สังคม

ศบค.มีมติปรับสีเขียวทั้งประเทศ ผ่อนคลายกิจกรรม ไม่บังคับใส่แมสก์-ยกเลิกไทยแลนด์พาส

โดย panwilai_c

17 มิ.ย. 2565

202 views

มาตรการผ่อนคลายใหม่ ของ ศบค.ชุดใหญ่ ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยวันนี้ (17 มิ.ย. 65) ที่ประชุมเห็นชอบ ให้ปรับเป็นพื้นที่สีเขียวทั่วประเทศ ทำให้สถานบันเทิงจะกลับมาเปิดได้ทั้งหมดแล้ว และเห็นชอบให้ถอดหน้ากากอนามัย ในสถานที่ไม่แออัดได้ตามความสมัครใจ



ข้อสรุปหลักๆ จากที่ประชุม คือเห็นชอบปรับพื้นที่สถานการณ์ เป็นสีเขียว หรือ พื้นที่เฝ้าระวัง จากเดิม 14 จังหวัด เป็น 77 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งก็จะมีการผ่อนคลายมาตรการตามมา เช่น สถานประกอบการ ประเภทสถานบันเทิง จะกลับมาเปิดบริการได้ทั้งหมด รวมถึง การถอดหน้ากากอนามัยได้ตามความสมัครใจในสถานที่โล่งไม่แออัด โดยจะมีผลนับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา



ส่วนประชาชนทั่วไป ให้สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ร่วมกับบุคลอื่น เช่น ขนส่งสาธารณะ ตลาด สนามกีฬา หรือ สถานที่แสดงดนตรี ส่วนแนวทางปฏิบัติ สถานบันเทิง ปัจจุบัน อนุญาตให้เปิดถึงเที่ยงคืนตามกฎหมายเดิม ส่วนจะให้มาเปิดถึงตี2 ได้หรือไม่ เบื้องต้นมอบหมายให้ พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสมช. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศบค. เร่งหาข้อสรุปเสนอต่อครม. ซึ่งเลขาฯสมช.ขอเวลาให้ฝ่ายต่างๆ ไปศึกษารายละเอียดให้เต็มที่ และจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง



ทั้งนี้ ได้ยกเลิกการคัดกรองด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิในอาคารสถานที่ แต่อาจให้มีหากเป็นสถานที่เสี่ยงหรือพื้นที่ระบาด ขณะที่มาตรการรวมกลุ่ม จะตรวจคัดกรอง ATK กรณีผู้ป่วยสงสัย และหากมีการรวมกลุ่มมากกว่า 2 พันคน ต้องขออนุญาตคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ทั้งนี้ เริ่มวันที่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป



รวมทั้ง จะยกเว้นการลงทะเบียนไทยแลนด์พาส ทั้งคนไทยและต่างประเทศที่เดินทางเข้าประเทศ ยกเลิกเงินประกันสุขภาพ แต่ให้ส่งเสริมการซื้อประกันแทน และยังครอบคลุมไปถึงด่านผ่านแดนถาวร ใน 22 จังหวัด สำหรับแรงงานต่างด้าว ก็ให้สามารถเคลื่อนย้ายได้ตามปกติ



นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางการปฏิบัติการถ่ายทำรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และวิดีทัศน์ โดยผู้ปฏิบัติการหน้าฉากสามารถถอดหน้ากากได้อย่างมีเงื่อนไข จากเดิม กสทช.อนุญาตให้เฉพาะละคร แต่ขณะนี้ผ่อนคลายให้พิธีกรและผู้ร่วมรายการสามารถถอดหน้ากากได้ แต่ต้องมีมาตรการโควิดฟรีเซตติ้ง โดยมอบหมายให้ กสทช.ออกมาตรการและช่วงเวลาบังคับใช้ เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของ กสทช.ที่จะประกาศบังคับใช้ได้เลย



สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,967 คน ติดเชื้อในประเทศ 1,963 คน จากเรือนจำ 3 คน เดินทางมาจากต่างประเทศ 1 คน หายป่วย 2,123 คน อยู่ระหว่างรักษา 21,030 คน อาการหนัก 598 คน ใส่ท่อช่วยหายใจ 288 คน เสียชีวิต 19 คน

คุณอาจสนใจ