โหนกระแส / โหนกระแสแต่เช้า

‘กรรชัย’ อุ๊ยรัว ‘หมอดื้อ’ บอกอย่าเพิ่งตกใจยอดป่วยจริงสูงกว่านี้ ชี้หากได้รับวัคซีนทั่วถึงลดการแพร่ระบาดได้

14 เม.ย. 2564

884 view

โหนกระแส / โหนกระแสแต่เช้า

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 12.20 - 12.45 น. | วันอาทิตย์ : 06.50 - 07.20 น.

วันที่ 14 เม.ย.2564 รายการโหนกระแสพูดคุยกับ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หรือ หมอดื้อ หัวหน้าศูนย์วิทยาศาตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงประเด็นการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ในขณะนี้


ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เผยว่า สำหรับการระบาดของโควิด-19 ระลอกนี้ สถานการณ์รุนแรงกว่าครั้งที่ผ่านมา เนท่องจากมีการแพร่กระจายอย่างเงียบๆ ทั้งยังไม่มีอาการ เมื่อมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนจึงเกิดการละเลยและมีติดต่อของโรคได้ง่ายขึ้น


ขณะที่วันนี้ กระทรวงสาธารณสุข แถลงพบผู้ป่วยรายใหม่อีก 1,335 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขสูงที่สุดของปี 2564 ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เผยว่า เป็นตัวเลขที่ไม่น่าตกใจ เพราะยอดผู้ป่วยจริงมีตัวเลขที่สูงมากกว่านี้ แต่ไม่ได้ทำการตรวจหาเชื้อยืนยัน ขณะที่ประชาชนเดินทางกลับเข้าสู่สภาวะปกติหลังร่วมเทศกาลสงกรานต์ หากมีการตรวจค้นเชิงรุก จะพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 สูงขึ้นขึ้นอีก


นอกจากนี้ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ยังพูดถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งในประเทศไทยมีวัคซีนอยู่ 2 ตัว คือวัคซีนซิโนแวค และวัคซีนแอสตราเซเนกา สำหรับวัคซีนซิโนแวคเป็นเชื้อตาย ไม่สามาถเห็นภูมิคุ้มกันได้เลยในเข็มที่ 1 ภูมิคุ้มกันจะเห็นได้ก็ต่อเมื่อฉีดเข็มที่ 2 ขณะที่วัคซีนแอสตราเซเนกา มีการกระตุ้นภูมิได้ดีกว่า ประมาณอย่างน้อย 2 สัปดาห์ถึงจะสามารถเห็นภูมิคุ้มกันได้ จึงเตือนว่า สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้วมีพฤติกรรมที่ไม่มีการป้องกัน โดยการไม่สวมหน้ากากอนามัย ถือว่าเป็นพฤติกรรมอันตราย การฉีดวัคซีนโควิด-19 ไม่ว่าจะตัวไหน แม้ฉีดครบทั้ง 2 โดสแล้ว ก็มีโอกาสติดเชื้อโควิด-19 ได้ แต่ยืนยันได้ว่าผู้ฉีดนั้นจะไม่เสียชีวิต


ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า หากประเทศไทยสามารถฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้ครอบคลุมมากกว่า 60-70% ของจำนวนประชากร จะลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดได้ แต่หากจะให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 มากถึง 70-90% ทั้งนี้ ที่น่ากังวลมากที่สุด เมื่อมีการแพร่ระบาดไปเยอะมากเท่าไหร่ เชื้อโควิด-19 ก็จะยิ่งมีการกลายรหัสพันธุกรรม

ข่าวยอดนิยม