เลือกตั้งและการเมือง

“โรม” จี้ “อนุทิน” ชัดเจนมาตรการคุมปืน แนะต้องตอบให้ได้จะให้ความปลอดภัยสังคมยังไง

2 ชั่วโมงที่แล้ว

11 views

“โรม” จี้ “อนุทิน” ชัดเจนมาตรการคุมปืน ลั่นเกินความจำเป็นแล้ว ต้องจำกัดสิทธิ์ แนะต้องตอบให้ได้ถ้าไม่มีปืนจะให้ความปลอดภัยสังคมยังไง ลั่นอย่างผมก็ไม่มั่นใจ เผลอๆ น่ากลัวกว่าโจรก็คือเจ้าหน้าที่รัฐ อัดนักการเมืองบางคนมี 30-40 กระบอกเป็นโกดัง เตรียมเสนอสังคายนา พ.ร.บ.อาวุธปืนใหม่


วันที่ 13 ส.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีเหตุกราดยิงบ่อยครั้ง ล่าสุดที่จังหวัดนครราชสีมา มีความกังวลหรือไม่ ว่า เชื่อว่าทุกคนกังวลแน่นอน ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราอาวุธปืนต่อสัดส่วนประชากรสูงติดอันดับโลก ดังนั้น เรื่องนี้ปฏิเสธไม่ได้ และบวกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่นำไปสู่โศกนาฎกรรมหลายครั้ง ต้องยอมรับความเป็นจริงว่ามาตรการที่เกี่ยวกับอาวุธปืนมีปัญหาแน่ ๆ ตั้งแต่สมัยก่อนที่มีเปิดร้านขายปืน ตนมองว่าเป็นเรื่องที่เถียงกันไม่จบ แต่ในวันนี้ สิ่งที่ต้องดำเนินการคือ ควรมีมาตรการที่ทำให้มั่นใจว่าสุดท้ายประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นสถานศึกษาหรือพื้นที่สาธารณะ รวมถึงประชาชนทั่วไป ที่รู้สึกไม่ปลอดภัย ถ้าไม่มีมาตรการที่สร้างความปลอดภัยออกมา ตนคิดว่าต้องอยู่ในความหวาดกลัวต่อไป จนถึงวันนี้ เรายังไม่เห็นความชัดเจน นอกจากคำพูดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่บอกว่าอย่าไปพก ตนคิดว่าไม่น่าจะเป็นโจทย์ตรงนั้น วันนี้ เมื่อเราจะแก้ปัญหาเรื่องปืน ต้องกลับมาที่หลักการก่อน ว่าตกลงแล้วนโยบายของรัฐต้องการให้ประชาชนถือครองอาวุธปืนหรือไม่ แต่ก็พบว่าถึงแม้เราจะมีปัญหาเรื่องปืนเถื่อน เราต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าอาวุธปืนที่ถูกกฎหมายก็ถูกใช้ในลักษณะที่เกิดเหตุสะเทือนขวัญหลายครั้ง ดังนั้น ต้องกลับมามองว่ากลุ่มคนที่สามารถครอบครองอาวุธปืนถูกกฎหมายนั้น มีความหละหลวมตรงไหน ทำไมจึงเกิดเหตุแบบนี้ ทั้งเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ถือครองปืน มีการตรวจสอบรัดกุมแค่ไหน ได้ลงไปดูแล้วหรือไม่ จะปรับปรุงมาตรการอย่างไร รวมถึงหากเป็นนโยบายของรัฐ ต่อไปนี้พยายามไม่ให้มีอาวุธปืน แม้จะถูกต้องตามกฎหมาย ก็ต้องลดสัดส่วนให้ได้มากที่สุด คนที่จำเป็นจริงๆ ต้องระบุให้ได้ว่าเป็นกลุ่มไหน แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้วยนโยบายที่ผ่านมา ไม่มีปืนสวัสดิการที่เป็นปืนของแผ่นดิน ที่ตำรวจสามารถยืมได้ จนต้องไปหาซื้อกันเอง ดังนั้น ต้องมีมาตรการควบคุม เมื่อเรามองย้อนไปถึงอดีต เจ้าหน้าที่รัฐหลายคนมีความเครียด มีสารเสพติด ที่เกี่ยวพันมา ถ้ารัฐบาลไม่ได้ดำเนินการหรือมีมาตรการเรื่องนี้ สุดท้าย โศกนาฎกรรมจะเกิดขึ้นซ้ำๆ


เมื่อถามว่ามองคำตอบของนายกรัฐมนตรีอย่างไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า สังคมได้ตัดสินนายกฯ ไปแล้ว แต่ต้องถามว่าปัญหาในวันนี้คืออะไร ถ้าปัญหาคือมีอาวุธปืนมาเกินไป ท่านต้องแจกแจงออกมาเลยว่ากลุ่มไหนที่สามารถครอบครองปืนได้ ถ้าท่านไม่ให้คนทั่วไปครอบครองปืนได้ จะแก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอย่างไร ถ้าแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ คนก็จะกลับมาพึ่งพามือไม้ตัวเอง จะเวียนกันไปไม่จบ ซึ่งถ้าจะมีข้อยกเว้นในกลุ่มข้าราชการ ตำรวจ ทหารก็ต้องระบุเงื่อนไขให้ได้


นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เราเพิกเฉยไม่ได้คือการตรวจสอบสุขภาวะทางจิตของผู้ที่ครอบครองปืน จนถึงวันนี้ ตนทราบว่าไม่ได้มีการตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ วันที่เขาได้ปืน เขาอาจจะโอเค แต่มาวันนี้อาจจะไม่ปกติแล้ว ถ้าไม่มีการตรวจสอบก็จะมีปัญหาแบบนี้


เมื่อถามว่ากลุ่มที่โดนพุ่งเป้าคือนักการเมืองที่มีปืนไว้ในครอบครองจำนวนมาก นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เราอาจจะเริ่มต้นว่านักการเมือง ตำรวจ ทหาร นักปกครอง ต่างก็มีปืน คำถามคือความจำเป็นของอาวุธปืนมีหรือไม่ แล้วถ้าแก้ไขเรื่องความจำเป็นของอาวุธปืนได้ จะมอบความปลอดภัยให้พวกเขาได้อย่างไร


“ไม่ต้องอะไรมาก อย่างผม ผมก็ไม่มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐจะสามารถให้ความปลอดภัยกับผมได้ เผลอๆ น่ากลัวกว่าโจรก็คือเจ้าหน้าที่รัฐนี่แหละ ดังนั้น สิ่งเหล่านี้ต้องมาคุยกันว่าถ้ารัฐจะลดอาวุธปืน คำถามที่สำคัญคือคุณจะมอบความปลอดภัยให้เขาได้อย่างไร” นายรังสิมันต์ กล่าว


นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ถ้าเราสามารถมอบความปลอดภัยให้กับสังคมอย่างแท้จริง เชื่อว่าความจำเป็นในการครอบครองอาวุธปืนก็จะลดลง แต่ต้องแก้ไขควบคู่ไปกับอาวุธปืนเถื่อนหรืออาวุธไทยประดิษฐ์ทั้งหลาย


เมื่อถามว่าพรรคประชาชนจะเสนอแก้กฎหมาย พ.ร.บ.อาวุธปืนหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตอนนี้เราเริ่มมีการพูดคุย ตนเองในฐานะประธาน กมธ.การกฎหมายฯ เบื้องต้นได้หารือกับทีมที่ปรึกษา เลขานุการ กมธ. ว่าเรื่องนี้เรามีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมการ เพราะสถานการณ์นี้ ถ้าไม่มีทางออกอาจจะเกิดขึ้นซ้ำ อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลและจะมีการพิจารณาต่อไป


เมื่อถามว่าความจำเป็นในการครอบครองปืน สามารถนิยามได้หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน เช่น ถ้ามีประวัติเกี่ยวกับการถูกคุกคาม คนร้ายคนนั้นยังจับตัวไม่ได้ ตนก็คิดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ดุลยพินิจได้ หรือเป็นอาชีพที่จำเป็นจริงๆ สิ่งที่ต้องตามมาคือการตรวจสุขภาวะให้ชัดเจน


“ตกลงแล้ว ท่านอนุทินอยากให้สังคมไทยมีอาวุธปืนมากน้อยแค่ไหน ถ้าท่านจะเอาแบบญี่ปุ่น คือจำกัดเยอะๆ ท่านต้องมีนโยบายให้เขา ไม่ว่าจะเป็นการรับซื้ออาวุธปืนหรือการอภัยโทษหรือไม่ เพื่อจูงใจให้เขากล้าเอาปืนที่ผิดกฎหมายคืนให้รัฐ” นายรังสิมันต์ กล่าว


นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ถ้านักการเมืองจะต้องมีปืน อาจจะไม่ทุกคน ควรพิจารณาบนข้อเท็จจริง ย้ำว่าไม่ใช่ทุกคนที่ถูกคุกคาม ดังนั้น ไม่ควรจะมองแค่อาชีพอย่างเดียว ไม่ใช่ว่าเป็นนักการเมืองเท่ากับต้องมีปืน แต่ต้องดูว่ามีความจำเป็นอะไร


เมื่อถามว่านักการเมืองบางคนมี 30-40 กระบอก จำเป็นหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า “30-40 กระบอก ผมว่าอาจจะเกินกว่าความจำเป็นในการป้องกันตัว ถ้าจะมีปืนราวกับว่ามีรถในโกดัง ผมคิดว่าไม่ใช่ความจำเป็น ผมยังมองว่าในจุดยืนส่วนตัว อาวุธปืนควรถูกใช้เพื่อป้องกันตัวเอง ถ้าใช้เพื่อป้องกันตัวเอง การมีอาวุธปืนเป็นคลังแสงอาจจะไม่ใช่คำตอบเรื่องการป้องกันตัวเอง”


คุณอาจสนใจ

Related News