยกันในเรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการตรวจเช็กอาการตามกลไกหลักการแพทย์ว่า ควรปฏิบัติตามศูนย์เอราวัณอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียแบบนี้ขึ้น อีกพร้อมทิ้งท้ายว่า ข้างในไม่สามารถมองเห็นได้ อย่าตรวจแค่ภายนอกเพียงอย่างเดียว



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/b4qIL_tU-4A

แท็กที่เกี่ยวข้อง  อุบัติเหตุ ,เมา ,เสียชีวิต

คุณอาจสนใจ

Related News