สังคม

รวบแล้ว! โจรงัดเซฟบ้านหรู อวดเก่ง! งัดได้ทุกตู้ เคยก่อเหตุหลายที่ เจ้าของบ้านผวา ยังไม่กล้ากลับเข้าไปนอน

โดย thichaphat_d

9 พ.ค. 2565

681 views

ผู้เสียหายดูทรัพย์สินและตู้เซฟที่ถูกคนร้ายงัดมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท แต่ได้คืนมาเพียงแค่ 60% เผยยังรู้สึกหวาดกลัว ไม่กล้านอนในห้องนอนที่เกิดเหตุ ยอมรับชะล่าใจที่นำทรัพย์สินมาเก็บรักษาไว้ในบ้าน เพราะยังจัดการมรดกของบิดาที่เสียชีวิตยังไม่เสร็จ

นี่คือสภาพตู้เซฟที่นายบรรจง ลิ้นจี่ หรือ จี อายุ 37 ปีผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา เข้าไปลักทรัพย์ภายในบ้านหลังหนึ่งในซอยรัชดานิเวศน์ แยก 9 แขวงสามเสนนอกเขตห้วยขวางเมื่อคืนวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา โดยลงมือลำพังเพียงคนเดียวก็สามารถงัดตู้เซฟจนมีสภาพยับเยินเปิดอ้า จนสามารถขโมยทรัพย์สินภายในตู้ไปมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสนห้วยขวางพร้อมด้วยชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ได้สืบสวนไล่ภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนีในย่านรัชดาห้วยขวาง ไปยังจุดต่าง ๆ ที่คนร้ายเดินทางไป และทราบว่าคนร้ายพักอาศัยอยู่ที่ อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งย่านรัตนาธิเบศร์จังหวัดนนทบุรี จึงขอหมายค้นของศาลจังหวัดนนทบุรีและนำกำลังเข้าไปตรวจสอบเมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา

การตรวจสอบภายในห้องพัก ไม่พบตัวผู้ต้องหา แต่พบของกลางที่ขโมยมา 39 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 2 ล้าน 1 แสนบาท และอาวุธปืน 1 กระบอก จากนั้นชุดสืบสวนจึงได้ตรวจสอบเส้นทางการหลบหนี จนทราบต่อไปว่าผู้ต้องหาไปหลบหนีอยู่ที่คอนโดมิเนี่ยมอีกแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองนนทบุรี วันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ชุดสืบสวนจึงได้นำกำลังเข้าไปจับกุมพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์"

เบื้องต้นจากการสอบปากคำนายบรรจงให้การรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุที่บ้านหลังดังกล่าวเพียงคนเดียว โดยใช้ประสบการณ์ และการสุ่มเลือกบ้านที่จะลงมือก่อเหตุเอง ประกอบกับมีความรู้เกี่ยวกับตู้นิรภัยรูปแบบต่าง ๆ จึงทราบว่าต้องใช้วิธีการใดจึงสามารถเปิดตู้ได้โดยไม่ต้องใช้ไฟตัดเหล็ก หรืออุปกรณ์ที่ยุ่งยาก

เจ้าหน้าที่นำตัวไปตรวจยึดทรัพย์สินจำนวนที่เหลืออีก 53 รายการรวมมูลค่ากว่า 3 ล้าน 8 แสนบาท ส่วนทรัพย์สินที่ส่วนใหญ่เป็นทองคำ ผู้ต้องหาได้นำไปขายตามสถานที่ต่าง ๆ ในย่านห้วยขวาง บางแสน และห้างสรรพสินค้าย่านงามวงศ์วาน แล้วนำเงินมาซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แล้วนำเงินที่ได้ไปไปเล่นพนันออนไลน์จนหมด

โดยยอมรับว่าตัวเองติดการพนันมาก เบื้องต้นจากการสอบประวัติของผู้ต้องหาพบว่าเพิ่งพ้นโทษจากคดีลักทรัพย์ยกตู้เซฟในพื้นที่สนสุทธิสารเมื่อเดือนตุลาคม 2564 และยังมีประวัติการก่อเหตุลักทรัพย์ใน พื้นที่สภ.พุทธมณฑล เมื่อปี 2551, และสน. สุทธิสารเมื่อปี 2562 คดีชิงทรัพย์ในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง เมื่อปี 2553 นอกจากนี้ยังมีประวัติคดีข่มขืนในพื้นที่สน. ดินแดง 2 คดีในปี 2553

ขณะที่ผู้เสียหายได้เดินทางมาตรวจสอบทรัพย์สินและดูสภาพของตู้เซฟที่ถูกผู้ต้องหางัดแงะ พร้อมกับเปิดเผยว่า หลังจากกลับมาถึงที่บ้านเห็นสภาพของตู้เซฟและทรัพย์สินที่หายไปก็รู้สึกตกใจอย่างมาก ไม่คิดว่าตู้เซฟที่ตนเองซุกซ่อนไว้ภายในตู้เสื้อผ้าอย่างดีและไม่มีบุคคลภายนอกทราบที่ซ่อนดังกล่าว จะถูกคนร้ายรื้อค้นและงัดแงะเอาทรัพย์สินภายในตู้เซฟไปได้ทั้งหมด จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยติดตามตัวคนร้าย

จนกระทั่งทราบว่าชุดสืบสวนสามารถจับกุมคนร้ายได้และยึดทรัพย์สินกลับคืนมาได้ประมาณ 60% ก็รู้สึกดีใจที่ได้ทรัพย์สินคืนมา แต่ทรัพย์สินที่หายไปก็รู้สึกเสียดายเพราะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจอาทิ แหวนแต่งงาน และนาฬิกา Rolex ของบิดาที่เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนสาเหตุที่ตนเองไม่ยอมนำทรัพย์สินทั้งหมดไปฝากตู้เซฟของธนาคารไว้ เนื่องจากบิดาเพิ่งเสียชีวิตและอยู่ระหว่างการจัดการทรัพย์มรดกจึงไม่สามารถเปิดตู้เซฟในธนาคารได้

ครั้งนี้ยอมรับว่าตนเองพลาดที่ประมาทและไม่ยอมนำบ้านและทรัพย์สินเข้าโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะถ้าใจไม่คิดว่าคนร้ายจะเข้ามารื้อค้นทรัพย์สินในจุดที่ซ่อนไว้ อีกครั้งภายในบริเวณบ้านไม่ได้มีการติดตั้งสัญญาณเตือนภัยหรือกล้องวงจรปิด ซึ่งทำให้การติดตามคนร้ายเป็นไปได้ยาก ทั้งนี้หลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้น ก็รู้สึกหวาดกลัวเพราะคนร้ายบุกเข้าไปได้ถึงภายในห้องนอนของตนเอง ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถเข้าไปนอนภายในห้องได้เพราะรู้สึกหวาดกลัวและห้องได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ด้านพลตำรวจโท สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำคนร้ายพบว่าผู้ต้องหาจะใช้วิธีการเลือกบ้านที่ก่อเหตุด้วยการเคาะประตูหรือกดกริ่งเรียกตามช่วงเวลาต่าง ๆ จึงทำให้ทราบช่วงเวลาที่เหมาะสมในการก่อเหตุ นอกจากนี้ในการตรวจค้นที่พักของผู้ต้องหายังพบแผนที่บ้านที่เตรียมจะเข้าไปก่อเหตุอีก 5-10 หลัง โดยระบุข้อมูลของบ้านแต่ละหลังไว้อย่างชัดเจน

โดยคนร้ายมีประสบการณ์และความรู้ในการก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมาเป็นอย่างดีเพราะเคยถูกจับในคดีเดียวกันนี้มาแล้วหลายครั้ง ส่วนกรณีที่ผู้เสียหายสงสัยว่าเหตุใดคนร้ายจึงทราบที่ซ่อนของตู้เซฟ จากการสอบปากคำผู้ต้องหาไม่ทราบข้อมูลที่ซ่อนของทรัพย์สินมาก่อน แต่ใช้โอกาสที่ผู้เสียหายไม่อยู่บ้านอย่างเต็มที่ อย่างกรณีล่าสุดหากเริ่มจับเวลาตั้งแต่คนร้ายงัดแงะและเข้าไปสำรวจในตัวบ้านใช้เวลานานถึง 44 นาที จากนั้นจึงใช้เวลาในการงัดตู้เซฟอีกประมาณ 30 นาที ซึ่งถือว่าคนร้ายก่อเหตุอย่างใจเย็นจนสามารถได้ทรัพย์สินทั้งหมดไปได้

ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าสามารถงัดตู้เซฟได้ทุกชนิดเนื่องจากมีประสบการณ์สูง ทั้งนี้จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่าคนร้ายก่อเหตุเพียงคนเดียวไม่ได้มีผู้ร่วมขบวนการหรือคนดูต้นทางให้ โดยหลังจากนี้ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานไปขอศาลออกหมายจับบุคคลที่พาผู้ต้องหาหลบหนีหรือให้ที่ซุกซ่อน และดำเนินคดีกับบุคคลที่รับซื้อแลกเปลี่ยนทรัพย์สินของผู้ต้องหา

คุณอาจสนใจ

Related News