สังคม

ไม่ให้ประกันตัว “เสือ ดุสิต” เจ้าตัวขอโทษรุมตื๊บคู่กรณีโคม่า ด้านแฟนสาวยันถูกจับก้นจริง

26 ก.พ. 2569

89 views

จากกรณีลูกสาวผู้บาดเจ็บโพสต์ขอความเป็นธรรม พ่อวัย 55 ปี ถูกรุมกระทืบอาการสาหัส ซี่โครงหัก 12 ซี่ เลือดคลั่งในปอด มีภาวะหยุดหายใจ แพทย์ต้องปั๊มหัวใจช่วยชีวิต ครอบครัววอนเร่งออกหมายจับ ผู้ก่อเหตุ เสือ ดุสิต หลังก่อเหตุตะโกนกลางพร้อมเจอ "ใครก็ได้ในนนทบุรี"

โดยลูกสาวผู้โพสต์ระบุว่า พ่อถูกชายถูก "เสือ ดุสิต" พร้อมพวกรวม 3 คน บุกเข้ามารุมทำร้ายร่างกาย ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านรัตนาธิเบศร์ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนรักษาตัวในห้อง ICU หลายวัน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อผู้เป็นพ่อไปเที่ยวที่ร้านดังกล่าว และมีหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามาทักทายลักษณะคนรู้จักกันทั่วไป จากนั้น เสือ ดุสิต ได้เดินเข้ามาแสดงตัวว่า หญิงคนดังกล่าวเป็นแฟนของตัวเอง ผู้เป็นพ่อจึงชี้แจงว่า ไม่มีอะไร เพียงรู้จักกัน ไม่มีเจตนาอื่นๆ

ต่อมาพ่อออกไปสูบบุหรี่นอกร้าน ก่อนจะถูก เสือ ดุสิต พร้อมพวกรุมทำร้ายตามคลิปที่มีการเผยแพร่ โดยฝ่ายผู้ก่อเหตุอ้างว่าไม่พอใจ เพราะเข้าใจว่าผู้บาดเจ็บไปลวนลามแฟนสาว แต่ทางครอบครัวยืนยันว่าได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านแล้ว ไม่พบพฤติกรรมลวนลามตามที่กล่าวอ้าง

หลังเกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ผลตรวจแพทย์ระบุว่า ซี่โครงหักถึง 12 ซี่ มีเลือดคลั่งในปอดและปอดทะลุ ม้ามและไตได้รับความเสียหาย อาการอยู่ในขั้นวิกฤต มีช่วงหนึ่งที่พ่อหยุดหายใจด้วย แพทย์ต้องทำการปั๊มหัวใจช่วยชีวิต และเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดในห้อง ICU

ลูกสาว โพสต์ด้วยว่า ระหว่างเกิดเหตุ เสือ ดุสิต มีถ้อยคำทำนองท้าทาย ไม่เกรงกลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีพยานบุคคลหลายรายได้ยินว่า เสือ ดุสิต พูดทำนองว่า "ให้ไปแจ้งตำรวนเลย พร้อมเจอใครก็ได้ในนนทบุรีไปเรียกมา" อย่างไรก็ตาม ครอบครัวได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับกลุ่มผู้ก่อเหตุ ทำให้ครอบครัวรู้สึกกังวลในเรื่องความปลอดภัย

ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ได้พูดคุยกับ นายเอ็กซ์ เพื่อนของผู้บาดเจ็บอยู่ในเหตุการณ์แเล่าว่า ปกติกลุ่มของตนไปใช้บริการร้านดังกล่าวเป็นประจำ บรรยากาศทั่วไปเป็นร้านอาหารกึ่งสถานบันเทิง มีพีอาร์สาวคอยดูแลลูกค้าบ้าง แต่หญิงสาวที่เป็นประเด็นในวันเกิดเหตุ ไม่ได้เป็นพีอาร์ของร้าน โดยหญิงสาวคนนี้มากับกลุ่มของเสือ ดุสิต

โดยวันเกิดเหตุ นายกุ้ง ผู้บาดเจ็บซึ่งนั่งรับประทานอาหารอยู่กับพวกตน จากนั้นหญิงสาวคนดังกล่าวเดินเข้ามาทักทายตามประสาคนรู้จักกันทั่วไป ระยะเวลาไม่นาน ประมาณไม่ 2-3 นาที ไม่มีลักษณะส่อไปในทางชู้สาวหรือเกินเลย

จากนั้น นายเสือ เดินเข้ามาแสดงความไม่พอใจ พร้อมพูดทำนองว่า หญิงคนดังกล่าวเป็นแฟนของตัวเอง นายกุ้ง ผู้บาดเจ็บจึงกล่าวขอโทษ และชี้แจงว่าเพียงรู้จักกัน ไม่มีเจตนาอื่นใด ก่อนที่เรื่องจะเหมือนจบลง ไม่มีการโต้เถียงรุนแรง

ส่วนเรื่องการลวนลามหรือจับก้นตามที่อีกฝ่ายอ้าง นายเอ็กซ์ยืนยันว่า เท่าที่ตนเห็นไม่มีพฤติกรรมดังกล่าว แต่อาจมีจังหวะที่มืออยู่ใกล้ตัว เนื่องจากหญิงสาวเข้ามายืนด้านหลังโซฟาและโน้มตัวพูดคุย นายกุ้งคนเจ็บ จนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด แต่ไม่เห็นการจับต้องในลักษณะลวนลาม

หลังจากนั้นประมาณไม่เกิน 20 นาที ตนเดินไปเข้าห้องน้ำและพบว่า นายเสือกับหญิงสาวคนดังกล่าวมีการพูดคุยเคลียร์ใจกันหน้าห้องน้ำ ลักษณะคล้ายมีปากเสียงกันเล็กน้อย แต่ตนไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว ไม่ได้สนใจ

ต่อมา นายกุ้ง ผู้บาดเจ็บออกไปด้านนอกร้านเพื่อสูบบุหรี่ โดยออกไปเพียงลำพัง ก่อนจะถูกกลุ่มของนายเสือรุมทำร้าย พวกตนเห็น ถึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยแต่นายกุ้งคนเจ็บก็อยู่ในสภาพสะบักสะบอมแล้ว และตนยืนยันมั่นใจได้ยิน 2 หูว่า มีการตะโกนท้าทายตำรวจว่า "ไปตามมาเลยตำรวจในจังหวัดนนทบุรีใครก็ได้ เดี๋ยวพวกกูจะรอตรงนี้" ซึ่งตนได้ยินชัดเจน แต่ไม่ยืนยันว่าเป็นนายเสือหรือใครเป็นคนพูด จากนั้นการ์ดของทางร้านก็เข้ามาห้ามปรามระงับเหตุ

ในส่วนของความคืบหน้าคดี นายเอ็กซ์เปิดเผยว่า ครอบครัวได้เข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 19 ที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นความคืบหน้าชัดเจน ทำให้ลูกสาวของผู้บาดเจ็บเกิดความกังวล เนื่องจากคู่กรณีเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในโซเชียล เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

ขณะเดียวกัน ครอบครัวยังกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล เนื่องจากผู้บาดเจ็บอาการหนัก ไม่สามารถทำงานได้ ส่วนลูกสาวยังอยู่ในวัยเรียน ภาระทั้งหมดจึงตกอยู่กับครอบครัว และอาการคนเจ็บตอนนี้ยังอยู่ในขั้นวิกฤตไม่สามารถหายใจได้เองต้องใส่ท่อสวนช่วยหายใจตลอดเวลา

ผู้สื่อข่าวไปที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นกับ พันตำรวจเอก พฤฒ จำรูญศาสน์ ผู้กำกับการ สภ.รัตนาธิเบศร์ เผยว่า เหตุการณ์ทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้น สืบเนื่องมาจากเรื่องชู้สาว โดยผู้เสียหายไปคุยงานกับเจ้าของร้าน ซึ่งตอนนั้นร้านปิดแล้ว ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นลูกค้าที่ยังหลงเหลืออยู่ จากวงจรปิด พบว่า ผู้เสียหายถูกทำร้ายฝ่ายเดียว ซึ่งตำรวจได้สอบปากคำไปหลายคนแล้ว แต่ยังไม่ได้แจ้งข้อหา เพราะต้องรอผลตรวจร่างกายจากแพทย์ก่อน ซึ่งผู้เสียหายอาการยังสาหัสอยู่

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะสร้างความมั่นใจให้ลูกสาวผู้บาดเจ็บอย่างไร พันตำรวจเอก พฤฒ บอกว่า ไม่จำเป็นต้องให้ความมั่นใจ เพราะตนทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ตนไม่รู้จัก เสือ ดุสิต ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ใหญ่มาจากไหน แต่ถ้ามาทำผิดกฎหมายในพื้นที่ของตน ตนจับดำเนินคดีหมดทุกคน ไม่มีการเกรงอิทธิพลใด ๆ ถ้าเกรงก็ไม่ต้องมาเป็นตำรวจแล้ว ตอนนี้รู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว มี 3 คน อยู่ระหว่างการออกหมายจับ

ขณะที่เมื่อช่วงเย็นวานนี้ เสือ ดุสิต อายุ 40 ปี พร้อมด้วย นายบอย อายุ 37 ปี และนายแมน อายุ 29 ปี ที่ร่วมกันทำร้ายผู้เสียหาย ติดต่อมาขอเปิดใจกับผู้สื่อข่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด

เสือ ดุสิต เล่าว่า ในวันเกิดเหตุมีเพื่อนโทรมาชวนให้ไปหาที่ร้านเหล้าย่านสนามบินน้ำ ตนจึงไปกับรุ่นน้อง และแฟนสาว รวมทั้งหมด 4 คน ไปถึงร้านประมาณตี 2 ได้เข้าไปนั่งในห้องวีไอพี จากนั้นประมาณตี 3 แฟนสาวออกไปเข้าห้องน้ำและหายไปนาน ตนจึงเปิดประตูห้องวีไอพีออกมาตามหา

จนพบว่า แฟนสาวกำลังยืนคุยกับนายธนพล ผู้เสียหาย ซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาพร้อมเพื่อนประมาณ 2-3 คน ตนเห็นกับตาว่า ผู้เสียหายใช้มือโอบไปที่ก้นแฟนสาว จึงเดินเข้าไปจับมือผู้เสียหายออก พร้อมพูดว่า "นี่แฟนผม" ซึ่งเพื่อนร่วมโต๊ะของผู้เสียหายก็เห็นเหตุการณ์ และท้าให้เปิดกล้องวงจรปิดดู แต่เจ้าของร้านไม่ให้ดู โดยบอกว่า ได้เปิดดูแล้ว ไม่มีการจับก้น

แต่ตนยืนยันว่า เห็นกับตา จึงเกิดอารมณ์ และเข้าไปทำร้ายร่างกาย โดยไม่รู้ว่าเขาอายุ 55 ปี เพราะแต่งตัวดี และไม่ได้ดูมีอายุมาก อีกทั้งแฟนบอกว่า รู้จักกับผู้เสียหาย เพราะเคยจ้างไปทำงานเอ็มซี เรื่องนี้จะไม่เกิดถ้าเขาไม่จับก้นแฟนตน กลับกันถ้าตนจับก้นแฟนเขาบ้าน ตนเชื่อเหลือเกินว่า เขาก็ไม่ยอม

ตนยอมรับว่า ใช้อารมณ์และทำเกินกว่าเหตุ ส่วนเพื่อนเข้าไปทำร้ายซ้ำ ตนไม่ได้คิดจะรุมตั้งแต่แรก แต่เพื่อนเดินตามหลังมา และเข้าร่วมทำร้ายด้วย

ส่วนที่บอกว่า ตนท้าทายว่า "ในจังหวัดนนทบุรีไม่กลัวใคร" ตนยืนยันว่า ไม่ได้พูดเช่นนั้น เพียงแต่บอกให้ไปแจ้งตำรวจ ตนจะรอมอบตัว แต่สุดท้ายไม่มีใครแจ้งตำรวจ และการ์ดได้พาตนออกนอกร้าน ตนจึงขับรถกลับบ้าน หลังจากนี้จะเข้ามอบตัวที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ เพราะยอมรับว่า ผิด อยากขอโทษ พร้อมเยียวยาผู้เสียหาย

ส่วนกระแสในโซเชียล ที่ถูกทัวร์ลงอย่างหนัก ตนยอมรับสภาพ และรู้สึกผิดกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะภรรยาที่คบหากันมากว่า 9 ปี และกับแฟนสาวอีกคนที่ทำให้เสียชื่อเสียง ยอมรับว่า ตนเป็นคนเห็นแก่ตัว ขณะนี้ภรรยาเกิดความเครียดอย่างหนัก และบอกกับตนว่า ไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว เพราะมีปัญหาในลักษณะนี้มาตลอดที่คบหากัน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับแฟนสาวของ เสือ ดุสิต เจ้าตัวยืนยัน ว่า ถูกจับก้นจริง แต่ไม่สะดวกให้บันทึกเสียง

ล่าสุด เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา เสือ ดุสิต พร้อมนายบอย และนายแมน ได้เข้ามอบตัวที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ แล้ว โดยมี พลตำรวจตรี เดชรพี คงดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี รอรับมอบตัว โดย เสือ ดุสิต ได้ขอโทษตำรวจ บอกว่า ไม่ได้พูดท้าทายตำรวจ และไม่ได้พูดว่า นนทบุรีใครก็ได้ พร้อมยกมือไหว้ขอโทษ หากทำให้ใครเข้าใจผิด และรู้สึกผิดที่ก่อเหตุในครั้งนี้

จากนั้น พันตำรวจเอก พฤฒ นำตำรวจฝ่ายสืบสวน คุมตัว ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไปชี้จุดเกิดเหตุ บริเวณหน้าห้องน้ำภายในร้านอาหารย่านสนามบินน้ำ ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวพยายามถามรายละเอียดของเหตุการณ์ แต่ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ปฏิเสธตอบคำถาม

ขณะที่ เสือ ดุสิต มีสีหน้าเคร่งเครียด และกล่าวสั้น ๆ เพียงว่า ได้ให้ข้อมูลและให้สัมภาษณ์ไปหมดแล้ว จากนั้นตำรวจคุมตัวทั้งหมดกลับโรงพัก เพื่อสอบปากคำ โดยตำรวจยืนยันว่า ไม่ให้ประกันตัว และจะนำตัวทั้ง 3 คน ส่งศาลจังหวัดนนทบุรีทันที



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/p-jgCpMuLXs

แท็กที่เกี่ยวข้อง  เสือดุสิต

คุณอาจสนใจ