สังคม
อดีตกก.กองทุนหมู่บ้านแห่ร้อง ถูกธนาคารฟ้อง 1.2 ล้าน ชดใช้เงินแทนเหรัญญิกทุจริต
7 ก.ค. 2566
736 views
ลมแทบจับ! อดีตกรรมการกองทุนหมู่บ้านแห่ร้องสำนักงานยุติธรรม หลังถูกธนาคารฟ้องเรียกเงิน 1.2 ล้านบาท ต้องชดใช้เงินแทนเหรัญญิกร่วมมือสามีทุจริต
ชาวบ้านที่เป็นอดีตคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านทุ่งแดง ต.โหล่งขอด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ 18 คน นำเอกสารหลักฐานเข้าร้องขอความช่วยเหลือที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากทั้งหมดถูกธนาคารยื่นฟ้องให้ชดใช้เงิน 1.2 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่อดีตกรรมการกองทุนทุจริตไปก่อนหน้านี้ ทำให้ทั้งหมดได้รับความเดือดร้อนจากการถูกฟ้องคดีทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต
นางยุพิน หาญกล้า อายุ 56 ปี หนึ่งในคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านที่ถูกฟ้องคดี เปิดเผยว่า กองทุนหมู่บ้านทุ่งแดงตั้งขึ้นเพื่อให้บริการเงินกู้เอกเบี้ยต่ำกับสมาชิก โดยในปี 2559 ได้มีกรรมการเหรัญญิกร่วมกับสามีปลอมและใช้ตั๋วเงินไปเบิกเงินกู้เกินบัญชีจากธนาคารเป็นเงิน 1.2 ล้านบาท แต่ภายหลังกลับไม่นำเงินเข้ากองทุน ซึ่งต่อมาศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้พิพากษาจำคุกคนละ 5 ปี ปรับคนละ 20,000 บาท ในข้อหา “ร่วมกันปลอมตั๋วเงินและร่วมกันใช้ตั๋วเงินปลอม” แต่ทั้งสองสารภาพศาลจึงลดโทษให้ครึ่งหนึ่งและจำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน ประกอบอาชีพ มีที่อยู่ชัดเจน จึงให้รอการลงโทษ 5 ปี และ รายงานตัวต่อพนักงานคุมความประพฤติ รวม 6 ครั้ง ภายใน 5 ปี และ กำหนดเงื่อนไขให้ให้ชดเชยคืนเงินส่วนที่เหลือ 990,000 บาท ให้ผ่อนชำระปีละ 200,000 บาท
หลังจากนั้นทั้งสองได้คืนเงินผ่อนชำระตามเงื่อนไขเพียงครั้งเดียวในปี 2562 เป็นเงิน 210,000 บาท หลังจากนั้นก็ไม่จ่ายอีกเลย จนกระทั่ง 16 พ.ค. 66 ธนาคารได้ยื่นฟ้องกองทุนหมู่บ้านและอดีตคณะกรรมการกองทุนทั้งหมด 14 คน และ ทายาทของอดีตกรรมการที่เสียชีวิตไปแล้วอีก 4 คน
นางยุพิน บอกว่า ชาวบ้านทั้งหมด 18 คน ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการลักทรัพย์แต่กลับมาถูกฟ้องคดีให้ชดใช้เงิน ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกร ไม่ได้มีเงินมากมายและไม่มีเงินจ้างทนายมาสู้คดี แม้จะอยู่ในฐานะผู้คำประกันแต่ก็เป็นไปตามหน้าที่ของคณะกรรมการ ที่สำคัญก็คือทุกคนเป็นเพียงจิตอาสาที่อาสามาทำงานให้กองทุนหมู่บ้าน จึงมองว่าไม่เป็นธรรม หากจะต้องมาชดใช้เงินแทนผู้กระทำผิด จึงมาร้องขอความเป็นธรรมจากควบคุมความประพฤติให้ติดตามจำเลยทั้งสองมารับผิดชอบต่อการกระทำ และขอความช่วยเหลือจากสำนักงานยุติธรรมจังหวัด
ด้านนายชานนท์ หันสวาสดิ์ หัวหน้ากลุ่มอำนวยความยุติธรรมและนิติการ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ชาวบ้านมีความกังวลใจและต้องการต่อสู้คดี โดยยุติธรรมจังหวัดได้แนะนำในส่วนของกองทุนยุติธรรมในการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ทั้งค่าจ้างทนายความ และค่าธรรมเนียมศาล แต่จะต้องดูรายละเอียดว่าเข้าเงื่อนไขที่จะให้ความช่วยเหลือได้หรือไม่ หลังจากนี้ยุติธรรมจังหวัดจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ อ.พร้าว เพื่อให้ความช่วยเหลือเชิงรุก ในการรวมเอกสารต่าง ๆ ที่จะต้องใช้ เพื่ออำนายความสะดวกให้กับชาวบ้านในการเดินทาง เนื่องจากอยู่ไกลจาก อ.เมือง เกือบ 100 กิโลเมตร
นอกจากนี้จะประสานกับสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเชียงใหม่ กรณีที่จำเลยทั้งสองไม่จ่ายเงินคืนให้กับธนาคาร ซึ่งผิดเงื่อนไขในระหว่างคุมประพฤติ เพื่อรายงานต่อศาลได้พิจารณามีคำสั่งต่อไป