เลือกตั้งและการเมือง

“กมธ.กฎหมาย” ยังวุ่น! “ศุภชัย” ไม่ร่วมประชุม ยื่นหนังสือถึง “ปธ.สภา” วินิจฉัย “โรม” ใช้อำนาจเกินหน้าที่หรือไม่

4 ชั่วโมงที่แล้ว

19 views

“กมธ.กฎหมาย” ยังวุ่น! “ศุภชัย” นำทีมกมธ.รัฐบาล ไม่ร่วมประชุม ซัด “โรม” เล่นเกมการเมือง ใช้อำนาจเรียกนายกฯ มาแจง บอกกลายเป็น “บันเทิงธิปไตย” พร้อมยื่นหนังสือถึง “ปธ.สภา” วินิจฉัย “โรม” ใช้อำนาจเกินหน้าที่หรือไม่

วันที่ 8 ต.ค. 2569 ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร รองประธานคณะ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน คนที่สอง แถลงข่าวเกี่ยวกับการดำเนินงานของคณะ กมธ.การกฎหมายฯ  ในการใช้อำนาจเรียกนายกรัฐมนตรีเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมว่า ข้อกังวลเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาเรื่องร้องเรียนและการดำเนินงานของคณะ กมธ. ซึ่งเห็นว่าควรเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างเคร่งครัด การประชุมคณะ กมธ.ในครั้งนี้มีวาระพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อกล่าวหาการทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ตลอดจนประเด็นการเรียกนายกรัฐมนตรีเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นต่อคณะ กมธ. โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหารแจ้งข้อพิจารณาเกี่ยวกับการใช้อำนาจดังกล่าว พร้อมมีหนังสือจำนวน 2 ฉบับ ส่งถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานคณะ กมธ.

สาระสำคัญของหนังสือเป็นการขอให้พิจารณาขอบเขตหน้าที่และอำนาจของคณะ กมธ. ตามข้อ 90 วรรค 4 แห่งข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่าการพิจารณาประเด็นดังกล่าวและการเรียกนายกรัฐมนตรีเข้าชี้แจงอยู่ภายใต้หน้าที่และอำนาจของคณะ กมธ. หรือไม่ เพื่อให้การดำเนินงานมีความถูกต้อง ชัดเจน และสอดคล้องกับบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการประชุมคณะ กมธ. ในวันนี้ กมธ.จากพรรคร่วมรัฐบาล จำนวน 6 คน และ กมธ.ฝ่ายค้านบางส่วน มีความเห็นร่วมกันที่จะไม่เข้าร่วมประชุม เพื่อแสดงจุดยืนต่อข้อกังวลเกี่ยวกับกระบวนการดำเนินงานของคณะ กมธ. ซึ่งเห็นว่าอาจไม่สอดคล้องกับข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และควรได้รับการพิจารณาทบทวนให้เกิดความชัดเจนก่อนดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า แม้ กมธ.บางส่วนไม่ได้เข้าร่วมประชุม แต่ยังมีความพยายามที่จะพิจารณาออกคำสั่งเรียกนายกรัฐมนตรีเข้าชี้แจงอีกครั้ง โดยฝ่ายที่มีข้อกังวลเห็นว่าควรพิจารณาประเด็นหน้าที่และอำนาจของคณะ กมธ.ให้ได้ข้อยุติก่อน อย่างไรก็ตาม ได้ตั้งข้อสังเกตว่าจำนวน กมธ.ที่เข้าร่วมประชุมอาจไม่ครบองค์ประชุมตามที่ข้อบังคับกำหนด จึงเห็นว่าการแสดงความเห็นร่วมกันของ กมธ.บางส่วนไม่อาจถือเป็นมติของคณะ กมธ.ได้ หากไม่มีองค์ประชุมครบถ้วนตามหลักเกณฑ์

นายศุภชัย กล่าวว่า คิดว่าเป็นปัญหาและเป็นวิกฤต หลังจากนี้ ตนเองกับกมธ.ฯ ส่วนหนึ่งที่เป็นเสียงข้างมากในกรรมาธิการจะทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ดำเนินการวินิจฉัยแก้ปัญหาเหล่านี้โดยเร็ว หากประธานกมธ.ฯ กระทำที่เกินขอบเขตอำนาจที่กฎหมายให้ไว้ ก็จะมีผลกระทบต่อการทำงานของกรรมาธิการและผลกระทบต่อประชาชน ต่อสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อถามว่า กมธ.ฯ ไม่สามารถออกคำสั่งเรียกให้นายกรัฐมนตรีมาชี้แจงได้เลยใช่หรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ความจริงต้องดูเรื่องที่จะเข้ากมธ.ฯ ก่อนว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการหรือไม่ และซ้ำซ้อนกับกรรมาธิการอื่นหรือไม่ ที่ผ่านมาเรื่องเดียวกัน แต่มีการเปลี่ยนหัวข้อ ซึ่งคนที่ถูกเรียกมาชี้แจงก็คือคนเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้หลายกรรมาธิการ

“วันนี้ไม่ได้เจตนาหวังผลอะไร แต่เจตนาหวังผลเรื่องการเมือง ก็บันเทิงธิปไตยอย่างที่เขาพูดกัน ฉะนั้นถ้าเป็นเช่นนี้ สภาก็ไม่ควรที่จะตกเป็นเครื่องมือให้การเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ใช้ประโยชน์จากกรรมาธิการ ควรจะต้องดึงกลับมาอยู่จุดเดิมในข้อบังคับที่ควรจะเป็น” นายศุภชัย กล่าว

นอกจากนี้ ยังได้แสดงความกังวลต่อแนวทางการดำเนินงานของคณะ กมธ.บางคณะ โดยเห็นว่าการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ควรอยู่บนพื้นฐานของความร่วมมือระหว่าง กมธ.จากทุกพรรคการเมือง ยึดหลักความเป็นกลาง และดำเนินการภายใต้ขอบเขตหน้าที่และอำนาจที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ประเด็นสำคัญที่ควรได้รับการพิจารณา ได้แก่ การตรวจสอบว่าเรื่องที่นำเข้าสู่การพิจารณาอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะ กมธ.หรือไม่ รวมถึงมีความซ้ำซ้อนกับหน้าที่ของคณะ กมธ.คณะอื่นหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมา พบข้อสังเกตเกี่ยวกับการนำประเด็นลักษณะเดียวกันเข้าสู่การพิจารณาหลายครั้ง แม้อาจมีการปรับเปลี่ยนชื่อเรื่องหรือหัวข้อการพิจารณา แต่ยังคงมีสาระสำคัญใกล้เคียงกัน และมีการเชิญบุคคลหรือหน่วยงานเดิมเข้าชี้แจงซ้ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานและการใช้ทรัพยากรของรัฐ ขณะเดียวกัน ได้แสดงความเห็นว่าการดำเนินงานของคณะ กมธ.ไม่ควรถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ควรยึดหลักการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และปราศจากอคติ โดยการพิจารณาเรื่องใด ๆ ตลอดจนการออกคำสั่งเรียกบุคคลเข้าชี้แจง จะต้องมีพื้นฐานจากหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย รวมทั้งผ่านกระบวนการพิจารณาที่ถูกต้องตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร

สำหรับการกำหนดวาระพิจารณาของคณะ กมธ. ได้ตั้งข้อสังเกตว่า บางเรื่องอาจยังไม่มีมติของที่ประชุมคณะ กมธ.รองรับอย่างชัดเจน จึงเห็นควรให้มีการทบทวนกระบวนการนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่กำหนด รวมทั้งเปิดโอกาสให้ กมธ.ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการพิจารณาอย่างเหมาะสม

ในส่วนของการลงมติ ได้ยืนยันว่า กมธ.ฝ่ายรัฐบาลพร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนการพิจารณาเรื่องที่มีความสำคัญต่อประโยชน์สาธารณะ หากกระบวนการดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสอดคล้องกับข้อบังคับ โดยการพิจารณาควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล ข้อเท็จจริง และมติของที่ประชุม มากกว่าความแตกต่างทางการเมือง

สำหรับประเด็นการเข้าชี้แจงของนายกรัฐมนตรี ได้ระบุว่านายกรัฐมนตรีมิได้ปฏิเสธการเข้าชี้แจงต่อคณะ กมธ. และมีความพร้อมที่จะให้ข้อมูลตามกระบวนการที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องพิจารณาให้ชัดเจนก่อนว่าการเรียกเข้าชี้แจงดังกล่าวเป็นไปตามหน้าที่และอำนาจของคณะ กมธ.หรือไม่ พร้อมแสดงความกังวลเกี่ยวกับการนำเสนอข้อมูลภายหลังการประชุม ซึ่งเห็นว่าควรสะท้อนข้อเท็จจริงและสาระสำคัญของคำชี้แจงอย่างครบถ้วนและเป็นธรรม

เมื่อถามว่า ปัญหาหลักตอนนี้คือตัวนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ ที่ใช้อำนาจมากเกินไปใช่หรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า เท่าที่ปรากฏช่วงที่ผ่านมาก็เป็นเช่นนั้น แต่หากทำหน้าที่แบบตรงไปตรงมา กรรมาธิการก็จะกลับมาด้วยความรัก ความอบอุ่น เหมือนเดิม ตอนนี้มันไม่อบอุ่น ไม่ได้หนาว แต่ร้อน ตนเองไม่อยากให้ร้อนไปมากกว่านี้

ทั้งนี้  กมธ.ส่วนหนึ่งเตรียมจัดทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยประเด็นเกี่ยวกับขอบเขตหน้าที่และอำนาจ ตลอดจนกระบวนการดำเนินงานของคณะ กมธ. เพื่อให้เกิดความชัดเจนและสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำว่าการปฏิบัติหน้าที่ของคณะ กมธ.ทุกคณะควรยึดมั่นในหลักนิติธรรม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสาธารณะ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของกระบวนการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ และส่งเสริมให้การดำเนินงานของสภาผู้แทนราษฎรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองต่อปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างแท้จริง


คุณอาจสนใจ

Related News