สังคม

"ชัชชาติ" สั่งตรวจสอบเงินเยียวยาน้ำท่วม ย้ำใครรับเงินไม่มีสิทธิ์ เรียกคืนได้

11 ชั่วโมงที่แล้ว

176 views

บรรยากาศที่สำนักงานเขตสายไหมในช่วงเช้าวันนี้ พบว่าตั้งแต่เวลา 05.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเริ่มเปิดรับบัตรคิว จนถึงเวลาประมาณ 07.30 น. มีประชาชนเดินทางมารับบัตรคิวแล้วกว่า 400 คิว เพื่อรอยื่นเอกสารขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วม และวันนี้ ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นว่าบริเวณทางเข้าสำนักงานเขตมีการติดป้ายแจ้งให้ประชาชนแสดงบัตรประชาชนก่อนรับบัตรคิว ซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่พบป้ายประกาศในลักษณะดังกล่าว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะเปิดให้ประชาชนเข้ามารับคิวทั้งหมด 1500 คิว โดยจะเริ่มเปิดบริการตั้งแต่เวลา 08:30 น. ไปจนถึง 18:00 น.

ทีมข่าวยังได้รับข้อมูลว่า เมื่อวานที่ผ่านมาก็ยังคงมีประชาชนยังคงนำสิ่งของ เช่น ขวดน้ำ รองเท้า หรือสิ่งของอื่น ๆ มาวางจองคิวบริเวณหน้าสำนักงานเขตเช่นเดิม ก่อนจะทยอยเข้ามารับบัตรคิวในเวลา 05.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเริ่มเปิดรับคิว โดยในการรับบัตรคิว ประชาชนจะต้องเขียนเลข 4 ตัว ท้ายของบัตรประชาชนด้วย

นอกจากนี้ บริเวณเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เจ้าหน้าที่ใช้ดำเนินการรับเรื่อง ยังมีการติดประกาศเตือนเกี่ยวกับ “การให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อทางราชการเพื่อขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วม การกระทำดังกล่าวมีความผิดตามกฎหมาย” ซึ่งมีการติดประกาศไว้ทุกเครื่องของเจ้าหน้าที่

ขณะที่ช่วงเช้าวันนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการดำเนินงานที่สำนักงานเขตสายไหม เปิดเผยถึงการดำเนินงานรับคำร้องขอเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยของสำนักงานเขตสายไหม ว่า ขณะนี้มีการเตรียมความพร้อมเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน โดยจัดเตรียมคอมพิวเตอร์ 85 เครื่อง พร้อมนำเจ้าหน้าที่จากเขตอื่นที่เป็นเขตบัดดี้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่มีน้ำท่วม เข้ามาช่วยปฏิบัติงาน รวมถึงมีครู 18 คน จาก 9 โรงเรียน มาช่วยสนับสนุนการทำงาน โดยสามารถให้บริการประชาชนได้ประมาณ 250 คนต่อชั่วโมง จึงเชื่อว่าจะช่วยลดระยะเวลาการรอคอยได้

สำหรับพื้นที่เขตสายไหม มีประชาชนยื่นคำร้องเข้ามาประมาณ 90,000 กว่าราย ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วประมาณ 50,000 กว่าราย ยืนยันว่าไม่ได้ดำเนินการล่าช้า แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ถูกต้องด้วย

นายชัชชาติ กล่าวด้วยว่า เมื่อวานนี้มีเหตุการณ์ที่น่าประทับใจ โดยมีคุณป้าคนหนึ่งได้รับเงินเยียวยาไป 9,000 บาท แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าน้ำไม่ได้เข้าบ้าน จึงนำเงินมาคืนจำนวน 4,000 บาท พร้อมระบุว่า กรณีบ้านหลวงหรือบ้านราชการ จะไม่ได้รับเงินชดเชย เนื่องจากเป็นผู้พักอาศัยในบ้านหลวงอยู่แล้ว

ส่วนกรณีการซื้อขายคิวหรือการนำสิ่งของมาจองคิวข้ามวันข้ามคืนนั้น นายชัชชาติ ระบุว่า สำนักงานเขตไม่ได้เปิดให้จองคิวในช่วงเวลาดังกล่าว แต่เป็นการดำเนินการกันเองภายนอก จึงขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้ดำเนินการในลักษณะนี้ ซึ่งตอนนี้สำนักงานเขตสายไหมได้มีการออกมาตรการหากใครที่จะรับบัตรคิวจะต้องมีการแจ้งเลขท้าย 4 ตัวท้ายบัตรประชาชน เพื่อป้องกันการนำบัตรคิวไปขายต่อ แต่การควบคุมการซื้อขายคิวที่เกิดขึ้นภายนอกสำนักงานเขตทำได้ค่อนข้างยาก แต่ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ามีการเตรียมความพร้อมรองรับทุกคน และได้ขยายระยะเวลาการให้บริการแล้ว โดยสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง

อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครยังไม่ประมาท โดยเฉพาะในช่วงวันเสาร์และวันอาทิตย์ ซึ่งประชาชนอาจหยุดงานและเดินทางมายื่นคำร้องเพิ่มขึ้น จึงต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง สำหรับวันนี้สำนักงานเขตสายไหมเปิดรับบัตรคิวจำนวน 1,500 คิว และรองรับประชาชนที่เข้ามาแบบวอล์กอินอีก 300 คิว ขณะที่เมื่อวานนี้มีประชาชนเข้ามาดำเนินการประมาณ 1,200 คน

ส่วนกรณีเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของหอพักในพื้นที่สายไหม มีการสวมสิทธิ์รับเงินเยียวยานั้น นายชัชชาติ ระบุว่าขอให้เลิกทำแบบนี้ เนื่องจากเงินส่วนนี้ขอให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจริง ยื่นข้อมูลและหลักฐานตามข้อเท็จจริง เนื่องจากการยื่นหลักฐานเท็จเพื่อขอรับเงินเยียวยามีโทษทางอาญา อีกทั้งยังทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ล่าช้าลง เพราะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม

นายชัชชาติ ย้ำว่า กรุงเทพมหานครต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างจริงจัง เนื่องจากหากเจ้าหน้าที่อนุมัติเงินโดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ถูกต้อง ก็อาจมีความผิดได้เช่นกัน และถึงแม้ว่าจะมีการจ่ายเงินเยียวยาไปแล้ว แต่หากพบว่าเป็นการสวมสิทธิ์หรือทำผิดตามกฎหมายก็สามารถเรียกเงินคืนได้

สำหรับกรณีที่มีการจัดทำสัญญาเช่าปลอมหรือให้ข้อมูลเท็จเพื่อขอรับเงินเยียวยา กรุงเทพมหานครจะตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมขอให้ประชาชนที่มีเบาะแสแจ้งข้อมูลเข้ามา หากพบว่าผู้ใดได้รับเงินไปโดยไม่มีสิทธิ์ ก็อย่าเพิ่งใช้เงิน เพราะจะถูกเรียกคืน

ด้าน พ.ต.อ.สมบูรณ์ แสงแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตสายไหม ระบุว่า เมื่อวานนี้มีการตรวจสอบกรณีอะพาร์ตเมนต์ 3 แห่ง โดยเจ้าหน้าที่เทศกิจลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าทั้ง 3 แห่ง มีอยู่จริง และมีจำนวนห้องตามที่แจ้งไว้ เบื้องต้นไม่พบว่ามีการเบิกเงินเกินสิทธิ์ โดยได้ประสานข้อมูลกับเพจสายไหมต้องรอดแล้ว และในวันนี้จะเข้าตรวจสอบอีกครั้ง ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครมีกรณีที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างเข้มงวด หรือเคสสีเหลืองประมาณ 900 กว่าราย โดยจะส่งเจ้าหน้าที่เขตลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีลักษณะหลอกลวง ก็จะดำเนินการยกเลิกคำร้องตามขั้นตอน

ทั้งนี้ นายชัชชาติ ได้กำชับผู้อำนวยการเขตสายไหมให้ตรวจสอบการลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาอย่างจริงจัง และในกรณีเรื่องเจ้าของหอพักสวมสิทธิ์นั้นให้ประสานข้อมูลไปที่ในเอกภพ เหลืองประเสริฐเพื่อนำข้อมูลมาพิจารณา

โดย นายชัยวัฒน์ รังษีภโนดร ผู้อำนวยการเขตสายไหม ระบุว่า การพิจารณาในแต่ละวันต้องอาศัยการตรวจสอบพฤติกรรมและข้อมูลประกอบ เช่น กรณีบ้านเช่าที่ไม่มีเลขที่บ้าน แต่มีผู้ยื่นเอกสารรับรองเข้ามาเป็นจำนวนมาก จะต้องตั้งข้อสังเกตและตรวจสอบเป็นพิเศษ นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบฐานข้อมูลจำนวนห้องพักของแต่ละแห่งประกอบด้วย เช่น หากบ้านหนึ่งหลังมีห้องเช่า 10 ห้อง ก็ควรมีผู้ยื่นคำร้องตามจำนวนห้องที่มีสิทธิ์ แต่หากมีผู้ยื่นคำร้องมากกว่าจำนวนห้อง ก็จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

คุณอาจสนใจ

Related News