เลือกตั้งและการเมือง

“วิโรจน์” ลั่นผู้ว่าฯ กทม. สมัย 2 อันตรายที่สุด อยู่ครบวาระจะถูกตบทรัพย์ข่มขู่มาก เหตุ ส.ก.หมดเวลาเกรงใจ

2 ชั่วโมงที่แล้ว

11 views

“วิโรจน์” ลั่น ผู้ว่าฯ กทม.สมัย 2 อันตรายที่สุด อยู่ครบวาระจะถูกตบทรัพย์ข่มขู่มาก เหตุ ส.ก.หมดเวลาเกรงใจ “ศุภณัฐ” แฉขบวนการ จัดซื้อครุภัณฑ์ของ กทม. จะมี ส.ก. ตั้งเป้าตัดงบก่อนเห็นโครงการ-ล็อกทีโออาร์ เปิดช่องเรียกเงินทอน

วันที่ 20 มิ.ย. 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคประชาชนจัดกิจกรรม “เมืองแคร์คน Policy Fest” โดย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ทีมบริหารพรรคประชาชน เปิดเผยถึง การเพิ่มประสิทธิภาพราชการ กทม. ยกระดับสภากรุงเทพ ว่า หน้าที่ของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(ส.ก.) มีความจำเป็นอยู่ 3 เรื่อง

1.ติดตามตรวจสอบเอาความทุกข์ความสุขและปัญหาของประชาชนที่อยู่ในเขตและสะท้อนให้กับผู้ว่าฯหรือฝ่ายบริหาร และไปติดตามว่าปัญหาของประชาชนในเขตนั้นฝ่ายบริหารได้มีการแก้ปัญหาหรือไม่

2.เรื่องงบประมาณ

3.การออกกฏหมายเมืองที่เรียกว่าข้อบัญญัติ

ขณะที่นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรประชาชน เล่าถึงการแก้ไขปัญหาเรื่องโรมแรมต่างๆ ที่ไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ จดทะเบียนเป็นโรงแรมไม่ได้และเป็นหลุมดำในการหากิน ว่า ควรจะมีการแก้กฎหมาย ให้สามารถใช้การได้ ซึ่งก็จะกลายเป็นการอาศัยช่องว่างระหว่างทาง เช่น หอพักต่างๆที่ทำไม่ได้เช่นแถวลาดกระบังที่แบ่งห้องถี่ๆไม่ได้ แต่ว่าในเอกชนก็ไปทำกัน คณะกรรมการนี้ก็ไปเยี่ยมและรับเงินไป และทุกวันนี้ก็ยังเห็นอาคารชุดบางแห่ง ที่ยังประกอบกิจการกลุ่มอาคารหอพักในพื้นที่ที่ไม่สามารถทำได้ตามกฏหมายผังเมือง

นายวิโรจน์ ระบุว่า ดังนั้น ส.ก.ที่ดีพอไปอยู่ในรูปแบบของคณะกรรมการ เช่น คณะกรรมการโยธา เป็นต้น เพราะฉะนั้นควรทำงานกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการแก้ พ.ร.บ.โรงแรม ออกข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้องและพยายามนำโรงแรมต่างๆเหล่านั้นเข้าสู่ระบบ และจ่ายภาษีให้กับประเทศ คิดค่าธรรมเนียมการเข้าพัก เพื่อให้ กทม.ได้มีเงิน มาบริหารให้กทม. ให้ดีขึ้น แต่ไม่ใช่เอาอำนาจไปตบทรัพย์

นายวิโรจน์ ได้ยกตัวอย่าง โรงงานอุตสาหกรรมถ้ารู้ว่าปล่อยน้ำเสีย ก็มีการเก็บค่าธรรมเนียมในการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งเข้าใจว่าปัจจุบันนำร่องไปแค่ 22 เขต และเก็บเฉพาะโรงงานขนาดใหญ่ 1 ปี ตั้งเป้าไว้ 800 ล้าน แต่เก็บจริงไม่ถึง แต่เราไม่มีปัญหาเพราะทุกอย่างตรงไปตรงมา ดังนั้นในส่วนนี้ ส.ก.ของพวกเราในการที่จะสอดส่องดูแลความเรียบร้อยหรือสะท้อนปัญหาให้กับฝ่ายบริหารทราบนั้น ทางที่ดีที่สุดก็ต้องการเห็นคณะกรรมการแบบนี้ที่ คน กทม.ไม่รู้เลย ควรทำหน้าที่ที่จะเป็นของมัน

นายศุภณัฐ กล่าวถึงงบแปรญัตติว่า ปกติงบประมาณจะมีผู้ว่าฯจัดสรรเข้ามาอยู่ในสภา แต่สภากรุงเทพมหานครอาจจะมองว่างบบางตัวไม่เหมาะสมก็จะมีการตัดงบเหล่านั้น และผู้ว่าฯจะมีการดำเนินการแปรกลับเข้ามาในโครงการอื่นๆ เพราะโครงการเหล่านี้ถูกตัดออกไปแล้วผู้ว่าฯก็ยังมีเงินอยู่ที่จะสามารถแปรโครงการอื่นๆเข้ามาได้อีก อาทิโครงการที่ผู้ว่าฯอาจมองว่าการตัดโครงการนี้ไปแต่มีโครงการอื่นๆที่ยังไม่เข้าสู่ในงบประมาณหลัก ก็นำเอาโครงการอื่นๆ เสนอเข้ามา เพื่อให้สภาพิจารณา เพิ่มเติม

นายวิโรจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เหมือนนำโครงการที่อยู่ในล็อตของผู้ว่าฯ เอาเงินที่ถูกตัดมาใส่เพื่อให้โครงการนั้นเดินหน้าได้ และถ้าหากให้สภาอนุมัติใหม่แต่สภาบอกว่าไม่ผ่านตามกลไกจะต้องทำเป็นงบสะสมไป

นายอริย์ธัช ยอดไชยเกียรติ ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางกอกน้อย เล่าว่า นอกจากนี้ส่วนใหญ่ที่จะทำกันเรียกว่าตามงบประมาณ โครงการที่จะก่อสร้างมันอาศัยเอกสารในการจัดทำคำของบเยอะเพราะฉะนั้นจะนิยมซื้อ “ครุภัณฑ์” กัน เช่น ทีวีดิจิตอล เป็นทีวีจอ 55 นิ้ว คุณครูสามารถไปหยิบปากกาสอนเด็กๆได้ เครื่องละประมาณ 150,000 บาท ซึ่งเป็นโครงการที่คนพิจารณางบจะเป็นคนเรียกผู้รับเหมาที่เรียกว่า ส.ก.กลุ่มหนึ่ง ส่วนที่หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมผู้ว่าฯต้องยอมนั้น ในมุมหนึ่งผู้ว่าฯอาจจะมีโครงการที่เรียกว่าเป็นเรือธง อยากจะผลักดันให้เกิดได้ในแต่ละปี และ ส.ก.ก็เล็งเห็นความสำคัญของสถานะโครงการเหล่านี้เลยหยิบมาเป็นตัวประกัน

นายวิโรจน์ กล่าวว่า ถ้ากระบวนการปรับลดงบประมาณแบบสมเหตุสมผลเราไม่ว่ากันอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมามันเริ่มต้นด้วยการตั้งเป้าว่าจะตัดเท่าไหร่ นายอริย์ธัช กล่าวถึงการตั้งเป้าว่าจะตัดเท่าไหร่ ว่า งบจากฝ่ายบริหารมาที่สภา พอตั้งประธานวิสามัญได้เสร็จจะเริ่มพิจารณางบและเริ่มมีว่าเป้าปีนี้จะเอาเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าจะยังไม่เห็นหน้าตาโครงการ

นายวิโรจน์ ยังกล่าวถึง โครงการเซ็นเซอร์วัดแผ่นดินไหวที่เป็นเหมือนกล่องดวงใจของอดีตผู้ว่าฯ มูลค่า 9 ล้านบาท ที่มีกลุ่ม ส.ก. ขู่จะตัดงบประมาณ ทั้งที่มีทางเลือกอื่นสามารถปรับลดงบประมาณได้ ไปทำรายละเอียดให้ดีกว่านี้ หรือทำให้งบถูกลง

นายศุภณัฐ กล่าวถึง การปรับลดโครงการห้องเรียนปลอดฝุ่น ซึ่งมีการตัดทิ้งทั้งโครงการ ในสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นโครงการที่จะไปซื้อเครื่องปรับอากาศและเครื่องฟอกอากาศ ไปติดตั้งในห้องเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครฯ โครงการซึ่งในโครงการมีปัญหาตรงที่ใช้เครื่องปรับอากาศบีทียูที่เท่ากันทุกห้อง ทั้งที่แต่ละห้องมีขนาดไม่เท่ากัน โดยทั่วไปควรจะทำการศึกษาว่า แต่ละห้องควรใช้เครื่องปรับอากาศบีทียูเท่าไหร่และอนุมัติงบประมาณตามนั้น แต่สิ่งที่ทำคือการตัดทั้งโครงการ ส.ก.กลุ่มหนึ่ง รู้ว่าโครงการนี้เป็นกล่องดวงใจของผู้ว่าฯ จึงใช้เป็นตัวประกัน เชือดโชว์สุดท้ายเป็นผู้ว่าฯมีแต่ตัวหัวไม่มี ดังนั้นเราต้องการสอบที่สมเหตุสมผล มีการปรับลดโครงการที่เหมาะสม

นายศุภณัฐ กล่าวว่า หลายโครงการ ไม่ได้ซื้อของในราคาปกติซื้อของแพงเกินจริง และทอนเงินหลังบ้าน คล้ายๆกับโครงการเครื่องออกกำลังกาย ถ้าราคาปกติก็คงดี แต่ถ้าไม่ใช่ราคาปกติก็จะกลายเป็นส่วนต่างที่มีเงินทอน

“โดยปกติ ผู้ว่าฯกทม. ที่ดำรงตำแหน่งในสมัยที่ 2 ส.ก. มักจะไม่เกรงใจ เพราะสมัยแรกหวังจะเกาะชายสูทผู้ว่าฯ เพื่อให้ได้มาต่อในสมัยที่ 2 แต่ ผู้ว่าฯไม่มีสมัยที่ 3 ตำนานประวัติศาสผู้ว่าฯในประเทศไทยไม่มีผู้ว่าฯคนไหน อยู่ครบวาระสมัยที่ 2 สมัยนี้จะถูกตบทรัพย์ข่มขู่มากที่สุดเพราะหมดเวลาเกรงใจ” นายวิโรจน์กล่าว

นายศุภณัฐ กล่าวถึง การล็อกทีโออาร์ตามหลักการ ข้าราชการ ต้องเป็นคนเขียนแต่ พ่อค้าในเครือข่ายของ ส.ก.กลับเป็นคนเขียน จากนั้นจะหาคู่เทียบเพื่อที่จะไปเสนอราคา เพื่อสร้างการประกวดราคา บางครั้งก็เป็นบริษัทลูกหรือเป็นพรรคพวกกัน บางบริษัทจดทะเบียนบริษัทและมีที่ตั้งอยู่ที่เดียวกันแต่มีกรรมการบริษัทเป็นคนละคน และไปประมูลงานแข่งกันเอง ให้ตรงกับสิ่งที่ตัวเองต้องการ เพื่อให้ข้าราชการไปใส่ในทีโออาร์

ส่วนโครงการลู่วิ่งออกกำลังกาย มีการกำหนดโปรแกรมฝึกขี่ม้า หรือปั่นจักรยานในสวน ซึ่งในลู่วิ่งทั่วไปจะไม่มีโปรแกรมนี้ และมีเพียงบริษัทเดียวที่มีโปรแกรมนี้ในลู่วิ่งออกกำลังกาย ซึ่งเป็นหนึ่งในการล็อกทีโออาร์

นายอริย์ธัช ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณ สิ่งเดียว ที่กลุ่ม ส.ก.ขอไม่ให้เรื่องต่างๆกระทบต่อตัวเขา เพราะเป็นหนึ่งในชื่อที่อยู่ในเอกสารจัดทำงบ จะสังเกตได้ว่าเวลาจับโกง ไม่มีชื่อนักการเมืองแม้แต่ชื่อเดียว แต่เป็นผู้ว่าฯและข้าราชการที่ซวย

นายศุภณัฐ เสนอการปฏิรูปงบประมาณ โดยใช้ Machine Readable คือใช้ AI ในการช่วยอ่านเอกสาร เพราะที่ผ่านมาส.ก.ต้องอ่านเอกสารเป็นหมื่นๆหน้า ภายใต้งบประมาณ 6,000 ล้านบาท รวมถึงใช้ AI ในการจับทุจริต ตรวจรายละเอียดในโครงการจัดซื้อจัดจ้างหรือเทียบราคากลางของวัสดุอุปกรณ์ที่จัดซื้อ รวมถึงทำระบบอีแคตตาล็อกเพื่อให้ภาครัฐอ้างอิงราคากลาง

นายอริย์ธัช กล่าวว่า ส.ก.ของพรรคประชาชน จะใช้กรรมการในสัดส่วนของพรรคประชาชนเรียกดูความพร้อมเอกสารในโครงการต่างๆ ไลฟ์สดการประชุมวิสามัญพิจารณางบประมาณเพื่อทำให้สภากรุงเทพมหานครโปร่งใส

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ส.ก. เหมือนคนคลุมกระเป๋าสตางค์ผู้ว่าฯ หากได้คนที่ไม่ได้เรื่องหาผลประโยชน์ ผู้ว่าจะทำงานอย่างไร จะเดือดร้อนขนาดไหน

นายศุภณัฐ กล่าวถึงข้อบัญญัติ คือกติกาของเมืองเรามีกฎหมายพระราชบัญญัติต่างๆ ที่บังคับใช้กับคนทั้งประเทศ แต่ในบริบทของกรุงเทพอาจจะไม่เหมือนจังหวัดอื่นๆ และเราจะออกในส่วนของข้อบัญญัติขึ้นมา เช่น ข้อบัญญัติควบคุมเรื่องของสัตว์เลี้ยงและติดตั้งไมโครชิพเพราะปัญหาเรื่องของหมาแมวจรจัดในกรุงเทพเยอะ รวมถึงหากห้างเปิดใหม่ข้อบัญญัติการแก้ปัญหาจราจรผ่านกฎหมายควบคุมอาคาร กำหนดให้อาคารสาธารณะต้องมีจุดจอดรถสาธารณะที่เหมาะสม ในตำแหน่งที่เหมาะสม และต้องการแก้ข้อบัญญัติเพื่อให้ตรงกับบริบทของกรุงเทพฯ และข้อบัญญัติผ่านง่ายกว่า

นายอริย์ธัช กล่าวเสริม ข้อบัญญัติว่า เวลาข้าราชการทำงานต้องมีแหล่งอ้างอิงของอำนาจว่าจะทำได้หรือไม่ถ้าทำต้องทำอย่างไรและถ้าไม่ทำจะเกิดผลอะไร ซึ่งข้อบัญญัติเป็นหลังพิงของข้าราชการ 80,000 กว่าคนในกรุงเทพฯ ให้ทำงานได้อย่างมั่นใจ และข้อบัญญัติจะเป็นหลักประกัน

นายวิโรจน์ กล่าวทิ้งท้าย ว่าทั้งหมดคือความสำคัญของ ส.ก. ซึ่งปกติคนกรุงเทพจะโฟกัสอยู่ที่ผู้ว่าฯ อย่างเดียว แต่ส.ก.ที่ดีมีผลต่อการทำงานของผู้ว่าฯอย่างมาก และยืนยันว่า ส.ก.ของพรรคประชาชน จะเข้าไปสะท้อนผ่านปัญหาของประชาชนให้กับผู้ว่าฯ ได้รับทราบทำงานอย่างสร้างสรรค์ตรงไปตรงมาให้โครงการต่างๆกำหนดตามสิ่งที่ประชาชนต้องการเพื่อตอบโจทย์ปัญหาที่ประชาชนเจอโดยที่ไม่สนใจว่าผู้รับเหมาคือใคร และงบประมาณจะมีความโปร่งใสให้ประชาชนตรวจสอบได้ รวมถึงข้อบัญญัติดูแลความทุกข์สุขของประชาชน ข้าราชการจะได้สบายใจว่าทำอะไร แล้วก็มีกฎหมายเป็นหลังพิง ในขณะเดียวกันตัวกฎหมายที่เรียกว่าข้อบัญญัติก็จะได้เป็นลู่ให้ผู้ว่าฯ และข้าราชการกทม. ไม่ออกนอกลู่นอกทาง


แท็กที่เกี่ยวข้อง  วิโรจน์ ,ผู้ว่าฯ กทม.

คุณอาจสนใจ

Related News