ประชาสัมพันธ์

“เปิดร่วมลงชื่อ” นักวิชาการจี้แก้สุญญากาศ กสทช. ห่วงวาระสำคัญสะดุด กระทบประชาชน-อุตสาหกรรม

1 ชั่วโมงที่แล้ว

13 views

เครือข่ายนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน กฎหมาย และนโยบายสาธารณะ เปิดร่วมสนับสนุนและลงนามในแถลงการณ์ เรียกร้องเร่งคลี่คลาย “ภาวะสุญญากาศ กสทช.” หลังการประชุมคณะกรรมการไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ จนมีวาระพิจารณาค้างสะสม ห่วงกระทบทั้งประชาชนและอุตสาหกรรม ตั้งแต่อนาคตทีวีดิจิทัล การกำกับ OTT ระบบเตือนภัยฉุกเฉิน ไปจนถึงมาตรการจัดการซิมผีและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เปิดร่วมลงชื่อถึงวันที่ 17 กันยายน 2569


เครือข่ายนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน กฎหมาย และนโยบายสาธารณะ ออกแถลงการณ์เรื่อง “ขอให้ยึดมั่นหลักการกฎหมายและประโยชน์สาธารณะ หยุดภาวะสุญญากาศการทำงานของ กสทช. เพื่อขับเคลื่อนนิเวศสื่อและโทรคมนาคมของประเทศ” หลังการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ส่งผลให้มีวาระการพิจารณาค้างสะสมเป็นจำนวนมาก


ทั้งนี้ ส.ส.ม.ท. เชิญชวนผู้ที่ต้องการร่วมสนับสนุนและลงนามใน “แถลงการณ์เครือข่ายนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน กฎหมาย และนโยบายสาธารณะ” ฉบับดังกล่าว ภายในวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2569


ผู้สนใจสามารถร่วมลงนามผ่านแบบฟอร์ม https://forms.gle/NTf33fxDPrK3yc6d6


ห่วงสุญญากาศ กสทช. กระทบทั้งประชาชน-อุตสาหกรรม

เครือข่ายนักวิชาการฯ แสดงความกังวลว่า ภาวะชะงักงันดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนนิเวศสื่อ โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และประชาชนในหลายมิติ


หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ อนาคตของอุตสาหกรรมโทรทัศน์และสื่อไทย เนื่องจากการพิจารณา (ร่าง) แผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย พ.ศ. 2569–2573 รวมถึง (ร่าง) ประกาศ กสทช. เกี่ยวกับบริการแพร่ภาพและเสียงผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (OTT) และหลักการเกี่ยวกับ Connected TV ต้องล่าช้า ทำให้ขาดทิศทางที่ชัดเจนของอนาคตอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล ทั้งการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่และการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคถัดไป


ขณะเดียวกัน ภาวะชะงักงันยังส่งผลโดยตรงต่อการคุ้มครองผู้บริโภคและความปลอดภัยสาธารณะ เนื่องจากวาระพิจารณาเรื่องร้องเรียนของผู้บริโภค ทั้งด้านบริการโทรคมนาคมและปัญหาโฆษณาหลอกลวงต้องล่าช้า รวมถึงโครงการสำคัญที่ต้องการการอนุมัติขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วน เช่น การติดตั้งระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านมือถือและสื่อโทรทัศน์ (Cell Broadcast / EWS) และมาตรการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทั้งการจัดระเบียบซิมผีและแก๊งคอลเซ็นเตอร์


นอกจากนี้ การพิจารณาหลักเกณฑ์ส่งเสริมและสนับสนุนสื่อชุมชน รวมถึงโครงการพัฒนาทักษะและความเข้มแข็งของบุคลากรในวิชาชีพสื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีต้องชะลอลง ส่งผลให้การยกระดับคุณภาพสื่อเพื่อประโยชน์สาธารณะต้องหยุดชะงัก


ส่วนด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ยังมีวาระสำคัญทั้งการวางแผนประมูลคลื่นความถี่ 5G/6G ช่วงปี 2569–2571 นโยบายพิจารณาอนุญาตให้ใช้ดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ (Landing Rights) หลักเกณฑ์ท่อร้อยสาย และการกำกับดูแลผู้มีอำนาจเหนือตลาด (SMP) ในตลาดมือถือและบรอดแบนด์ ซึ่งล้วนเป็นวาระที่มีกรอบเวลาตามกฎหมาย โดยเครือข่ายนักวิชาการฯ ระบุว่า หากล่าช้าจะส่งผลเสียต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ


ย้ำยึดกฎหมาย-คำสั่งศาล เปิดทาง กสทช. เดินหน้าทำงาน

เครือข่ายนักวิชาการฯ ยังเน้นย้ำถึงการเคารพคำสั่งและเหตุผลของศาลปกครองสูงสุด โดยระบุว่า คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 952/2569 ได้วางหลักไว้เกี่ยวกับการมีผลของคำวินิจฉัยทางปกครอง และการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ กสทช. เท่าที่เหลืออยู่ตามมาตรา 20 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ เพื่อไม่ให้การจัดทำบริการสาธารณะด้านกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคมต้องหยุดชะงัก


พร้อมเสนอให้กรรมการ กสทช. แสวงหาทางออกร่วมกัน เปิดพื้นที่หารือและจัดประชุมพิจารณาวาระที่ค้างอยู่ โดยถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาประโยชน์ของสาธารณชนเป็นสำคัญ


สำหรับสำนักงาน กสทช. เครือข่ายนักวิชาการฯ ระบุว่า มีสถานะตามกฎหมายเป็นหน่วยธุรการและผู้สนองนโยบายของคณะกรรมการ กสทช. ทั้งคณะ มิใช่ของกรรมการหรือผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการเฉพาะ จึงมีหน้าที่โดยตรงในการอำนวยความสะดวก จัดเตรียมการประชุม และขับเคลื่อนกลไกงานธุรการ เพื่อแก้ไขปัญหาภาวะชะงักงันและรักษาประโยชน์สาธารณะ


จี้สำนักงาน กสทช. เร่งคลี่คลาย “ภาวะสุญญากาศ”

ท้ายแถลงการณ์ เครือข่ายนักวิชาการฯ เรียกร้องให้สำนักงาน กสทช. ทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรการที่สนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการทั้งคณะอย่างเป็นกลางและเคร่งครัด เร่งอำนวยความสะดวกในการจัดประชุมและขับเคลื่อนกลไกการทำงานตามกรอบกฎหมายและคำสั่งศาล โดยยึดประโยชน์สาธารณะและสิทธิของผู้บริโภคเป็นสำคัญ


พร้อมเรียกร้องให้สร้างความโปร่งใสและชี้แจงต่อสาธารณะ หากมีปัจจัยหรือข้อจำกัดใดที่ทำให้ระบบและกลไกการทำงานของ กสทช. ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องควรอธิบายเหตุผลอย่างเปิดเผยและโปร่งใสต่อสาธารณชน


นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันสร้างฉันทามติและคลี่คลายภาวะสุญญากาศ เพื่อเปิดทางให้วาระค้างพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับประชาชนและอุตสาหกรรมได้รับการพิจารณาโดยเร็วที่สุด และให้อุตสาหกรรมสื่อและโทรคมนาคมไทยสามารถเดินหน้าต่อไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ


สำหรับผู้ที่ต้องการร่วมสนับสนุนแถลงการณ์ สามารถร่วมลงนามได้ภายในวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2569 ผ่านแบบฟอร์ม https://forms.gle/NTf33fxDPrK3yc6d6

แท็กที่เกี่ยวข้อง  กสทช ,นักวิชาการ

คุณอาจสนใจ

Related News