'ยายทองดี' วัย 79 ติดโควิดป่วยหนัก ญาติประสาน จนท.มารับ สุดสลด สิ้นใจขณะเข็นเปลไปขึ้นรถ

สังคม

'ยายทองดี' วัย 79 ติดโควิดป่วยหนัก ญาติประสาน จนท.มารับ สุดสลด สิ้นใจขณะเข็นเปลไปขึ้นรถ

12 ส.ค. 2564

83 views

วานนี้ (11 ส.ค.) ทีมข่าวได้รับแจ้งว่ามีบ้านหลังหนึ่งในชุมชนแสงทอง ซอยจรัญสนิทวงศ์ 89 แขวงบางอ้อ เขตบางพลัดกรุงเทพฯ อาศัยอยู่ด้วยกัน 7 คน ติดเชื้อโควิดยกบ้าน ต่อมานางทองดี ยายวัย 79 ปี ได้เสียชีวิตลง ระหว่างเจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือเข็นเปลนอนออกจากบ้านเพื่อมาขึ้นรถหน้าปากซอยไปโรงพยาบาล ยังไม่ทันขึ้นรถ คุณยายสิ้นใจตายเสียก่อน


ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้าน 2 ชั้น ขณะนี้ภายในบ้านเหลือคนที่ติดเชื้อโควิด กักตัวรักษาอยู่ที่บ้าน 6 คน ประกอบด้วย นายประทุม อายุ 83 ปี สามีผู้ตาย, นางบุศรา อายุ 55 ปี ลูกสาว, นายหมอ อายุ 53 ปีลูกเขย, และหลานของผู้ตายอีก 3 คน (22 ปี / 20 ปี / 7 ขวบ)


โดยในบ้านอาศัยอยู่รวมกัน และจะปิดประตูหน้าบ้านไว้ เอาถึงพลาสติกไปแขวนไว้หน้าบ้าน เผื่อมีใครนำสิ่งของหรืออะไรมาให้ก็ใส่ไว้ในถุง หรือหากเป็นสิ่งของที่มีผู้นำมาช่วยเหลือก็กองวางไว้ประตูหน้าบ้าน จากนั้นคนในบ้านก็จะออกมายกเข้าไป ขณะที่ภายในบ้านพบนายประทุม อายุ 83 นอนอยู่บนเตียงไม้ชั้นล่าง มีถังออกซิเจนวางอยู่ข้าง ๆลูกสาวกับลูกเขยคอยสอบถามอาการ ช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัว


นายหมอ ลูกเขยของผู้ตาย เผยว่า ก่อนหน้านี้คนในบ้านมีอาการไอ เป็นไข้ จากนั้นวันที่ 3 ส.ค.64 ภรรยา พ่อตาแม่ยาย และลูกสาวคนที่สอง ได้ไปตรวจหาเชื้อกับจุดตรวจของศูนย์บริการสาธารณสุข 31 บริเวณใต้สะพานพระราม 8 ผลออกมาเป็นบวกติดเชื้อ ทั้ง 4 คน แล้วให้มากักตัวที่บ้าน เข้าระบบ Home Isolation มีเจ้าหน้าที่ส่งยาฟาวิพิราเวียร์มากินคนละชุด


ต่อมาวันที่ 4 ส.ค.64 ตนและลูกสาวอีก 2 คน ได้ไปตรวจหาเชื้อปรากฎว่าติดโควิดเช่นกัน จึงกลับมากักตัวที่บ้าน เข้าระบบ Home Isolation เจ้าหน้าที่ก็จัดส่งยาฟาวิพิราเวียร์ มาให้กิน ซึ่งขณะนั้นตนพยายามประสานหน่วยงานต่าง ๆ ให้รับตัวพ่อตากับแม่ยายไปรักษา แต่ไม่มีเตียง เพราะเห็นว่าเป็นผู้สูงอายุ


กระทั่งก่อนเที่ยงของวันที่ 7 ส.ค.64 มีรถพยาบาลมารับตัวนางทองดี (แม่ยาย) เจ้าหน้าที่เอาสายออกซิเจนออก ยกตัวขึ้นเปลนอน เข็นออกจากบ้านไปขึ้นรถที่จอดรอหน้าปากทาง เข็นออกไปยังไม่ไม่ถึงรถ แม่ยายชีพจรหยุดเต้น ก่อนสิ้นใจตาย นางบุศรา (ลูกสาว) ซึ่งติดเชื้อโควิดวิ่งออกจากบ้านมาดูยืนร้องไห้ปล่อยโฮข้าง ๆ ร่างของแม่


ลูกเขยของผู้ตาย เผยต่อว่า ตั้งแต่ทราบว่าคนในบ้านติดเชื้อ ตนเองประสานขอความช่วยเหลือตลอดนานกว่า 5 วันกว่าเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับมา” อุตส่าห์ดีใจที่รถพยาบาลมารับ สุดท้ายไปรักษาไม่ทัน แม่ยายสิ้นใจตายเสียก่อน เจ้าหน้าที่มารับช้าไป ถ้ามาเร็วอาจไม่เสียชีวิต ก่อนที่แม่ยายจะเสียชีวิตวัดค่าออกซิเจนในเลือดต่ำมาก นอนซมหายใจติดขัด”


ภายหลังที่แม่ยายเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ได้เข็นร่างกลับมาไว้ในบ้านเหมือนเดิม ให้ญาติประสานกู้ภัยมาเก็บศพไปเผา ส่วนพ่อตาก็นอนมองร่างไร้วิญญาณของแม่ยาย ได้แต่ทำใจ โดยร่างของแม่ยายอยู่ในบ้านประมาณ 6 ชั่วโมง กว่ากู้ภัยจะมาเก็บร่างไป ขณะที่เพื่อนบ้านยืนดูกู้ภัยยกโลงศพคุณยาย ออกมาจากบ้านห่าง ๆ พร้อมพูดว่า“ยายไปสบายนะ พวกหนูส่งได้แค่นี้นะ”


ลูกเขยผู้ตาย บอกว่า ตอนนี้ตนเป็นห่วงพ่อตาสภาพเริ่มไม่ไหว แต่ยังแข็งใจ ค่าออกซิเจนต่ำที่ 84% อาการไม่ค่อยดีติดตั้งถังออกซิเจนใช้สลับคู่กับเครื่องผลิตออกซิเจนขนาด 5 ลิตรที่มีอยู่ ดันค่าขึ้นมาได้ที่ 95% บางครั้งก็ถอดสายออกซิเจนออก ถอด ๆ ใส่ ๆ เพราะพ่อตาบอกว่าใส่สายออกซิเจนแล้วหายใจไม่ออก เวลาพูดจะเหนื่อย


ด้านนางบุศรา ลูกสาวผู้ตาย เผยว่า วันที่ 6 ส.ค.ตนพูดคุยสอบถามบอกให้คุณแม่ “อดทนหน่อยนะเดี๋ยวก็หาย ไม่กี่วันเดี๋ยวโควิดก็ไปจากเรา” แม่ได้แต่นอนนิ่งส่งเสียงร้องไม่พูดอะไร ระหว่างนั้นมีพยาบาลโทรมาสอบถามอาการ และบอกให้ใส่สายออกซิเจนให้คุณแม่และวัดค่าออกซิเจนในเลือดต่ำที่ 60% พอใส่สายออกซิเจนแม่ก็ปัดออก


วันรุ่งขึ้นเช้าวันที่ 7 ส.ค. คุณแม่หายใจเฮือกแรง เห็นสภาพแทบช็อกพูดกับสามี “ทำไมแม่เป็นอย่างนี้” หลานอยู่อีกบ้านมาดูอาการ โทรประสานรถพยาบาลมารับ ไม่นานรถพยาบาลก็มาถึง เจ้าหน้าที่ถอดสายออกซิเจน รีบนำตัวออกจากบ้านไปขึ้นรถ “ตอนนั้นดีใจเพราะคุณแม่จะได้ไปรักษา เหลือแต่พ่อ ได้แต่คิดว่าพ่อคงไม่เป็นอะไร”


ไม่ทันไรมีคนวิ่งมาบอกว่าคุณแม่ชีพจรหยุดเต้น ระหว่างกำลังเข็นเปลนอนออกจากบ้าน ตนจึงรีบวิ่งไปดู พยายามเขย่าตัวพูดว่า “แม่อย่าทำอย่างนี้ทิ้งหนูไปได้ยังไง แม่ต้องลืมตาต้องฟื้นขึ้นมา ขณะนั้นรู้สึกหมดหวัง ตอนนี้เป็นห่วงอาการคุณพ่อ อยากให้ได้รับการรักษา ขอให้มารับไว ๆ อย่าให้เหมือนกับคุณแม่ เพราะคุณแม่อาการหนักแล้วเจ้าหน้าที่ถึงได้มารับ”


ทั้งนี้ทีมข่าวได้ช่วยประสาน 1669 ศูนย์เอราวัณ ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง เป็นห่วงพี่น้องชาวกรุงเทพฯ มอบหมายให้สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ดำเนินการผ่านศูนย์เอราวัณ จะนำผู้ป่วยที่ติดเชื้อที่มีอาการหนักเข้าสู่ระบบการรักษาโดยเร็ว


จากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่ 1669 ศูนย์เอราวัณ ก็มาถึงบ้านผู้ป่วย สอบถามอาการและประเมินอาการเบื้องต้นเป็น “ผู้ป่วยสีเหลืองเข้ม” ก่อนจะช่วยพยุงตัวนายประทุม ลุกนั่งใส่เสื้อผ้าขึ้นนั่งบนเปลนอน เข็นออกจากบ้านไปอยู่ขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าปากทาง ส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน ขณะที่ลูกสาวดีใจยกมือไหว้ขอบคุณที่ให้การช่วยเหลือสงสารคุณพ่อจะได้หาย



รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/EOjPf01m8Ug

คุณอาจสนใจ

Related News