เลือกตั้งและการเมือง

“รักชนก” รับ กมธ.ถก TH-AI Passports ตะกุกตะกัก ภท.ดาหน้าป้องรมต. ซัด “ปลัดดีอี” ไม่เห็นความผิดปกติ

3 ชั่วโมงที่แล้ว

27 views

“ไอซ์ รักชนก” รับประชุม กมธ.ปม TH-AI Passports ตะกุกตะกัก สส.ภูมิใจไทย ดาหน้าปกป้องรัฐมนตรี-ช่วยแก้ข่าว ชี้ทีโออาร์ ส่อล็อกสเป็ค ผิด พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง จ่อส่งเรื่องให้ สตง. และ ป.ป.ช. ซัด “ปลัดดีอี” ไม่เห็นความผิดปกติ จี้ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรยืนยัน โครงการไม่มีอะไรผิดปกติ

นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมกรรมาธิการเพื่อพิจารณาโครงการ TH - AI Passports ว่า กมธ. ไม่ได้รับข้อมูลอะไรเพิ่มเติม แต่สิ่งที่สาธารณชนได้รู้คือการทำงานของปลัดดีอี วันนี้ประชาชนบางส่วน อาจได้เห็นแล้วว่าการพยายามตามหาความจริงการพยายามทำสิ่งที่ถูกต้อง หรือตั้งข้อสังเกตเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน อาจมีหลายคนที่ไม่เห็นตรงกันกับเรา เช่น คนที่เปิดไมค์พูดเยอะคือ สส. ของพรรคภูมิใจไทย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะนโยบายที่นายกรัฐมนตรี ออกมาบอกว่าจะมีการปรับเปลี่ยนประธานกรรมาธิการ หรือปรับเปลี่ยนตำแหน่งรัฐมนตรี ต่างช่วยกันออกมาปกป้องรัฐมนตรี หรือช่วยแก้ไขข่าว ซึ่งแต่ละคนก็แย่งกันทำหน้าที่ กว่าจะไปประชุมได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เราดำเนินการประชุมไปแบบตะกุกตะกัก

สิ่งที่เราได้ทำคือเรามีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบมาร่วมประชุมด้วยทั้งสตง. ป.ป.ช. โดย กมธ. ได้ตั้งข้อสังเกตไปถึงความผิดปกติต่าง ๆ ตั้งแต่ทีโออาร์ ที่ส่อไปในทางล็อกสเป็ค อาจผิดมาตรา 9 ของ พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง ที่ห้ามตามเงื่อนไข ที่ระบุไว้ได้ว่า ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง หรือบริษัทใดบริษัทหนึ่ง และชัดเจนว่าข้อ 5 ที่ระบุว่าจะต้องเป็นบริษัทที่มีมีจอบิลบอร์ดทั่วประเทศ มีจอที่อยู่ในร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ ซึ่งมีอยู่ไม่กี่เจ้า ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสาธารณชนหมดแล้ว แต่ปลัดก็ยังไม่เห็นซึ่งก็ไม่เป็นไร

นางสาวรักชนก กล่าวว่า มีการก๊อปปี้ทีโออาร์จากกระทรวงอว. โครงการเนชั่นนอลเครดิตแบงก์ มาใช้ในโครงการนี้ ซึ่งคณะร่างทีโออาร์ ก็ยืนยันว่า มีการก๊อปมาใช้จริง โดยยืนยันว่า เป็นเรื่องการประชาสัมพันธ์ แต่ตนเองก็ยืนยันว่าโครงการดังกล่าวเป็นคนละโยชน์กับวัตถุประสงค์ เพราะเป็นการแจก AI ให้ประชาชน ไม่ใช่การทำธนาคารหน่วยกิตให้นักศึกษาในอนาคตได้แลกเปลี่ยนหน่วยกิตได้

นางสาวรักชนก กล่าวว่า หากวันที่มีการแถลงข่าว บริษัทที่มีนำเสนอ ก็เคยรวมกับบริษัทแพลนบีมาก่อน สิ่งที่บริษัทแพลนบี เคยทำคือโครงการแพลนบีเอไอพาสปอร์ตก่อนหน้านี้ และสามารถหาดูได้ในดังนั้น เมื่อเปิดเผยเรื่องนี้ออกไป ข้อมูลแอปพลิเคชันนี้ก็ถูกลบออกไป จึงตั้งข้อสังเกตว่า หากไม่ผิดจะลบสิ่งนี้ทำไม ซึ่งไปสอดคล้องกับที่จดทะเบียนของบริษัทแพลนบี กับบริษัท Human Intelligence เป็นที่เดียวกัน แถมยังมีผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงสุดท้ายเป็นคนคนเดียวกัน ดังนั้น จะให้เชื่อได้อย่างไรว่าไม่มีความผิดปกติอะไรเลย ซึ่งตอนนี้บอกว่าหากคิดด้วยสามัญสำนึกของปุถุชนคนธรรมดา ฟังแค่นี้ก็รู้สึกผิดปกติแล้ว แต่ปลัดกระทรวงดีอี ไม่รู้สึกว่ามีความผิดปกติแต่อย่างใด และบางคำถาม ได้ถามซ้ำสองถึงสามครั้ง แต่ปลัดดีอี ก็ยังไม่เห็นความผิดปกติอยู่ดี จึงตั้งข้อสังเกตอีกว่า สิ่งที่พูดมาอาจเข้าข่ายพ.ร.บ. มาตรา 4 หรือไม่ ที่ทำให้สิ่งนี้ไม่เป็นการแข่งขันที่สมบูรณ์

ทั้งหมดนี้ที่เรานำเสนอ ตนเองได้ทบทวนอีกครั้งในการประชุม และตั้งข้อสังเกตไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือสตง. ป.ป.ช. รวมไปถึงตั้งข้อสังเกตส่งไปหนังสือทั้งหมดไปให้ปลัดกระทรวงดีอีตอบกลับมาเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้ง ให้ยืนยันว่า ที่พูดมาทั้งหมด ไม่มีอะไรผิดปกติ

ขณะที่ประเด็นของ กมธ. การกฎหมายฯ นายรังสิมันต์ โรม ตั้งประเด็นว่าบริษัทที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 49% ของบริษัท human intelligence กับ บริษัท OUT Door media Investment ซึ่งบริษัทที่จุดจัดตั้งประเทศเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ก็ตั้งคำถามว่ามีการไปดูถึงว่าชื่อคนที่จัดตั้งเป็นใคร ซึ่งบอกว่าเป็นคนฮ่องกง แต่จริงแล้วไม่ใช่ แต่เป็นชื่อเดียวกันกับคนที่ถือหุ้นอยู่ในบริษัทแพลนบีเลย และในปี 2558 บริษัทแพลนบี เคยได้เขียนในงบการเงินเอาไว้ และตั้งข้อสังเกตว่ามีความคาบเกี่ยวทับซ้อนกันอยู่ และ กมธ.การกฎหมายฯ หลังจากนี้หากโครงการที่ส่อทุจริตคอร์รัปชั่นจริง สุดท้ายแล้ว จะต้องยักย้ายถ่ายโอนเงินออกไป ซึ่งจะโฟกัสเส้นทางทางการเงินและความถูกต้อง

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปกติไม่สามารถชี้ขาดได้ในที่ประชุม แต่เราเข้าใจข้อจำกัดนี้ จึงเตรียมข้อสังเกตกลับไปและส่งเอกสารที่เรามีตามให้อีกครั้ง

ส่วนการที่ กมธ. ตั้งข้อสังเกตหลายอย่างถึงความผิดปกติของโครงการ แต่ปลัดดีอียืนยันว่าทุกอย่างถูกต้อง ไม่สามารถยกเลิกโครงการได้นั้น นางสาวรักชนก กล่าวว่า เรื่องที่คนธรรมดา มีสามัญสำนึกในการรักษาผลประโยชน์สาธารณะ พึงตระหนักได้ ปลัดกระทรวงดีอีไม่ได้เห็นเหมือนคนปกติธรรมดาทั่วไป ยังยืนยันว่า ใช้หลักพิงเป็นระเบียบราชการทุกประการ สิ่งที่กมธ. รู้สึกคือเราไม่รู้จะถามอะไรแล้วในเมื่อปลัดดีอีย้ำมากกว่า 10 ครั้ง ว่าคงจะเดินหน้าต่อ และไม่พบเห็นความผิดปกติ

ส่วนที่ปลัดดีอีอยากให้เข้าใจระบบราชการ ทำถูกต้องตามขั้นตอนทุกอย่าง หากยกเลิกไปกลัวเอกชนมาฟ้องนั้น นางสาวรักชนก กล่าวว่า ในทีโออาร์มีข้อที่สามารถยกเลิกสัญญาได้ และหากเกิดการฟ้องร้อง อย่างไรก็ตาม ทีโออาร์รัฐคงได้เปรียบอยู่แล้ว ซึ่งปลัดก็รับประกันว่าโครงการที่ทำมา และโครงการภาครัฐส่วนใหญ่ ราชการได้เปรียบอยู่แล้ว เป็นสัญญาที่เอาเปรียบเอกชนอยู่แล้ว ดังนั้น สามารถอ้างอิงเรื่องนี้ในการยกเลิกสัญญาได้ ตนเองไม่ได้ขัดขวาง หากยินดีที่จะทำโครงการนี้ หากยืนยันว่าเป็นโครงการที่ดี เอไอจำเป็นต่อประเทศนี้ เราเห็นด้วยว่าประเทศนี้ประชาชนควรทดลองใช้ AI แต่เราเห็นด้วยแล้วว่ามีประโยชน์ แต่ท่านเห็นด้วยกับเราหรือไม่ ว่าโครงการนี้มีข้อผิดปกติ มีพิรุธเต็มไปหมด แต่ท่านใช้เลนส์เดียวกัน เห็นตรงกับเราได้ไหมว่ามันมีปัญหา เราไม่ขัดขวางถ้ายกเลิกโครงการนี้ แล้วไปตั้งโครงการในปีงบประมาณถัดไป หากนายกรัฐมนตรี เห็นความสำคัญของโครงการนี้ ค่อยไปของบในปีถัดไป หากจะทำ ก็ทำให้ตรงไปตรงมา เขียนทีโออาร์ให้ตรงไปตรงมา กระบวนการที่จะสอบว่ามีการฮั้วประมูล เอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายหนึ่งหรือไม่ ไปเคลียร์ให้ทุกอย่างไม่มีปัญหาก่อน งบประมาณตั้งมาปีไหนก็ได้ใช้ แต่เมื่อปีนี้มีปัญหาทำไมถึงเลือกที่จะลุยไฟและทำต่อ

ส่วนหลังจากนี้ ในนาม กมธ. สัปดาห์ต่อไปจะมีการนัดประชุมโดยอาจจะเชิญผู้ตรวจการแผ่นดิน สตง. ป.ป.ช. มาประชุมเรื่องนี้อีกครั้ง และเรียงเหตุการณ์ว่าจากการประชุมในวันนี้ เมื่อหน่วยงานมีพฤติกรรมดังกล่าว จะทำอย่างไร ส่วนในนามบุคคลนั้นจะมีการยื่นเรื่องนี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอีกครั้ง

ก่อนที่เจ้าตัวจะโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ข้อสรุปของการประชุมร่วม กมธ. วันนี้ คือ ท่านปลัดดีอี (นายพชร อนันตศิลป์) ไม่เห็นความผิดปกติอะไรเลย ในโครงการ TH-AI Passport”


คุณอาจสนใจ

Related News