เลือกตั้งและการเมือง
"ครม.เงา" งัดเอกสารประจาน "ไชยชนก" จับโกง TH-AI Passport "เท้ง" ซัด "อนุทิน" อย่าลอยตัวสั่งระงับโครงการ
2 ชั่วโมงที่แล้ว
14 views
15 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประกอบด้วย นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ , น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนายธีระชาติ ก่อตระกูล อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา พรรคประชาชน ครั้งที่ 6 ถึงการทุจริตในโครงการ TH-AI Passport
โดย น.ส.รักชนก เปิดหลักฐาน ซึ่งเป็นเอกสาร Meta Data ของไฟล์เอกสารเริ่มต้นโครงการคลิกออฟ TH-AI Passport ซึ่ง น.ส.รักชนก อ้างว่าเป็นเอกสารบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งอักษร B โดยระบุว่า เอกสารดังกล่าวฟ้องให้เห็นว่ามีการสร้างไฟล์ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2568 แต่จากข้อมูลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กลับมีการประชาพิจารณ์ในช่วงวันที่ 15 ธันวาคม 2568 และมีการประมูลในช่วงปลายเดือนธันวาคม ซึ่งแปลได้ว่ามีการทำงานกันมาก่อนหน้าที่จะมีการประมูลอยู่แล้ว
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ตนจึงคิดว่าโครงการนี้มากกว่าคำว่าส่อ แต่เป็นการทุจริตจริงๆ ดังนั้น ขอให้มีการทบทวนทีโออาร์ และฝากไปถึงโครงการในลักษณะเดียวกันของกระทรวงอื่นทั้งกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ซึ่งได้มีการทบทวนทีโออาร์ไปแล้ว รวมถึงโครงการในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ และหากจะเสนอให้เสนอผ่านการของบประมาณประจำปี ทั้งนี้ จะได้นำหลักฐานที่รวบรวมได้ไปยื่นต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อไป
ด้าน นายธีระชาติ ได้เปิดเอกสารโครงการดังกล่าว ซึ่งพบความผิดปกติว่า ในเอกสารชุดเดียวกันวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เอกสารที่ใช้สำหรับเสนอประชุม ครม.เศรษฐกิจ โครงการดังกล่าวกำหนดเปิดให้ลงทะเบียนภายใน 90 วัน และจะเริ่มให้บริการภายใน 120 วัน ขณะเดียวกันทีโออาร์ฉบับจริง เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 กลับมีการเปลี่ยนแปลงระยะเวลา โดยเปิดลงทะเบียนภายใน 30 วัน และเริ่มให้บริการภายใน 90 วัน ตนจึงขอตั้งคำถามว่าทำไมจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงระยะเวลาในการดำเนินโครงการ เพราะรัฐบาลท่านทราบใช่หรือไม่ว่าในช่วงวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ท่านเป็นได้เพียงรัฐบาลรักษาการ
ขณะที่ นายภาวุธ กล่าวว่า โครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI ในขณะนี้มีมูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท เพราะโครงการไม่ได้มีแค่ในกระทรวงดีอีฯ เท่านั้น ตนคิดว่างบประมาณในส่วนนี้สามารถเปลี่ยนประเทศไทยจากในฐานะผู้เช่าใช้ มาทำโครงสร้างพื้นฐาน AI ของประเทศได้ ซึ่งประเทศเราก็มี AI อยู่แล้ว ตนไม่เห็นด้วยที่จะซื้อ AI ต่างชาติผ่านคนกลาง แต่เห็นด้วยที่จะให้มีการจัดซื้อจัดจ้างแบบรัฐต่อรัฐ (G-to-G) นอกจากนี้ ตนขอเสนอให้รัฐทุ่มงบประมาณไปกับการสร้างทักษะคนทั้งกลุ่มคนทั่วไป กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และใช้ AI ในการจับทุจริต ผลักดันให้เป็นรัฐแพลตฟอร์ม ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ในส่วนของกระทรวงดีอีฯ ควรจะถอยตัวเองออกมา และเป็นผู้สร้างกรอบสร้างมาตรฐานกลางในเรื่อง AI
ด้าน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า รัฐบาลเคยประกาศให้ความสำคัญกับ AI แต่ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่เคยเรียกประชุมบอร์ด AI แม้แต่ครั้งเดียว โดยครั้งล่าสุดที่เคยเรียกประชุมอยู่ในยุคของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จากที่มีการแถลงมาทั้งหมด ตนคิดว่าเป็นการทำแบบขบวนการ มีการมอบประโยชน์ให้กับกลุ่มธุรกิจการเมือง ฉะนั้น ตนขอเรียกร้องไปยังรัฐบาล 3 ข้อ คือ 1.ระงับโครงการทันที เอาจริงกับการจัดการคอร์รัปชั่น หรือจะลอยตัวอยู่เหนือปัญหา ไม่รู้ ไม่เห็น เพราะต้องเกรงใจลูกชายของคนที่นายกฯ ยังต้องเกรงใจอยู่ 2.ปฏิรูปเงินนอกงบประมาณ และกองทุนดีอีฯ ให้มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ และ 3.เปลี่ยนจากการซื้อ เป็นการสร้าง
แท็กที่เกี่ยวข้อง เท้งณัฐพงษ์ ,ครม.เงา ,TH-AI Passport ,ไชยชนกชิดชอบ ,อนุทินชาญวีรกูล