เลือกตั้งและการเมือง

ป.ป.ช. ไม่กลัว “ดร.วิน” ผู้ต้องหาคดีทุจริตสอบท้องถิ่นหลบหนี ยันปล่อยตัวผู้ต้องหาไม่ใช่ยุติคดี

1 ชั่วโมงที่แล้ว

15 views

ป.ป.ช. ไม่กลัว “ดร.วิน” ผู้ต้องหาคดีทุจริตสอบท้องถิ่นหลบหนี สั่งซีลชายแดนป้องกันไว้แล้ว ยันปล่อยตัวผู้ต้องหาไม่ใช่ยุติคดี รับยังไม่ได้ตรวจกระดาษคำตอบ 8 แสนแผ่น เพิ่งได้เครื่อง ระบุตรวจเสร็จใน 10 วัน ย้ำในชั้นนี้ยังไม่มีนักการเมือง-สส.-รัฐมนตรีเอี่ยว แจ้งข้อกล่าวหา 6,000 คนได้ในต้น พ.ย.นี้

นายนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ เลขาธิการคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. พร้อมด้วย เกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจง กรณีที่ผู้ต้องหา3 ราย ในคดีทุจริตการสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นปี 2568 ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเมื่อวันที่ 7 ต.ค. หลังครบกำหนดฝากขังสูงสุด 84 วัน เนื่องจาก ป.ป.ช. ยังไต่สวนไม่แล้วเสร็จและยังไม่มีการยื่นฟ้องต่อศาล

นายนิติพันธุ์ กล่าวว่า ทาง ป.ป.ช.ได้ตั้งคณะกรรมการโฆษกฯ ขึ้นมาตั้งแต่ตนเองมารับตำแหน่ง และพร้อมทำหน้าที่รายงานความก้าวหน้าของคดีเป็นระยะ และให้เป็นระบบ และจะมีการแถลงข่าวให้บ่อยขึ้นทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายของคดี เพราะคดีของป.ป.ช.ต้องเป็นไปตามกฎหมายในระบบไต่สวน และมองว่า การเป็นข้าราชการแล้วเข้ามารับสินบน ก็รับไม่ได้และเป็นเรื่องน่าเสียใจ และเราทุกคนตั้งใจที่จะทำคดีให้สำเร็จ โดยป.ป.ช. ทำสำนวนคดีแน่นหนาและรอบคอบ ที่ผ่านมาสำนวนของป.ป.ช.90% ที่เสนอสู่ศาลนั้น แล้วศาลลงโทษ จึงขอให้เชื่อมั่นการทำงานของ ป.ป.ช. จึงขอให้เวลาเจ้าหน้าที่ได้ทำงานก่อน

ด้านนายเกียรติศักดิ์ ระบุถึงขั้นตอนการทำคดีของ ป.ป.ช. ว่า ตามกฎหมายอาญามีอำนาจจับ ค้น ควบคุมขัง แต่กฎหมาย ป.ป.ช.ต่างกัน โดยคดีนี้จุดเริ่มต้นของคดี คือเริ่มต้นที่หนักงานสอบสวน และเห็นว่าทุจริตเลยส่งมา ป.ป.ช. ก็จะเหลือเวลาอีก 3 ผัด ผัดละ 12 วัน เท่ากับเหลือเวลาทำงาน 36 วัน

และในคดีนี้ ภายใต้หน่วยงานรัฐ ปปง. ปปท. ได้ไปรวบรวมหลักฐานแล้วแต่ทำเองไม่ได้ จึงส่งมาให้ ป.ป.ช. และพยานหลักฐานถูกรวบรวบไว้ในสำนวนค่อนข้างมาก เมื่อส่งมาถึง ป.ป.ช. ซึ่ง ป.ป.ช.ใช้ระบบไต่สวน ดังนั้นต้องมาดูรูปคดีว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง พาดพิงถึงใคร และต้องใช้วิธีการไต่สวนแบบใด ตามกฎหมายของ ป.ป.ช.ซึ่งหลักการสำคัญของการดำเนินคดีอาญา แม้ว่ารัฐจะมุ่งเอาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษอย่างไรก็ตาม แต่ต้องไม่กระทบกับสิทธิของจำเลย ในชั้นของการสอบสวน ตราบใดที่ยังไม่มีคำพิพากษาถือเป็นผู้บริสุทธิ์ และเมื่อพ้นไปก็สามารถดำเนินคดีต่อไป

พร้อมยืนยันว่า แม้ผู้ต้องหาจะถูกปล่อยตัว ก็ไม่ถือว่า เขาพ้นผิด เมื่อมีการปล่อยตัวไปแล้ว ถามว่าไม่กลัวผู้ต้องหาหลบหนีหรือไม่นั้น ในกระบวนการของ ป.ป.ช. หากพบว่า ผู้ต้องหาจะหลบหนีให้ไปดำเนินการจับตัวมาได้ ซึ่งถือเป็นไปตามกฎหมาย

ส่วนเหตุผลที่ทำไม่ทัน หรือถ้าจะตัดตอนนั้น นายเกียรติศักดิ์ มองว่า ถ้าจะตัดตอนก็ต้องทำให้เสร็จทันตามที่ทุกคนคาดหวังไปแล้วส่งคดีไปที่ศาลเฉพาะคนที่ดำเนินคดีเท่านั้นโดยไม่สนตัวการใหญ่ แบบนี้ถึงเป็นการเรียกว่าตัดตอน แต่วันนี้ ป.ป.ช.ที่ยังสรุปสำนวนอะไรไม่ได้เพราะ ป.ป.ช. กำลังไต่สวนทั้งกระดานว่าตัวการใหญ่คือใคร ใครคือตัวสนับสนุน เส้นเงินนายหน้า แก้ไข เปลี่ยนแปลง ผลการสอบ เพราะผู้ถูกกล่าวหา6000กว่าคน เพราะพยาน1คนต้องใช้หลักฐาน 4-5 ชิ้น เพื่อยืนยันการกระทำความผิดเพราะไม่มีพยานคนไหนจะบอกว่าตัวเองทำผิด เลยเป็นความซับซ้อน แต่ยืนวันว่าคดีนี้ไม่มีช้าแน่นอน

นายเกียรติศักดิ์ ยังบอกอีกว่า ขณะนี้เรามีพยานหลักฐานที่ดำเนินการได้ในบางส่วนที่เป็นตัวการใหญ่ ซึ่งเบื้องต้นตัวการใหญ่ที่สุดยังไม่ถึงนักการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี สส. ณ ปัจจุบัน เพราะหลักฐานยังไม่ถึง ส่วนตัวการใหญ่หลักฐานจะถึงใครนั้น ปลายเดือนนี้จะประชุมคณะไต่สวนฯ ว่าจะแจ้งข้อกล่าวหาใครอย่างไร ขึ้นอยู่กับคณะไต่สวน และคาดว่า จะเริ่มแจ้งข้อกล่าวหาได้ในต้นเดือน พ.ย.นี้

และคดีนี้ ถือว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างมากในสังคม ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น ป.ป.ช..จะต้องพิสูจน์เจตนาและแรงจูงใจในการกระทำความผิด เพื่อให้การดำเนินคดีมีประสิทธิภาพ

ส่วนความคืบหน้าของคดี นายเกียรติศักดิ์ บอกว่า ในเชิงปริมาณคืบหน้าไปได้40% แต่ในเชิงคุณภาพ พยานหลักฐานค่อนข้างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว

ทั้งนี้การที่เราจะสรุปข้อเท็จจริง มี4กลุ่ม คือ ผุ้ดำรงตำแหน่งระบบสูง/คนจัดทำแก้ไจคะแนน ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง/กลุ่มนายหน้า และกลุ่มผู้เข้าสอบ ซึ่งกลุ่มนี้จะเยอะที่สุด และกระบวนการที่ยากที่สุดผ่านพ้นไปแล้ว แต่ยังมีข้อจำกัด ซึ่งหาก ป.ป.ช. ดำเนินคดี จะดำเนินคดีครั้งเดียวไม่เรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาหลายครั้งซ้ำๆ ดังนั้นความละเอียดรอบคอบของแต่ละคนที่กระทำความผิดต้องแยกแยะให้ได้ว่าแต่ละคนผิดอย่างไร และย้ำว่า ตอนนี้คืบหน้าไปถึงขั้นจะแจ้งข้อกล่าวหาได้แล้ว

นายเกียรติศักดิ์ ยืนยันว่า ป.ป.ช. มีกฎหมาย มีเครื่องมือหากพบว่า ผู้ต้องหาที่ได้รับการปบ่อยตัวไปจะหลบหนี ก็จะให้ศาลออกหมายจับได้ และหากหลบหนีไประหว่างไต่สวน ก็ไม่ให้นับอายุความ แต่จะต้องเอาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้

ส่วนกรณีที่ ปปช.ตั้งไต่สวนแล้วดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายใน 2ปี ให้ดำเนินการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินคดีล่าช้า ละเว้น ได้ ซึ่งถือเป็นกรอบสำคัญที่ป.ป.ช.วางไว้

ส่วนเรื่องของการจับตัวผู้ต้องหา คือ นายอัศวิน หรือ ดร.วิน ที่มีพฤติการณ์หลบหนีมาก่อนนั้น หากจะหลบหนีอีกจะไปตามจับตัวได้หรือไม่นั้น นายเกียรติศักดิ์ กล่าวยืนยันว่า ได้ดำเนินการมาตรการหากมีเหตุที่จะหลบหนีเมื่อไรก็จะไปขอศาลออกหมายจับได้ทันที

“วันนี้ได้รับอิสระภาพ ก็ออกมาใช้ชีวิต เราเลยมีมาตรการซีลชายแดน ด่านต่างๆ ไว้แล้วทั้งช่องทางธรรมาติ และช่องทางทางกาา เพราะรู่ว่าผู้ต้องหาเคยมีพฤติการณ์หลบหนี ดังนั้นเรามีมาตรการแน่นอน” นายเกียรติศักดิ์ กล่าว

ส่วนจะมีการไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไม่นั้น นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานหลักๆ มาค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว

ส่วนประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่ถ้าต้องแจ้งพร้อมกัน 6,000 กว่าคน เพราะผู้ต้องหา 3 คนยังส่งฟ้องไม่ทัน นั้น นายเกียรติศักดิ์ ยืนยันว่า ไม่ซ้ำแน่นอน และเหตุผลที่ไม่แยกสำนวน และรอแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมกัน 6,000 กว่าคนนั้น เพื่อไม่ให้เป็นลักษณะของการตัดตอน เพราะ ป.ป.ช.ต้องวิเคราะห์ให้หมดว่าการกระทำครั้งหนึ่งไปเกี่ยวข้องส่วนไหน ในฐานะอะไร และมีกี่กรรม เพื่อให้ได้ตัวการในการกระทำความผิดในแต่ละเรื่อง

นายเกียรติศักดิ์ ยังยืนยันด้วยว่า มีหลักฐานที่จะเอาผิดตัวการใหญ่อย่างแน่นอน และเป็นอดีตอธิบดีเกี่ยวข้องมากกว่า 1 คน แต่ยังไม่ยืนยันว่า 3 คนที่ถูกปล่อยตัวจะเป็นล็อตแรกที่จะถูกแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่ เพราะจะต้องรอคณะกรรมการไต่สวนประชุมวิเคราะห์พยานหลักฐานปลายเดือนนี้ก่อน

ส่วนเรื่องการตรวจกระดาษคำตอบ 8 แสนแผ่นนั้น ยอมรับว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่ตรวจกระดาษคำตอบ ยังไม่ได้มีการตรวจกระดาษคำตอบเลย เนื่องจากยังไม่มีเครื่องมือ แต่ขณะนี้ได้เครื่องมาแล้ว เหลือแค่ตกลงกันว่าจะตรวจแบบไหนอย่างไร เพื่อให้ศาลรองรับในพยานหลักฐาน โดยจะดำเนินการภายใน 10 วัน หลังจากวันนี้ แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าจะร่วมตรวจกับหน่วยงานไหนบ้าง แต่จะให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจ และ ป.ป.ช.จะเป็นผู้ควบคุมด้วยตัวเอง

ส่วนเส้นทางการเงิน นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า มีความละเอียดพอสมควร และขณะนี้ ป.ป.ช.พอเห็นปลายทางแล้ว “แต่ยังไม่ถึงนักการเมือง” พยานหลักฐาน ณ วันนี้ ไม่มีการตัดตอน ดำเนินคดีทุกคนที่ตรวจสอบพบผู้กระทำความผิดทั้งหมด แต่ยืนยันว่า “พยานหลักฐาน ณ วันนี้ ไม่ถึงนักการเมืองทั้งรัฐมนตรี และ สส.”

และยังพบทรัพย์สินที่เป็นทองคำด้วย อยู่ระหว่างการติดตาม รวมถึงเงินสกุลดิจิทัลด้วย และบางส่วนถูกยึดและอายัดทรัพย์ไว้แล้ว ในหลักร้อยกว่าล้านบาท ยังไม่ขอเปิดเผยว่าเส้นทางการเงินและทรัพย์สินถึงตัวอธิบดีหรือไม่ เพราะเป็นรายละเอียดในสำนวน ขณะนี้กำลังพิจารณาว่าตัวการใหญ่ของเรื่องนี้คือใคร เพราะ ณ ตอนนี้เป็นหัวหน้าหน่วย

เมื่อถามว่า กรณีที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบท้องถิ่น ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้นมา และมีความเห็นชี้ว่า การสอบครั้งนี้เป็นการทุจริตนั้น เรื่องนี้จะทำให้เห็นแย้งกับ นายปกณณ์หรือไม่ เพราะ ปปช.ยังไม่ได้ดำเนินการอะไรนั้น นายเกียรติศักดิ์ บอกว่า ไม่ใช่ว่า ปปช.จะไม่รับฟัง แต่รับฟังความคิดเห็นของทุกหน่วยงานในคดีทุจริตที่ส่งมาให้ ป.ป.ช.ในกรอบระยะเวลา 30 วัน ซึ่งขณะนี้ทุกหน่วยงานมีพยานหลักฐานสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน

และยืนยันว่า คดีนี้ตำรวจช่วยเยอะมาก และไม่ได้ทะเลาะกันในการทำงาน แต่รูปแบบการทำงานไม่เหมือนกัน ตำรวจเน้นการดำเนินคดี จับตัวผู้ต้องหา แต่ป.ป.ช.จะเน้นกระบวนการ โดยมีเป้าหมายคือนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ

ขณะที่นางสาวมิรินทร์ รักชิตถุง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยืนยันว่า ข้าราชการไม่มีการฝักใฝ่ฝ่ายใด แต่จะเป็นกระบวนการไต่สวนให้เกิดความยุติธรรมมากที่สุด โดยในกระบวนการไต่สวนไม่มีการเมืองมาแทรกแซงแน่นอน เพราะคณะกรรมการไต่สวนได้รวบรวมคดีให้รอบคอบ และเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย “ไม่มีฝ่ายการเมืองสีใดๆ ก็ตามมาแทรกแซงการดำเนินการของ ป.ป.ช.ได้”

ส่วนที่ถูกวิพากวิจารณ์ว่า มวยล้มต้มคนดู นางสาวมิรินทร์ ยืนยันว่า ไม่มีมวยล้มต้มคนดูแน่นอน อะไรที่เป็นประโยชน์ประเทศชาติ ป.ป.ช.ทำเต็มที่แน่นอน


คุณอาจสนใจ

Related News