เลือกตั้งและการเมือง
“ไอติม” ฟาด “อนุทิน” อย่าห่วงงานฝ่ายค้าน ห่วงผลงานรัฐบาลดีกว่า ปราบโกงอาการหนัก สารพัดทุจริต
2 ชั่วโมงที่แล้ว
26 views
“ไอติม” ฟาด “อนุทิน” อย่าห่วงงานฝ่ายค้าน ห่วงผลงานรัฐบาลดีกว่า ปราบโกงอาการหนัก สารพัดทุจริต ฮั้วสว.-สอบท้องถิ่น แซะถ้าพร้อมตอบทุกคำถาม ก็มาตอบกระทู้สด หลังสมัยประชุมที่แล้วไม่เคยโผล่มาตอบสักครั้ง
เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านรับรู้ร่วมกันอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่ก่อนปิดสมัยประชุมแล้วว่า เราจะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมที่จะถึงนี้ โดยเมื่อเปิดประชุมสภาช่วงปลายเดือนสิงหาคม จะประสานพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ เพื่อหารือกรอบเนื้อหา เวลา และบุคคลในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เราจะเสนอญัตติไม่ไว้วางใจ
เมื่อถามว่า เบื้องต้นได้มีการวางกรอบประเด็นคร่าวๆ ไว้หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรบ้าง นายพริษฐ์ กล่าวว่า คงจะเป็นในขั้นตอนถัดไปที่จะมีการแลกเปลี่ยนกรอบเนื้อหากัน แต่ในส่วนของพรรคประชาชนตั้งแต่ก่อนปิดสมัยประชุม เราได้ให้โจทย์ สส.ไปข้อมูลเพื่อเสนอประเด็นที่คิดว่าสมควรที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งขณะนี้ สส.ของพรรคก็มีการส่งข้อมูลเข้ามาที่ส่วนกลางของพรรคอย่างต่อเนื่อง
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ คิดว่าประเด็นที่จะอภิปรายส่วนหนึ่งคงจะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายที่ผิดพลาดหรือมีข้อครหาเรื่องการทุจริตที่ปรากฏต่อสาธารณะอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคดีโกงสว. การสอบท้องถิ่น TH-Passport และโครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และบางส่วนอาจจะเป็นประเด็นที่ไม่ได้ปรากฏต่อสาธารณะ แต่ขณะนี้สส.ในพรรคกำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ อย่างไรก็ตาม เราไม่ทราบว่าจากวันนี้จนถึงวันอภิปรายจริง จะมีประเด็นอะไรใหม่ๆ เกี่ยวกับการบริหารที่ผิดพลาดหรือข้อครหาเกี่ยวกับการทุจริตของรัฐบาลที่เพิ่มเข้ามาหรือไม่
เมื่อถามว่า ทุกการอภิปรายฝ่ายค้านจะมีหมัดเด็ดเสมอ ครั้งนี้จะมีอีกใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า “ครับ” เราก็ทำเต็มที่ และคิดว่าท้ายที่สุดคนที่จะตัดสินก็คือประชาชน ฉะนั้น ขอให้รอดูวันอภิปรายจริง แล้วให้ประชาชนเป็นคนตัดสินดีกว่า
เมื่อถามถึง กรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่ามั่นใจ หากฝ่ายค้านถามอะไรก็พร้อมที่จะตอบนั้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า “ต้องรอดูว่าจะสามารถตอบคำถามที่จะถูกอภิปรายในศึกอภิปรายไม่วางใจได้จริงหรือไม่ แต่ผมตั้งข้อสังเกตว่าหากนายกฯ อนุทินบอกว่าถามอะไรก็ตอบได้หมด หากตอบได้จริง เหตุใดในสมัยประชุมสภาที่ผ่านมา เราไม่เคยเห็นนายกฯ อนุทินมาตอบกระทู้สดในสภาแม้แต่ครั้งเดียว ฉะนั้น หวังว่าในสมัยประชุมสภาที่จะมาถึงนี้ เราจะเห็นนายกฯ อนุทินมาตอบกระทู้สดตามหน้าที่ที่ควรจะทำบ้าง”
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า และหวังว่าจะเป็นการตอบกระทู้สดที่ไม่ใช่แค่กระทู้สดของรัฐบาลที่มีการเตรียมคำถามไว้ก่อนล่วงหน้าเพื่อชงคำถามให้กัน แต่จะมาตอบกระทู้ของฝ่ายค้านด้วยที่จะเกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศในฐานะนายกฯ และการบริหารภารกิจของกระทรวงมหาดไทยในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ต่อข้อถามว่า นายอนุทินระบุอีกว่าหากฝ่ายค้านไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็จะไม่มีผลงาน ในส่วนนี้จะทำให้ฝ่ายค้านต้องทำการบ้านเพิ่มเติมหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า สิ่งที่คิดว่านายอนุทินควรกังวลคือผลงานรัฐบาลมากกว่า เพราะหลายเรื่องเราเห็นว่าเป็นปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เช่น ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ตอนรับตำแหน่งนายอนุทินบอกว่ารู้สึกอับอายในคะแนนความโปร่งใสของประเทศตามดัชนีสากล แต่ตั้งแต่บริหารมาตนเห็นว่าปัญหาการทุจริตยิ่งแต่จะหนักหนาสาหัสขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้อครหาเกี่ยวกับการโกงสว. การโกงสอบท้องถิ่น หรือปัญหาข้อครหาในการทุจริตอื่นๆ หรือแม้กระทั่งเรื่องเศรษฐกิจเราก็เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้มีการกู้เงินผ่านกลไกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ในปริมาณที่สูง ซึ่งต้องรอดูว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนได้อย่างแท้จริงหรือไม่
“ฉะนั้น ผมคิดว่าให้คุณอนุทินกังวลเรื่องผลงานรัฐบาลดีกว่า มาแสดงความเห็นเกี่ยวกับผลงานของฝ่ายค้าน แต่หากพูดในฐานะฝ่ายค้าน ผมคิดว่าเราวางบทบาทเราเป็นสองบทบาทคู่ขนานกันเสมอ คือ การตรวจสอบรัฐบาลเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการใช้กลไกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่อีกบทบาทที่เราวางไว้ว่าเป็นบทบาทของฝ่ายค้านคือการผลักดันแก้ไขกฎหมายที่จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน” นายพริษฐ์ กล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีร่างกฎหมายที่เสนอโดย สส.พรรคฝ่ายค้านประมาณ 40-50 ฉบับ ซึ่งมีการเสนอเข้าไปแล้ว แต่อยู่ระหว่างการรอพิจารณา ฉะนั้น ตนจึงหวังว่าวิปรัฐบาลจะให้ความร่วมมือกับวิปฝ่ายค้านในการทำให้สมัยประชุมหน้ามีการเพิ่มวันประชุมสภาสำหรับการพิจารณาร่างกฎหมายของ สส. และภาคประชาชนเป็นการเฉพาะ ซึ่งก็เป็นหนึ่งในสัญญาที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เคยแสดงวิสัยทัศน์ก่อนที่จะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ ซึ่งก็หวังว่าประธานสภาฯ จะพูดแล้วทำ และทางวิปรัฐบาลก็จะให้ความร่วมมือ เพราะมีกฎหมายหลายฉบับที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในหลายด้าน อาทิ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ พ.ร.บ.กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น พ.ร.บ.แรงงาน เป็นต้น
“หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากประธานสภาฯ และประธานวิปรัฐบาลให้เราได้มีการเพิ่มวันประชุมเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายที่ถูกเสนอโดย สส.และภาคประชาชน เพราะหากไม่มีการกระทำเช่นนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามข้อบังคับคือร่างกฎหมายของสส. จะถูกแซงคิวโดยร่างของ ครม.เสมอ ซึ่งจะทำให้ร่างกฎหมายที่เรายื่นเข้าไปไม่ได้มีโอกาสที่จะถูกพิจารณาในสภา” นายพริษฐ์กล่าว
เมื่อถามว่า หากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 มองว่าฝ่ายค้านจะลงมติเป็นเอกภาพหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกันว่าจะมีพรรคร่วมฝ่ายค้านไหนร่วมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจบ้าง แล้วจะเป็นการยื่นกรอบเนื้อหาอะไร ยื่นอภิปรายใครบ้าง คาดหวังให้พรรคร่วมฝ่ายค้านแม้อาจะจะมีความเห็นหรือนโยบายบางเรื่องที่อาจจะเห็นต่างกัน แต่ก็หวังว่าจะมีจุดร่วมกันในการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่
แท็กที่เกี่ยวข้อง ไอติมพริษฐ์ ,อนุทิน ชาญวีรกูล