สังคม
ยังสรุปไม่ได้! ต้นตอรับสินบนจีนเทา - 'บิ๊กโจ๊ก' เผยเร่งตามหาเงินของกลางเพื่อพิสูจน์จนท.หน่วยใดนำไปครอง
17 ม.ค. 2566
41 views
คดีผับจินหลิง ที่เชื่อมโยงกับนายตู้ห่าว สำนวนถูกส่งจากตำรวจให้อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว แต่เรื่องจีนเทายังไม่จบ 3 วันมานี้ เรื่องใหม่ก็เกิดขึ้น เมื่อ ตำรวจ 191 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และทหาร ไปจับกลุ่มจีนเทากลุ่มใหม่ ที่เป็นขบวนการทำวีซ่าปลอม จับผู้ต้องหาได้ 11 คน แต่กลับนำตัวแทนเพียงคนเดียวไปดำเนินคดี ส่วนเงินของกลางที่ยึดได้กว่า 10 ล้านบาท ก็ถูกกันเป็นของกลางในคดีบางส่วน แต่เงินเกือบ 10 ล้าน ถูกเจ้าหน้าที่ยักยอกไป
เรื่องการรับสินบนชัดเจนถึงขั้น เจ้าหน้าที่ถูกดำเนินคดีแล้ว แต่ที่วันนี้ ยังคงเถียงกันคือ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เป็นต้นเรื่องขอหมายศาลไปค้น แล้วขอให้ตำรวจ 191 ไปช่วย หรือ ตำรวจ 191 เป็นเจ้าของเรื่องกันแน่
หลังจากที่เมื่อวานนี้ พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงที่ สน.ทุ่งมหาเมฆว่า หน่วยงานที่เป็นต้นเรื่องจะเข้าตรวจค้นบ้านพักอดีตกงสุลนาอูรูประจำประเทศไทย คือ ดีเอสไอ แต่มาขอกำลังตำรวจ 191 ให้ไปขอหมายค้นจากศาลให้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ เนื่องจากดีเอสไอมีขั้นตอนการอนุมัติการทำงานอยู่ และสามารถขอหมายจากศาลเองได้ ไม่ต้องผ่านตำรวจ แต่ต้องมีหนังสือเห็นชอบจากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ทำให้วันนี้ (17ม.ค.) นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ออกมาชี้แจงว่า การเข้าตรวจค้นจับกุม ไม่ได้มีคำสั่งจาก ดีเอสไอ และยังทราบว่าเป็นงานของ 191 เป็นผู้ขอหมายค้น และดีเอสไอชุดนี้เข้าไปร่วมสนับสนุน เพราะตามแผนการทำงานของดีเอสไอ จะมีขั้นตอนการทำงานระบุไว้ชัดเจน เมื่อมีการทำงานนอกหน่วย ต้องเบิกอุปกรณ์ เช่น รถ อาวุธปืน คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ แต่หน่วยนี้เป็นหน่วยข่าวกรอง จะขอทำงานนอกสถานที่เป็นรอบๆ รอบละ 1 เดือน พร้อมยืนยันว่าไม่มีหน้าห้องของอธิบดีดีเอสไอเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่หากพบว่าใครทำผิดก็ต้องรับโทษไปตามขั้นตอน
ทีมข่าวจึงไปสอบถามเรื่องนี้กับ พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ อีกครั้ง ก็ยังยืนยันคำเดิมว่า ดีเอสไอเป็นต้นเรื่องนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักอดีตสถานกงสุลนาอูรูประจำประเทศไทย ก่อนเรียกรับเงินกว่า 9 ล้าน 5 แสนบาท เพื่อแลกการปล่อยผู้ต้องหาชาวจีน แม้อธิบดีดีเอสไอ จะออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ แต่จากการสอบสวนพยานหลักฐาน มีความชัดเจนว่า ข้อมูลเริ่มต้นจากดีเอสไอ ประสานมายังตำรวจ เพื่อขอเค้าตรวจค้น แต่มองว่า ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะเมื่อมีการบูรณาการกำลังระหว่างดีเอสไอและตำรวจ191 แล้วไปร่วมกันกระทำความผิดเรียกรับผลประโยชน์ ก็ไม่ควรโยนความผิดซึ่งกันและกันอีก เรื่องสำคัญหลังจากนี้ คือ การสอบสวนว่า เงินของกลางกว่า 9 ล้าน 5 แสนบาทอยู่กับใคร เพราะมีหลักฐานบันทึกการจับกุม
พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ ย้ำว่า ต้องตรวจสอบด้วยว่า ใครเป็นผู้สั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐทั้งสองหน่วยออกปฏิบัติการ เป็นการออกปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องหรือไม่ มีการลงบันทึกประจำวันหรือไม่ รวมถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหาร นำเซิฟเวอร์ ซึ่งเป็นของกลางในคดี กลับไปยังบ้านพัก เพื่อทำลายหลักฐาน ก็จะต้องตรวจสอบทั้งหมด
แท็กที่เกี่ยวข้อง นายตู้ห่าว ,กรมสอบสวนคดีพิเศษ ,คดีผับจินหลิง ,ตำรวจ 191