สังคม

‘พระพยอม’ ติงไม่เหมาะสมพระปักหลัก ยืน-นั่ง บิณฑบาตจนเลยเวลากลับวัด พบเคยเสพยาจนต้องลาสิกขา

โดย petchpawee_k

24 ก.ย. 2565

60 views

นายคนึงกิจ พรหมนุชานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนนทบุรี และจนท.สำนักงานพระพุทธศาสนาร่วมกับ กอ.รมน.จังหวัดนนทบุรี ลงพื้นที่ ณ. ตลาดสดท่าอิฐ ต.บางรักน้อย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่มีเรื่องร้องเรียนผ่านสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนนทบุรี


โดยแจ้งว่ามีพระสงฆ์ยืน-นั่ง ปักหลักบิณฑบาตบริเวณภายในตลาดสดท่าอิฐ ต.บางรักน้อย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยอ้างว่าตนสังกัดวัดแจ้งศิริสัมพันธ์ และมีพฤติกรรมชอบพักอาศัยอยู่ที่บ้านไม่ได้จำพรรษาอยู่ที่วัด จึงเกรงว่าจะเป็นพระปลอมจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริ พบพระสงฆ์ ยืน-นั่ง ปักหลักบิณฑบาตร ภายในตลาดสดท่าอิฐ จำนวน 4 รูป จริง ทราบชื่อ ดังนี้



1. พระภัทรพล โอภาโส สังกัด วัดบางรักใหญ่ ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

2. พระสันติ จันทูปโม สังกัด วัดบางรักใหญ่ ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

3. พระทิม ธัมมพินโน สังกัด วัดแสงสิริธรรม ต.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

4. พระพัฒนพงศ์ ปิยธัมโม สังกัด วัดห้วยยางดง ต.โคกเครือ อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์


เบื้องต้นพบพระสงฆ์ ทั้ง 4 รูป ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสมณสารูป โดยนั่งปักหลักบิณฑบาตอยู่หน้าร้านขายอาหารใส่บาตรของแม่ค้า ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดพระธรรมวินัย เจ้าหน้าที่จึงได้นิมนต์พระสงฆ์ทั้ง 4 รูป ให้ไปพบกับพระมหาอานนท์ จันทวังโส เจ้าอาวาสวัดบางนา/เจ้าคณะตำบลบางรักน้อย ฝนฐานะพระวินยาธิการ เพื่ออบรมว่ากล่าวตักเตือน และทำภาคทัณฑ์ไว้  ทั้งนี้พระสงฆ์ทั้ง 4 รูป ยอมรับว่าได้ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสมณสารูปตามที่มีเรื่องร้องเรียนจริง


ในส่วนของพระพัฒนพงศ์ ปิยธัมโม ที่แอบอ้างว่าตนสังกัดวัดแจ้งศิริสัมพันธ์นั้น สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนนทบุรี ได้ตรวจสอบกับเจ้าอาวาสวัดแจ้งศิริสัมพันธ์/เจ้าคณะอำเภอเมืองนนทบุรี แล้ว ปรากฏว่าพระพัฒนพงศ์ ปิยธัมโม ไม่ได้สังกัดวัดแจ้งศิริสัมพันธ์ และไม่ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดแต่อย่างใด แต่สังกัดอยู่ที่วัดห้วยยางดง ต.โคกเครือ อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ และกลับมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านของตนเองในพื้นที่ ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ไม่ยอมไปจำพรรษาอยู่ที่วัด และเคยประพฤติตนไม่เหมาะสมแบบนี้ทั้งเสพยาเสพติดจนต้องให้ลาสิกขามาแล้ว 1 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2


ดังนั้น พระมหาอานนท์ จันทวังโส จึงเห็นควรให้ พระพัฒนพงศ์ฯ ลาสิกขาจากเพศบรรพชิต เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างของพระสงฆ์อีกต่อไป



ขณะที่พ่อค้า-แม่ขายในตลาด เล่าว่า บางทีพระ 11โมง ยังไม่กลับวัดเลยไม่รู้เขาทำอะไรกัน มันเกินไปไหม มันไม่เหมาะสม มันเสื่อม ปกติ 7-8โมง ต้องกลับวัดแล้วตามหลักศาสนา บางรูป 9-10โมง ยังอยู่ตลาดเลย บางรูปก็นั่งเฉยๆ รอให้ใส่บาตไม่ทำอะไรเลย แค่นั้นก็เสื่อมศัทธาของศานาพุทธไปแล้ว มันเหมือนธุรกิจจริงๆมันต้องเดิน แค่มีรถรับส่งมันก็ไม่ใช่กิจของสงฆ์เลย ถ้าอาพาธก็ว่าไปอย่าง แต่นี้มันกลายเป็นธุรกิจ บางที่มีรถมารับไปถึงวัดรึป่าวก็ไม่รู้


ที่ถูกต้องจริงๆพระต้องเดินบิณฑบาตตามหลักอยู่กับที่ไม่ได้อยู่แล้ว มายืนบิณฑบาตทุกวัดก็ทำได้สิ ก็ไม่ต้องเดินอยู่กันหน้าวัดก็ได้ การเดินบิณฑบาตมีแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่งั้นเขาไม่เรียกบิณฑบาตหรอก พระจริงพระปลอมก็ดูยากเพราะว่าเดี๋ยวนี้เยอะ และอีกอย่างต่างคนต่างไม่สนใจหรอก เพราะว่าเขาก็ทำมาหากิน ลูกค้าต้องสังเกตุ อยากจะทำบุญต้องตรวจสอบนิดหนึ่งว่าพระจริงหรือปลอม



ด้านพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว กล่าวถึงกรณีนี้ว่า  ก็ขอโมทนาชุมชนชาวท่าอิฐ ที่เป็นชาวพุทธที่รู้จักคำว่าปกป้องคุ้มครองพุทธศาสนาทะนุบำรุงอย่างเดียวไม่พอ ทะนุบำรุงก็ดีอยู่แล้วละ แต่ว่าถ้าได้อีกขั้นนึ้งคือช่วยกันปกป้องคุ้มครองคือรู้เบาะแสที่เป็นที่มาร้องทุกข์ไปที่สำนักพุทธฯและคราวนี้ทราบข่าวว่า กอ.รมน.จังหวัดทำหน้าที่ความมั่นคงของชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ ถ้าปล่อยให้พวกนี้ย่ำยีเป็นอารัชชี


พวกนี้ขัดแย้งกันด้วย ทะเลาะกันด้วย แล้วก็ไม่มีอาการที่เรียกกันว่าสงบ ระงับสติ มีแต่จะฟุ้งซ่านแล้วก็อย่างที่ก่อนหน้านี้ที่ บางใหญ่ ถึงกับเอาบาตฟาดหัวกันเลือดอาบ ธรรมวินัยของพระองค์ล้ำลึกประดุจดั่งทะเลลึก ถ้ามีขยะในทะเลคลื่นก็จะซัดขึ้นฝั่ง คนพวกนี้ก็เช่นเดียวกันก็จะถูกสังคมซัด กฎหมายบ้านเมืองซัดขึ้นฝั่งไป แต่ก็ระวังนิดนึงเดี๋ยวก็ย้อนกลับมาใหม่อีก ทำตรงนี้ไม่สำเร็จก็ไปทำตรงอื่นอีก ก็ขอให้ชาวบ้านทั่วไปทำตัวเหมือนชาวบ้านชาวท่าอิฐที่รู้จักช่วยกันปกป้องคุ้มครองไม่เปิดโอกาสให้พวกนี้ย่ำยีพระพุทธศาสนา ขออนุโมทนา ถ้าเอาเก้าอี้ไปนั่งเป็นจุดๆ เขาเรียกว่าสัมปทาน เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควรอยู่แล้ว 

คุณอาจสนใจ

Related News