เลือกตั้งและการเมือง

“ณัฐชา” ชำแหละ งบ พม. ลดลง 1.9 พันล้าน แฉเงินประชาชนลดลงทุกรายการ

2 ชั่วโมงที่แล้ว

10 views

“ณัฐชา” ชำแหละ งบ พม. ลดลง 1.9 พันล้าน แฉเงินประชาชนลดลงทุกรายการ แต่เงินอำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการเพิ่มขึ้น

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงยประมาณ 2570 ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดย นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายงบประมาณในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่งบปี 70 ตั้งงบประมาณไว้ 26,331 ล้านบาท จากเดิมปีที่แล้วได้รับ 28,285 ล้านบาทลดลงจากปีที่ผ่านมา 1,954 ล้านบาท ลดลงขนาดนี้ถามว่าจะทำงานกันอย่างไร เงินที่หายไปสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นกระทรวงที่เป็นฟูกรองชีวิตของหลายคนไม่ให้ล้มหายตายจาก ซึ่งงบส่วนที่หายไปมีหลายรายการ มีเพียงรายการเดียวที่เพิ่มขึ้น 193 ล้านบาท คือ งบบุคลากร ซึ่งหลายท่านบอกงบส่วนนี้ลดไม่ได้ แต่ตนเห็นว่างบส่วนอื่นๆ สามารถปรับลดได้ อาทิ งบดำเนินงานที่เป็นงบช่วยบุคลากร งบซื้อรถที่มีการจัดงบผูกพัน 5 ปี ขอเช่ารถไฟฟ้า งบซื้อคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

นายณัฐชา กล่าวว่า การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนซึ่งงบประมาณในแต่ละปีที่ประเทศไทยได้รับมีอยู่ไม่กี่ตัวที่จะเป็นงบประมาณที่ส่งตรงถึงประชาชน หนึ่งในนั้นคือเรื่องของเงินเด็กเล็กถ้วนหน้า ปีที่แล้ว 16,267 ล้านบาท ปีนี้เหลือ 15,810 ล้านบาท สะท้อนว่าการทำงานหน่วยงานของภาครัฐ โดยเฉพาะยุคนี้พูดเหมือนกันหมดว่าต้องการร้องขอเรื่องเงินเด็กเล็กถ้วนหน้าได้หรือไม่เพิ่มเติมอีกเท่าไหร่ เพราะการจ่ายแบบนี้ตกหล่น หลายงานพูดถึงรายงานของยูนิเซฟ ว่าเงินเด็กเล็กถ้วนหน้าตกหล่นอยู่ 53% ซึ่ง 34.4% เป็นเด็กที่ยากจนที่สุด นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับกระบวนการจ่ายเงินเด็กที่ยังทำอย่างไม่ถ้วนหน้า และรัฐบาลนี้ยังสานต่อความไม่ถ้วนหน้าต่อไป

ขณะที่ เงินผู้พิการที่มีระบุว่า จะปรับจาก 800 บาท เป็น 1,000 บาท แต่ในงบประมาณปี 2570 ยังไม่มีมีการระบุไว้ชัดเจน ส่วนเงินผู้สูงอายุมีการปรับมาตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบันเงินยังเข้าเท่าเดิมไม่มีการปรับเพิ่มเติม แม้งบประมาณแต่ละปีพุ่งสูงขึ้น แต่เงินที่ส่งตรงไปถึงผู้เฒ่าผู้แก่กลับถูกแช่ฟรีซมาแล้ว 13 - 14 ปี นอกจากนี้ ในงบงบประมาณปี 2570 ยังมีการปรับลดเงินที่ส่งตรงถึงประชาชนเพื่อรองรับผู้ตกทุกข์ได้ยาก เช่น เงิน สำนักปลัดสงเคราะห์ไปยังสถานสงเคราะห์ต่างๆลดลงจาก 7 ล้านบาทต่อปีเหลือ 1 ล้านบาทต่อปี เงินอุดหนุนช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ลดลงจาก 114 ล้านบาท เหลือ 108 ล้านบาท งบช่วยเหลือฉุกเฉิน ลดลงจาก 120 ล้านบาท เหลือ 96 ล้านบาท และเงินซ่อมแซมบ้าน ที่ปกติจะช่วยเหลือซ่อมแซมปีละกว่า 1 หมื่นหลัง แต่ปีนี้ลดเหลือ 5,000 หลัง เงินช่วยเหลือคนพิการจากปีละ 13 ล้านบาท ลดเหลือ 1.2 ล้านบาท

นายณัฐชา กล่าวอีกว่า ตนสงสัยจริงๆว่าเงินภาษีประชาชนจ่าย แต่ใครเป็นผู้ได้ประโยชน์ เงินช่วยเหลือฉุกเฉินคนพิการที่ถูกปรับลด 11.8 ล้านบาท แต่มีโครงการ IT Data Center เพิ่มขึ้น 54.8 ล้านบาท เงินสำนักปลัดที่จะช่วยคนไร้ที่พึ่งลดลง 24 ล้านบาท แต่ไปขอเช่ารถไฟฟ้าใหม่ 39 ล้านบาท และเงินช่วยเหลือฉุกเฉินให้กับคนยากจน ที่เกิดปัญหาเร่งด่วนที่ต้องได้รับการช่วยเหลือ ลดลง 54 ล้านบาท แต่นำไปซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ 47 ล้านบาท

ส่วนงบประมาณที่ปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุด คือโครงการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งปีที่ผ่านมาได้ 25 ล้านบาท ปีนี้ได้ 54 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการใช้จ่ายไปกับงบดำเนินการ 2.6 ล้านบาท งบสร้างตึก 48 ล้านบาท และงบทำหลักสูตร 3 ล้านบาท

“เงินที่ประชาชนได้รับลดลงทุกรายการ แต่เงินที่อำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการเพิ่มขึ้นทุกรายการ แล้วแบบนี้จะทำงานกันต่ออย่างไร ผมกลัวเจ้าหน้าที่จะเดินกันหัวหมุนเพราะไม่รู้จะทำงานอะไร“ นายณัฐชา กล่าว

นายณัฐชา กล่าวต่อว่า ตนดูข่าววันก่อนแล้วรู้สึกเศร้า เชื่อหรือไม่ว่านักสังคมสงเคราะห์ของประเทศไทยขาดแคลนในระดับค่าเฉลี่ยของโลก ซึ่งอยู่ในระดับ 2.1% ด้วยความที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้ ในฐานะที่กระทรวงพม. เป็นกระทรวงหลักที่ดูแลวิชาชีพนักสังคมสงเคราะห์ ให้งบประมาณเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ทันทีปีละ 1.4 ล้านบาท ถามว่าการแก้ไขปัญหาจะเป็นไปในทิศทางไหน จะทำงานอย่างสมศักดิ์ศรีเต็มประสิทธิภาพได้หรือไม่ เพราะงบที่ได้น้อยกว่ารถประจำตำแหน่งเลขารัฐมนตรีที่อนุมัติในปีนี้ด้วยซ้ำ

เพราะฉะนั้น วันนี้กระทรวงพม. ต้องเปลี่ยนบทบาทตัวเองจากผู้ปฏิบัติ เป็นผู้ออกแบบและกำกับดูแลระบบ ไม่ต้องแย่งกลุ่มเป้าหมายกัน แต่ต้องกระจายการบริหารจัดการให้ทั่วถึงเท่าเทียม และมีประสิทธิภาพมากที่สุด และอยากให้กลับไปทำใหม่ว่างบประมาณที่เป็นภาษีประชาชนที่ได้มอบให้ หากดูผิวเผินลดลงจนน่าสงสาร แต่หากดูรายละเอียดต้องตั้งคำถามตัวโตๆว่าเหมาะสมหรือไม่ และในปี 2570 ที่กำลังจะดำเนินการต่อไปจะสามารถดำเนินไปช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางใ นสถานการณ์วิกฤตซ้อนวิกฤตของประเทศได้อย่างไร


คุณอาจสนใจ

Related News