เลือกตั้งและการเมือง

"วันนอร์" เผยเหตุป่วนใต้เป็นฝีมือของ BRN ขยับถกสันติสุขเร็วขึ้นเป็นเดือน ก.ย.นี้

2 ชั่วโมงที่แล้ว

22 views

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยภายหลังการหารือกับนายกรัฐมนตรีและฝ่ายความมั่นคง ถึงสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ช่วงเช้าว่า ได้พูดคุยกันหลายฝ่ายเพื่อทบทวนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และหามาตรการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ดียิ่งขึ้น

นายวันมูหะมัดนอร์ ระบุว่า ทุกฝ่ายสรุปตรงกันว่า ต้องร่วมมือกันทั้งฝ่ายความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภาคประชาชน และผู้นำในท้องที่ เพื่อร่วมกันหาข่าวและป้องกันเหตุ วิธีการเดิมอาจพอช่วยได้ แต่ช่วงต่อไปต้องหาเครื่องมือและวิธีการใหม่ เช่น AI เพราะที่ผ่านมา ความร่วมมือและการบูรณาการยังไม่แน่นหนาพอ อาจประเมินสถานการณ์ผิดพลาดว่าฝ่ายเห็นต่างมีจำนวนไม่มากจนทำให้เกิดเหตุขึ้น ดังนั้นจึงไม่ควรประมาทผู้ที่จะมาทำร้ายประชาชน ควรประเมินสถานการณ์ให้ถูกต้องเพื่อวางมาตรการป้องกัน พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากส่วนราชการในพื้นที่ ผู้นำท้องถิ่น และผู้นำศาสนา ไม่ใช่รับฟังเฉพาะส่วนกลาง เพราะหากความมั่นคงไม่ดี การลงทุนและการท่องเที่ยวก็จะไม่เกิดขึ้น

นายวันมูหะมัดนอร์ เปิดเผยด้วยว่า จากการหารือนายกรัฐมนตรี สรุปว่าจะต้องบูรณาการประสานงานกัน เพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัยในพื้นที่เป็นอันดับแรก

ส่วนสาเหตุของปัญหานั้น นายวันมูหะมัดนอร์ ยอมรับว่า เกิดจากหลายปัจจัย มีการคาดเดาทั้งถูกและผิดว่าอาจเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือระดับชาติ ซึ่งความขัดแย้งลักษณะนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะนักการเมืองต้องดูแลประชาชน สิ่งใดที่กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน หากใครไปทำก็เท่ากับเป็นการ "ทุบหม้อข้าวตัวเอง" เพราะทุกคนย่อมต้องการลงสมัครรับเลือกตั้งในรอบถัดไป จึงถือเป็นเพียงการคาดเดา ซึ่งตนจะพยายามตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน

นายวันมูหะมัดนอร์ ยืนยันด้วยว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะบอกว่าไม่เกี่ยวกับการเมืองเลยไม่ได้ แต่ต้องตรวจสอบให้ถูกต้อง ไม่ควรคิดเอาเอง ขณะเดียวกันนักการเมืองก็ไม่กล้าให้ข้อมูล อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายควรไว้วางใจกันมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาประชาชนไม่กล้าพูดสิ่งที่ตรงข้ามกับฝ่ายความมั่นคง เนื่องจากเกรงว่าจะถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายหรือสนับสนุนฝ่ายตรงข้าม พร้อมกันนี้ได้น้อมนำพระราชดำรัสของรัชกาลที่ 9 เรื่อง "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" มาปรับใช้ เพราะหากไม่ทำตามแนวทางนี้ การพัฒนาและความปลอดภัยก็จะไม่เกิดขึ้น

นายวันมูหะมัดนอร์ ระบุอีกว่า สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เหมือนการสู้รบกับกัมพูชา ที่เป็นการเปิดศึกสู้รบอย่างเปิดเผย แต่ครั้งนี้เป็นการรับมือกับองค์กรลับ จึงต้องนำคนที่เข้าใจพื้นที่และเข้าถึงปัญหาจริงๆ มาร่วมแก้ไข

ส่วนประเด็นข้อบกพร่องด้านการข่าวนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ ยอมรับว่า มีส่วน แต่ก็เห็นใจคนทำงาน เพราะผู้ก่อเหตุมักอาศัยช่วงเวลาที่เราเผลอ หรือจุดที่มีช่องว่าง เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่ไม่มีกล้องวงจรปิดและไม่มีคนเฝ้า มองว่าช่วงนี้ไม่ควรทะเลาะกันเอง หรือมองอีกฝ่ายเป็นฝ่ายตรงข้าม แต่ต้องร่วมมือกันทำงานเพื่อประชาชนและสร้างความไว้วางใจต่อกัน

นายวันมูหะมัดนอร์ ยอมรับว่า เป็นการกระทำของกลุ่มบีอาร์เอ็น (BRN) ซึ่งเมื่อรู้ตัวตนแล้ว ก็ต้องเปิดโอกาสให้ได้พูดคุย ไม่ควรปิดประตูใส่ แต่การพูดคุยต้องอยู่บนฐานของกฎหมายและรัฐธรรมนูญไทย และต้องเกิดประโยชน์ต่อประชาชนหากทุกคนมุ่งมั่นอยากให้เกิดความสงบจริง

ส่วนกรณีการตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ หลังเกิดเหตุทหารพรานเสียชีวิตนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ มองว่า อาจมีส่วน แต่เราต้องเดินหน้าอย่างมั่นคง ขาข้างหนึ่งคือการดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายทุกประเภท ทั้งการก่อการร้าย สินค้าหนีภาษี และยาเสพติด ส่วนขาอีกข้างคือความร่วมมือทั้งจากฝ่ายการเมือง ท้องที่ ภาคประชาชน นักวิชาการ ขณะเดียวกันกระทรวงมหาดไทยต้องทำงานด้านความมั่นคงให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เพราะมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ที่ต้องผนึกกำลังกัน ทำงานด้วยความเข้าใจและเต็มใจ ไม่ควรมองว่าใครเก่งคนเดียว เพราะหากร่วมมือกันจะมีพลังมากกว่า

สำหรับประเด็นผู้ก่อเหตุหลบหนีมีการประสานกับประเทศมาเลเซียหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ เปิดเผยว่า เท่าที่ติดตามผู้ก่อเหตุมักหลบหนีไปฝั่งโน้น ซึ่งทางการมาเลเซียพร้อมให้ความร่วมมือ เพราะความไม่สงบในไทยก็ส่งผลกระทบถึงเขาเช่นกัน หากภายในของเราไม่แข็งแรง โลกภายนอกก็จะเข้ามาแทรกแซง แต่เจรจาหรือปฏิบัติต่างๆ ก็ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งภายในของเราเอง

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีและตน ได้พูดคุยกันในเบื้องต้นว่า จะร่วมมือกันนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาประเมินให้ถูกต้อง เพื่อหาวิธีแก้ไขร่วมกันทุกส่วน โดยมองว่าแนวโน้มน่าจะดีขึ้น ซึ่งในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่) ณ จังหวัดสงขลา ของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ คาดว่าจะมีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหารือด้วย

นายวันมูหะมัดนอร์ ย้ำว่า ไม่มีใครเป็นพระเอก ต้องร่วมมือกันเพราะเป็นปัญหาใหญ่ เกิดเหตุพร้อมกันทีเดียว 50-60 จุด กองทัพทำหน้าที่ของตนเองไป แต่ต้องรับฟังผู้อื่นและทำงานร่วมกัน

สำหรับกรอบการพูดคุยสันติสุขที่มีกำหนดการเดิมในเดือนตุลาคมนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า หัวหน้าคณะพูดคุยระบุว่า อาจต้องเลื่อนให้เร็วขึ้น เป็นช่วงกลางกันยายน หรือต้นกันยายน โดยเป็นการพูดคุยในระดับเทคนิค เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงโดยไม่ต้องคาดเดา  

ส่วนการประเมินดัชนีชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ในการดูแลความสงบเรียบร้อยพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อขับเคลื่อนงานให้รวดเร็วนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการวัด KPI ในจุดต่างๆ มักประสบปัญหา แต่ย้ำว่า KPI ในระยะต่อไปจะต้องดีขึ้น หากไม่ดีขึ้น นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล จะต้องพิจารณาว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่มองว่าไม่อยากไปโทษว่ามีข้าราชการเกียร์ว่าง ขอให้เน้นเรื่องการเดินหน้าต่อไปให้ประสบความสำเร็จเพราะประชาชนกำลังรอคอย

ทั้งนี้ กรณีที่ผู้อำนวยการด้านการข่าว กล่าวถึงความบกพร่องและขาดประสิทธิภาพของการข่าวนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ ระบุว่า ฝ่ายป้องกันจะหาข่าวอย่างไรก็ตาม ย่อมไม่เท่ากับผู้ลงมือก่อเหตุ เมื่อเรามีช่องว่างเมื่อไหร่ เหตุก็อาจเกิดขึ้นได้ จึงขออย่ามัวแต่โทษกันเอง

คุณอาจสนใจ

Related News