เลือกตั้งและการเมือง
“เสธ.ทบ.” เปรียบ กอ.รมน.เป็น “แกนกลางทีมฟุตบอล” ร่ายยาวถึงความสำคัญ ชี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
2 ชั่วโมงที่แล้ว
7 views
“เสธ.ทบ.” ร่ายยาวถึงความสำคัญ “กอ.รมน.” เปรียบเป็น “แกนกลางทีมฟุตบอล” คือสิ่งที่ขาดไม่ได้ เผย ไม่ได้แก้ปัญหาเฉพาะชายแดนใต้เท่านั้น แต่ทำงานร่วมกับหลายหน่วย ขอบคุณ “วันนอร์” ตั้งข้อสังเกต มองเป็น สส. มีสิทธิวิจารณ์ พร้อมปรับปรุงแก้ไขหากมีอะไรต้องแก้
กรณีที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เสนอให้ยุบหน่วยงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันชัดเจนว่า ไม่มีทางยุบ กอ.รมน. เพราะหน่วยงานนี้เป็นกลไกที่สามารถทำให้รัฐบาลสามารถขับเคลื่อนในการดำเนินนโยบายความมั่นคงได้คล่องตัว
ล่าสุด วันนี้ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.30 น. ที่ กองบัญชาการกองทัพบก พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และเลขาธิการ กอ.รมน. ได้มาพบปะล้อมวงพูดคุยกับสื่อมวลชน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น โดยมี พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ร่วมวงด้วย
ช่วงแรก พลเอกชัยพฤกษ์ เล่าถึงความสำคัญของ กอ.รมน. ว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. ความจริงแล้วเราไม่ได้ทำงานเฉพาะการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น เราแก้ไขปัญหาในงานด้านความมั่นคงของทั้งประเทศ โดยเน้นเฉพาะในเรื่องของการบูรณาการ หน่วยงานต่างๆ ที่มีกฎหมายในแต่ละหน่วยงาน ซึ่งเรานำผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยต่างๆ ที่มีอยู่ เข้ามาบูรณาการร่วมกันและแก้ไขปัญหา
พร้อมยกตัวอย่าง เช่นว่า ช่วงที่ผ่านมา มีการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าที่ภาคเหนือ ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 3 ใช้อำนาจในฐานะ ผอ.รมน.ภาค เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะ ผอ.รมน.จังหวัด ฝ่ายทหาร แล้วก็หน่วยงานต่างๆ ที่มีขีดความสามารถ แล้วก็มีหน้าที่เฉพาะตามกฎหมายของเขาอยู่ เช่น ปภ. กองทัพบกก็มีเฮลิคอปเตอร์สำหรับใช้ยกหิ้วน้ำ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ GISTDA รวมถึงขอความร่วมมือเอกชนต่างๆ เข้ามาช่วยกัน
ตัวอย่างดังกล่าวนี้ แสดงให้เห็นว่า กอ.รมน. เป็นหน่วยที่เป็นแกนกลาง ในการบูรณาการหน่วยงานต่างๆ ที่เขามีความเชี่ยวชาญเฉพาะ มาทำงานร่วมกัน
นอกเหนือจากงานด้านความมั่นคงแล้ว กอ.รมน. ก็ยังมีงานเกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชน หรือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่เกี่ยวกับงานที่จะมีผลกระทบต่อความมั่นคง แต่ถ้าเป็นความเดือดร้อนของประชาชนโดยทั่วไป เขามีหน่วยงานอื่นอยู่แล้วเช่น น้ำท่วม แต่ถ้ามันเป็นความเดือดร้อนของประชาชนที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ เช่น ยาเสพติด ที่มีทะลักเข้ามาเป็นจำนวนมาก เราตั้งพื้นที่เฉพาะขึ้นมา อย่างเช่น หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ในพื้นที่ต่างๆ ซึ่ง กอ.รมน. ก็ไปเป็นหน่วยแกนกลาง ซึ่งก็จะมีทั้ง ป.ป.ส., ตำรวจ, อส., ท้องถิ่น, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน เข้ามาร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด ในพื้นที่ที่เป็นเส้นทางลำเลียงซึ่งในแต่ละปีก็เราก็เห็นอยู่แล้วว่า ผลการจับกุม จับได้มากกว่าพันล้านเม็ด หรือ 300 ล้านเม็ดเป็นอย่างน้อยต่อปี ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างถึงความสำคัญของ กอ.รมน.
จากนั้นผู้สื่อข่าวสอบถามว่ายังจำเป็นต้องมี กอ.รมน. อยู่หรือไม่ พลเอกชัยพฤกษ์ตอบประเด็นนี้โดยเปรียบเทียบกับทีมฟุตบอลว่าทีมมีกองหน้า กองหลัง และปีก แต่ถ้าไม่มีตัวตัดเกม ไม่มีคนลำเลียงบอล ใครจะเป็นแกนกลางของทีมที่จะขับเคลื่อนภารกิจเหล่านั้น
ส่วนประเด็นที่คณะกรรมาธิการงบประมาณตั้งข้อสังเกตเรื่องงบประมาณจำนวนมาก ทางหน่วยงานพร้อมตรวจสอบขีดความสามารถและความคุ้มค่า พร้อมเล่าว่าทั้งนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.รมน. และผู้บัญชาการทหารบกในฐานะรอง ผอ.รมน. จะโทรศัพท์มาตำหนิตนเองและแม่ทัพภาคที่ 4 ทุกครั้งหากปล่อยให้เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจ ซึ่งตลอด 22 ปี ที่ผ่านมามีความสูญเสียมากเกินไป นี่คือสิ่งที่ตนเองตระหนักมากกว่าคำวิพากษ์วิจารณ์
ทั้งนี้ จึงอยากบอกประชาชนว่าเราทำงานกันเต็มที่ไม่ว่าจะมิติใดก็ตาม ไม่ใช่เฉพาะงานจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมขอบคุณคำชี้แนะของอาจารย์วันนอร์หรือใครก็ตาม ถือว่าเป็นผู้แทนของราษฎรที่เข้ามาอยู่ในคณะกรรมาธิการงบประมาณ เพราะฉะนั้นท่านมีสิทธิ์ที่จะถาม ตั้งข้อสังเกตหรือให้ข้อเสนอแนะ และหากมีอะไรที่ต้องปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นตามคำเรียกร้องของประชาชนที่ส่งผ่านผู้แทนเข้ามาก็ยินดีนำไปปรับปรุงหรือพัฒนา
พลเอกชัยพฤกษ์ กล่าวย้ำว่า องค์กรถูกพัฒนาและปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยอดีตที่เป็นหน่วยงานต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์โดยปรับปรุงตามภัยคุกคามแต่ละช่วงเวลา ปัจจุบัน กอ.รมน. ส่วนกลาง มีกำลังพลเพียง 1,100 กว่าอัตรา มีข้าราชการประจำอยู่แค่ 170 อัตราเท่านั้น ที่เหลือเป็นการดึงผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจากหน่วยงานอื่นมาช่วยราชการเพื่อบูรณาการงานร่วมกัน
เมื่อถามว่าสาเหตุที่อาจารย์วันนอร์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ กอ.รมน. เป็นเพราะค้างคาใจเรื่องคดียิงลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส หรือไม่ พลเอกชัยพฤกษ์ ชี้แจงว่าบุคคลดังกล่าวได้ออกจากราชการและออกจาก กอ.รมน. ไปนานแล้ว แต่ยอมรับว่ารถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถที่อยู่ในความควบคุมของ กอ.รมน. จริง ซึ่งจุดนี้ถือเป็นความบกพร่องที่ต้องแก้ไข และเน้นย้ำว่าหากข้าราชการทำผิดต้องถูกลงโทษหนักขึ้นตามกระบวนการยุติธรรม โดย กอ.รมน. จะไม่ปัดความรับผิดชอบ
นอกจากนี้ยังได้ชี้แจงประเด็นเรื่อง กอ.รมน. ผี หรือเจ้าหน้าที่ที่มีชื่อแต่ไม่มีตัวตน โดยบอกว่าตนเองก็เป็นห่วงเรื่องนี้ และไม่ชอบคนที่กินแรงใคร เพราะฉะนั้นจึงส่งคนไปตรวจทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ หากพบก็ต้องถูกลงโทษ ซึ่งในอดีตปฏิเสธไม่ได้ว่ามีบ้างและได้ลงโทษไปแล้ว แต่ต้องแยกแยะระหว่างทหารผีกับอัตราว่างที่ยังไม่บรรจุ ซึ่งหากประเภทที่มีชื่อใน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และนอนอยู่บ้านเฉย ๆ แบบนี้ต้องทำโทษแน่นอน แต่หากมีชื่อแล้วออกไปทำงานด้านการข่าวก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้ กอ.รมน. ถือว่าเป็นเรื่องซีเรียสและต้องตรวจสอบอย่างแน่นอนเพราะเป็นการกินแรงผู้อื่น โดยครอบคลุมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เป็นพลเรือน ตำรวจ และทหาร
พร้อมยืนยันว่าไม่มีปฏิบัติ IO และการจัดซื้อเครื่องมือดักรับข้อมูลหรือ Spyware ไปละเมิดข้อมูลประชาชน ซึ่ง กอ.รมน. ไม่มีภารกิจและไม่มีเครื่องมือจัดซื้อ Spyware ดังกล่าวอย่างแน่นอน แต่คำว่า IO ที่จริงแล้วคือปฏิบัติการทางทหาร เช่น กรณีข้อพิพาทไทย-กัมพูชา เพื่อลวงให้ผู้มีอำนาจฝ่ายตรงข้ามตัดสินใจเดินกำลังพลตามทิศทางที่เราต้องการ ซึ่งไม่ใช่ภารกิจของ กอ.รมน. ที่จะมาทำกับประชาชน
เมื่อถามว่า กอ.รมน. จะลบล้างภาพจำว่า กอ.รมน. เป็นแดนสนธยาอย่างไรเพราะมีหลากหลายเรื่องที่เป็นจุดอ่อน รวมถึงเกี่ยวกับสปายแวร์ เพกาซัส (Pegasus) พลเอกชัยพฤกษ์ ตอบเสียงดังว่า “ทำงานเท่านั้น ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งมั่นและตั้งใจในการทำงาน เชื่อว่าการทำงานจะทำให้พี่น้องประชาชนได้เห็น นี่จะเป็นคำตอบให้พี่น้องประชาชน”