เลือกตั้งและการเมือง

เปิดโฉม 3 ผู้ทรงคุณวุฒิ "โชติ–สุพจน์–ธีร" นั่งบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ มีอำนาจเสนอ ครม. กำหนดนโยบาย ติดตามผลกระทบ

2 ชั่วโมงที่แล้ว

17 views

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 725/2569 แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ พ.ศ.2569 ซึ่งกำหนดให้มีรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน และมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งได้ไม่เกิน 3 คน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนต รีแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คน ได้แก่ 1.นายโชติ ตราชู อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 2.นายสุพจน์ เตชวรสินสกุล อดีตคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ 3.นายธีร เจียศิริพงษ์กุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา

การแต่งตั้งดังกล่าวได้รายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธานการประชุม เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับแต่งตั้งเข้าร่วมประชุม 2 คน คือ นายสุพจน์ และนายธีร ส่วน นายโชติ ติดภารกิจ ไม่ได้เข้าร่วมประชุมครั้งดังกล่าว ทั้งนี้ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มีวาระคราวละ 2 ปี และดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระ

หลังแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มเติม ทำให้บอร์ดนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ มีกรรมการรวม 21 คน ประกอบด้วยรองประธานกรรมการ 3 คน ได้แก่ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นรองประธานคนที่ 1 รมว.มหาดไทย เป็นรองประธานคนที่ 2 และ รมว.พลังงาน เป็นรองประธานคนที่ 3

นอกจากนี้ มีกรรมการโดยตำแหน่ง 14 ตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการบีโอไอ เลขาธิการ กกพ. เลขาธิการ กสทช. เลขาธิการ สทนช. ผู้อำนวยการ สนพ. ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และเลขาธิการ สศช. หรือสภาพัฒน์ เป็นกรรมการและเลขานุการ

สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ได้แก่เสนอนโยบาย มาตรฐาน และกรอบปฏิบัติของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติ อนุญาต ออกบัตรส่งเสริมการลงทุน หรือให้บริการแก่ผู้ประกอบธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในราชอาณาจักรต่อคณะรัฐมนตรี รวมทั้งศึกษา วิเคราะห์ ติดตาม และประเมินผลกระทบจากการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เสนอต่อ ครม. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ ครม.หรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

ทั้งนี้ กรอบการอนุมัติโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยตามระเบียบดังกล่าว ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม การใช้พลังงานสะอาด ความมั่นคงทางพลังงาน ราคาพลังงานที่เป็นธรรม การจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าและน้ำ ผังเมือง ความปลอดภัยสาธารณะ โดยเฉพาะอัคคีภัย การป้องกันและเยียวยาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่ของประชาชนและชุมชน เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการรักษาอธิปไตยด้านข้อมูลของประเทศ

หากหน่วยงานรัฐพบปัญหาขัดข้องในการปฏิบัติตามมติ ครม. ให้รายงานคณะกรรมการเพื่อพิจารณาและเสนอแนะต่อ ครม.เพื่อแก้ไข ขณะที่เมื่อ ครม.เห็นชอบแนวทางใดแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการตามและรายงานผลต่อคณะกรรมการทุก 3 เดือน เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยมีความต่อเนื่องและตรวจสอบได้

คุณอาจสนใจ

Related News