เลือกตั้งและการเมือง
"เท้ง" ไม่ตอบปรับ "กล้าธรรม" ออกวิปฝ่ายค้าน เป็นการประเคนเสียงให้รัฐบาลหรือไม่ เมิน "ธรรมนัส" ใส่นาฬิกา "อนุทิน"
3 ชั่วโมงที่แล้ว
10 views
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคประชาชน ปรับพรรคกล้าธรรม ออกจากวิปฝ่ายค้าน ว่า การทำงานในระบบรัฐสภา ใครที่ไม่ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลย่อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านทั้งหมด สิ่งที่เราคาดหวังคือการทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ จริงๆ เราอาจจะเห็นการออกมาแสดงความเห็น จากตัวแทนพรรคกล้าธรรมว่า เราดำเนินการไปเลยโดยที่ไม่มีการพูดคุยกันมาก่อน ดูเหมือนเสียมารยาททางการเมือง ไม่ได้ให้เกียรติพรรคกล้าธรรมหรือไม่ ซึ่งยืนยันว่า พรรคประชาชนไม่ได้ทำแบบนั้น แต่ในความจริงแล้ว นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ดำเนินการประสานงานกับพรรครวมฝ่ายค้านทุกพรรค โดยเฉพาะพรรคกล้าธรรม ซึ่งมีการอัปเดตกับพรรค และส่งกลับมามาที่ตนโดยตลอด และก่อนที่นายพริษฐ์ จะมีการโพสต์เฟซบุ๊กออกไป ฝั่งเราเองก็พยายามประสานไปยังพรรคกล้าธรรม ส่วนพรรคกล้าธรรมจะมีช่องว่างในการประสานงานอย่างไร ที่ทำให้เพื่อน สส. หลายคนอาจจะไม่สบายใจ อย่าง นายอรรถกร ศิริลัทธยากร โฆษกพรรคกล้าธรรม ที่ได้ให้สัมภาษณ์ว่า รับสายจากเพื่อน สส.หลายคนว่า ไม่สบายใจ ตนก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าการประสานภายในพรรคกล้าธรรมเป็นอย่างไร แต่ตนยืนยันโดยหลักแบบนี้ว่า เราอยากเห็นพรรคฝ่ายค้านทุกพรรค ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ ในฐานะฝ่ายค้านไม่ใช่รัฐบาล
ด้าน นายพริษฐ์ กล่าวเสริมว่า หลังพรรคกล้าธรรม ลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2570 ขัดต่อมติวิปฝ่ายค้าน ประกอบกับความไม่ชัดเจนของท่าทีพรรคกล้าธรรม ที่จะร่วมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ จึงเป็นเหตุให้ตนได้หารือกับตัวแทนพรรคกล้าธรรมว่าจะหาทางออกร่วมกันอย่างไรดี และนำมาสู่ข้อสรุปการปรับสัดส่วนวิปฝ่ายค้าน
"ต้องย้ำว่าไม่ใช่ความขัดแย้งอะไรกัน เป็นการแยกกลไกการทำงานอย่างชัดเจน องค์ประกอบของวิปฝ่ายค้าน เช่น โควตากระทู้ถามสด เราก็มองว่า ควรถูกจัดสรรให้กับพรรคการเมืองที่มีความประสงค์ จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน แต่กลไกใดก็ตามที่เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของ สส. เช่นสัดส่วนเวลาในการอภิปรายวาระต่างๆ การหารือปัญหาในพื้นที่ อย่างไรก็เป็นสิทธิ์ของพรรคกล้าธรรมอยู่แล้ว ในฐานะพรรคการเมืองที่มีสส. ที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนมา 50 กว่าคน" นายพริษฐ์ กล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ฝ่ายค้านพร้อมเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ต่อ หมุดหมายสำคัญคือ การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจะจัดทำญัตติให้เสร็จภายในเดือนนี้ และยื่นอภิปรายโดยไม่ชักช้า ซึ่งที่ผ่านมาพรรคกล้าธรรม ก็ให้ความร่วมมือประชุม และในการประชุมและประสานงานมาโดยตลอด แต่ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ คือการลงมติที่ขัดต่อมติฝ่ายค้าน ซึ่งเหตุผลที่บอกว่า อยากให้ประเทศมีงบประมาณ ตนคิดว่าไม่ได้สมเหตุสมผลทั้งหมด เพราะในมุมของฝ่ายค้าน อยากพรรคประชาชนที่ลงมติไม่เห็นด้วย ก็ไม่ได้หมายความว่า ไม่เห็นชอบที่ประเทศจะมีงบประมาณ แต่ไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรงบประมาณแบบนี้ รวมไปถึงฝ่ายค้านก็พยายามมีมติรองรับ ความเห็นที่แตกต่างได้ โดยให้โหวตงดออกเสียง
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า เหตุผลที่สองคือท่าทีความไม่ชัดเจน ว่าจะมีการร่วมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ หรือแม้กระทั่งลงไปแล้ว จะมีมติอย่างไร เราใช้เกณฑ์นี้เป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจ ไม่ได้เอาองค์ประกอบอื่น ที่เราก็รับรู้อยู่แล้วตั้งแต่ต้น มาเป็นเกณฑ์หลัก พยายามจะยึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก
เมื่อถามว่า แบบนี้จะไม่ใช่การถวายเสียง ประเคนใส่พานให้รัฐบาลหรือไม่ เพราะมีการวิจารณ์ว่าเหมือน MOA ภาคสอง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จะดูว่าเสียงฝั่งไหนเพิ่มขึ้น ควรไปถามพรรคกล้าธรรมโดยตรงว่าจะเพิ่มเสียงให้ฝั่งไหน ตนคิดว่าปัจจัยสำคัญคือเรื่องการเคารพการทำงานของวิปฝ่ายค้านด้วยกัน โดยสาระสำคัญเป็นแบบที่นายพริษฐ์ ได้กล่าวไป ทำให้เราต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง เราพูดคุยกันมาตลอดว่าจะลงมติอย่างไรในร่างงบประมาณ แต่พอมาถึงหน้างานจริง กลับมีการอ้างว่ามีการพูดคุยกันในพรรคกล้าธรรม แล้วเปลี่ยนกันในวันนั้นเลย ตนคิดว่าแบบนี้ไม่ใช่กระบวนการที่ถูกต้อง ในฐานะประธานซึ่งในฐานะประธานวิป และในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ก็จะทำงานลำบาก
เมื่อถามถึงกรณีนาฬิกาที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม สวมใส่ ซึ่งมีการสลักชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนขออ้างอิงคำให้สัมภาษณ์นายอรรถกร ที่บอกว่า ความสัมพันธ์โดยส่วนตัว ของ ร.อ.ธรรมนัส และนายอนุทิน ไม่ได้มีอะไรขัดแย้งกัน เป็นความสัมพันธ์ที่เดินหน้าดีมาโดยตลอด ความสัมพันธ์จะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ ตนว่าวางไว้เรื่องนึง แต่ความสัมพันธ์ส่วนตัวจะเป็นอย่างไร การทำหน้าที่ในสภาตัวชี้วัดมากกว่า ว่าคุณทำหน้าที่สส.ฝ่ายค้าน หรือรัฐบาล
ด้าน นายพริษฐ์ กล่าวเสริมว่า ก็ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเติมเสียงรัฐบาล ต้นคิดว่าการอยู่หรือไม่อยู่ของพรรคกล้าธรรมในวิปฝ่ายค้าน สิ่งที่เราพยายามปรับองค์ประกอบของวิปฝ่ายค้าน ก็เพื่อให้เกิดความชัดเจน