เลือกตั้งและการเมือง

ศาลปกครองกลาง ไม่รับคำฟ้อง "นพ.สรณ" ขอเพิกถอนมติกรรมการสรรหาฯ ปมคุณสมบัติประธาน กสทช.

2 ชั่วโมงที่แล้ว

90 views

ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา ตามที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ อดีตประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ยื่นคำร้องไว้ เนื่องจากยังถือว่ายังไม่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย จึงยังไม่มีสิทธิฟ้อง

ทั้งนี้ นพ.สรณ ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช.เมื่อ 3 ส.ค.69 โดยขอให้ถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ ที่มีมติ 4:0 ว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติในการเป็นประธาน กสทช. และขอให้ศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่่งทางปกครอง และขอบรรเทาทุกข์ชั่วคราวโดยเร่งด่วน

โดยศาลได้ยกบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ขึ้นวินิจฉัย โดยสรุปได้ว่า คณะกรรมการสรรหาฯ วินิจฉัยว่าผู้ฟ้องคดี มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) และถือว่าสละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 8 (2) ซึ่งการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 8 นั้น เป็นกรณีที่มีบทบัญญัติไว้ในมาตรา 20 วรรคหนึ่ง (5) และในมาตรา 20 วรรคสอง กำหนดว่า การพ้นจากตำแหน่งตาม (4) หรือ (5) ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง โดยพระบรมราชโองการดังกล่าว ให้มีผลแต่วันที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม หรือวันที่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน แล้วแต่กรณี

ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า นพ.สรณ ยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์รับค่าตอบแทนรายชั่วโมง ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 13เ มษายน 2565 ผลย้อนหลังของพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง จึงย่อมย้อนไปถึงวันที่ 13 เมษายน 2565 อันเป็นวันที่เข้าดำรงตำแหน่งทั้งที่ยังมีลักษณะต้องห้ามอยู่

แหล่งข่าววงการกฎหมายระบุว่า คำสั่งไม่รับคำฟ้องของศาลปกครองกลาง ไม่ได้วินิจฉัยว่า นพ.สรณ กระทำการขัดต่อกฎหมายหรือไม่ แต่ได้ยืนยันขั้นตอนและกระบวนการที่ต้องดำเนินการต่อไปไว้อย่างชัดเจน คือการนำความกราบบังคมทูล ตามมาตรา 20 วรรคสอง ซึ่งมิได้ปรากฏขั้นตอนการขอมติวุฒิสภาไว้ในกระบวนการนี้แต่อย่างใด

ผลของคำสั่งจึงเป็นการเร่งรัดให้ผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้มีหน้าที่นำความกราบบังคมทูล ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายให้ครบถ้วนโดยเร็วที่สุด เพื่อยุติความไม่แน่นอนทางกฎหมาย และบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ประโยชน์สาธารณะ

อย่างไรก็ดี คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น ซึ่งผู้ฟ้องคดีอาจใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ตามกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด เรื่องนี้จึงยังมิอาจถือว่าถึงที่สุดในทางคดี แม้ในทางกระบวนการทางปกครองจะไม่มีข้อขัดข้องใดเหลืออยู่แล้วก็ตาม

คุณอาจสนใจ

Related News