เลือกตั้งและการเมือง

“โรม” เดือดเลวร้ายมาก ป.ป.ช.ส่งฟ้องคดีโกงสอบท้องถิ่นไม่ทัน ซัด “อนุทิน” อย่าปัดความรับผิดชอบ

2 ชั่วโมงที่แล้ว

32 views

“โรม” เดือดเลวร้ายมาก ป.ป.ช.ส่งฟ้องคดีโกงสอบท้องถิ่นไม่ทัน ชี้ข้อสงสัยตัดตอน-วิ่งเต้นเริ่มมีมูล ซัด “อนุทิน” อย่าปัดความรับผิดชอบเหตุเกิดใต้จมูก จี้เข้าแจง กมธ. สางให้จริงจัง

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งฟ้อง 3 ผู้ต้องหาในคดีทุจริตสอบท้องถิ่นไม่ทัน ทำให้ต้องปล่อยตัว ว่า ตนมองว่าเลวร้ายมาก คดีประวัติศาสตร์ขนาดนี้ เป็นคดีที่เลวร้ายที่สุดในประเทศไทยครั้งหนึ่ง เป็นไปได้อย่างไรที่ฝากขังผู้ที่ถูกกล่าวหา แต่ติดปัญหาส่งฟ้องไม่ทัน ไม่ว่าจะอ้างด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าหากวันหนึ่งเราต้องดำเนินคดีกับบุคคลเหล่านี้ หากเขาหลบหนีหรือไปยุ่งกับพยานหลักฐานจะทำอย่างไร สุดท้ายที่เรากล่าวหากันว่าอาจจะมีการตัดตอนการเมือง หรือพยายามช่วยเหลือวิ่งเต้นก็มีมูล

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลอาจจะอ้างว่า ป.ป.ช.ไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจของตัวเอง แต่หาก ป.ป.ช.ดำเนินการเรื่องนี้ไม่ถูกต้อง รัฐบาลก็ต้องตรวจสอบ เพราะเกิดขึ้นภายใต้จมูกของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ดังนั้น นายอนุทินจะปฏิเสธความรับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ได้ เรื่องนี้จึงต้องดำเนินการต่อไป หากจะโยนว่าเป็นเรื่องขององค์กรอิสระ ตนมองว่าไม่สมเหตุสมผล เพราะเป็นเรื่องที่เกิดภายใต้กระทรวงมหาดไทย หากรัฐบาลจะเอาจริงก็ทำได้ แต่เรื่องนี้อาจจะไปเชื่อมกับบุคคลสำคัญต่างๆ ภายใต้นายอนุทินหรือไม่ จึงทำให้เรื่องนี้ไม่มีการเอาจริง หรือนำไปสู่การปราบปรามเพื่อล้างบางการทุจริตที่เกิดขึ้น

เมื่อถามว่า ในฐานะประธาน กมธ.กฎหมายฯ จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เราตามต่อแน่นอน และได้สั่งบรรจุพิจารณาเรื่องนี้ ในการประชุม กมธ. วันที่ 21 ตุลาคมนี้ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เราใช้อำนาจของ กมธ. เรียกนายอนุทิน และนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง แต่ทั้งสองคนไม่มา ดังนั้นตามกฏหมายถือว่าเป็นบุคคลที่ไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการ โดยทั่วไปหากเป็นข้าราชการประจำ ถือว่ามีความผิด ซึ่งคงจะต้องมีมาตรการต่อไป

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า หากนายกรัฐมนตรีระบุว่าไม่เกี่ยว ไม่รู้เรื่อง และทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้ช่วยเหลือใครทั้งสิ้น ก็จงมาที่ กมธ. และใช้อำนาจจัดการกับคนที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้ทั้งหมด

คุณอาจสนใจ

Related News