เลือกตั้งและการเมือง

"ชัชชาติ" ปั่นจักรยานมารับสมัครผู้ว่าฯกทม. ไม่กดดันถูกวางเป็นตัวเต็ง 4 ปีมีผลงาน พร้อมสานต่อได้ทันที

2 ชั่วโมงที่แล้ว

33 views

เวลา 05.45 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ได้ปั่นจักรยานจากบ้านพักส่วนตัว ถึงศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยทันทีที่มาถึงได้ให้สัมภาษณ์ว่า พร้อม ไม่ได้ตื่นเต้นมาก หวังว่าจะเป็นวันที่ดี ส่วนที่ถูกวางเป็นตัวเต็งตน มองว่ายังไม่แน่ เพราะยังมีเวลาหาเสียงอีกตั้ง 1 เดือน การเมืองไม่แน่นอน อะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่หน้าที่เราคือพยายามทำให้ดีที่สุด ให้ประชาชนตัดสินใจ ตนก็บอกกับทีมงานว่าไม่ต้องไปสนใจเรื่องของโพล แต่ให้นำข้อตำหนิมาปรับปรุง เพราะต้องทำงานอีกเยอะ หัวใจคือต้องทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนกทม. และนั่นคืองานยาก ในการทำนโยบายให้ตอบโจทย์กับคนกทม. ส่วนหมายเลขได้หมายเลขอะไรก็ได้

เมื่อถามว่าอีก 4 ปีข้างหน้า อยากจะเปลี่ยนแปลงหรือเปลี่ยนอะไรหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า อยากนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด 4 ปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานในหลายด้าน จากนี้ก็อยากจะกระโดดด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม ทั้งเรื่องคุณภาพชีวิต เรื่องโครงสร้างระบบเมือง เรื่องเศรษฐกิจ เพราะเมืองคือตลาดแรงงานต้องมีเศรษฐกิจที่ดี มีการดึงดูดคนเก่งๆบริษัทดีๆ เพื่อให้เกิดการจ้างงาน นอกจากนี้ยังต้องมีระบบเศรษฐกิจข้างถนน คือเศรษฐกิจที่มาหล่อเลี้ยงคนทำงาน ต้องทำคู่ขนานกันให้เข้มแข็ง เศรษฐกิจของภูมิภาคเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคให้ได้

เมื่อถามว่าหากได้รับเลือกให้เป็นผู้ว่าฯกทม.ต่อจะทำอะไร นายชัชชาติ กล่าวว่า มี 250 เรื่อง ที่จะทำทันที กทม.ไม่ใช่เรื่องเดียวที่จะตอบโจทย์ทุกคนได้ เพราะมีประชากรต้องดูแลเป็นหลักสิบล้านคน ทุกคนก็มีปัญหาของตนเอง ผู้สูงอายุ เด็ก การศึกษา ผู้ป่วย จึงต้องมีนโยบายที่พร้อมจะเดินหน้าขณะเดียวกันช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ก็มีการคิดนโยบายเพิ่ม ซึ่งคิดว่าวันแรกก็สามารถเดินหน้าได้เลย แต่สิ่งสำคัญที่เป็นหัวใจคือต้องมีแผนที่ชัดเจน มีพนักงานและข้าราชการอยู่รวมกว่า 70,000 คน หากทุกคนมีเป้าหมายชัดเจน วันแรกตื่นมาก็จะรู้แล้วว่าต้องทำอะไร ซึ่งจะทำให้งานเดินได้ทันที

เมื่อถามว่าแผนบางอย่างจะต้องมีการเชื่อมกับรัฐบาล นายชัชชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีปัญหา เพราะเราเป็นอิสระทำงานได้กับทุกคน แต่ก็จะมีบางโครงการที่เป็นศูนย์ขนาดใหญ่หรือที่สาธารณะขนาดใหญ่ ก็อาจจะเกินความสามารถ จึงจำเป็นต้องประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือเรื่องน้ำทะเลหนุนกรุงเทพฯ ก็ต้องคุยกับหน่วยงานซึ่งเราพร้อม เพราะเราไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับการเมืองใหญ่ เราจะทำการเมืองท้องถิ่นให้ดี ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยผลักดันกับรัฐบาลได้ กรุงเทพฯดีเศรษฐกิจประเทศก็จะดีขึ้นมาด้วย ส่วนปัญหาเรื่องน้ำท่วมก็ยังไม่ทิ้งทางเส้นเลือดฝอยและเส้นเลือดใหญ่ ยังมีประมาณอีก 20% ที่ต้องทำต่อ จุดฟันหลอแม่น้ำเจ้าพระยา ก็ยังมีอีกประมาณ 20 จุดที่ต้องอุด นอกจากนี้ก็ยังมีโครงการอุโมงค์ระบายน้ำอีกประมาณ 5 แห่ง ซึ่งถือว่าทำไปได้ค่อนข้างเยอะ

นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า ถ้าหากจะให้นิยามกรุงเทพฯ วันนี้ก็จะบอกว่า "กรุงเทพฯทำงาน" ความหมายคือต้องทำงานที่ผ่านมาตนเชื่อว่า มันสำเร็จในระดับหนึ่ง จึงจะต้องทำงานต่อไป ทุกคนก็จะต้องมุ่งมั่นทำเต็มที่ทำด้วยใจ เพื่อหวังให้กรุงเทพฯดีขึ้น ซึ่งส่วนตัวไม่กดดันแต่จะทำให้ดีที่สุด หากคนกทม.เลือกต่อเราก็ทำงานต่อ หากไม่เลือกก็มีอย่างอื่นทำ ไม่กดดันอะไรเลย เพราะไม่มีภาระอะไรต้องแบก หรือต้องแบกพรรคการเมือง "ถ้าไม่ได้ก็แค่ชัชชาติและทีมไม่ได้เท่านั้นเอง"

เมื่อถามว่ามีคู่แข่งถามว่า 4 ปีที่ผ่านมาทำอะไรไว้บ้าง นายชัชชาติ กล่าวว่า ก็ต้องอธิบาย หากดูหลายเรื่องก็ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น เราไม่ได้ทำเรื่องเดียว ถ้าเกิดอยากรู้และตั้งใจดู ก็พอเห็นบ้าง

เมื่อถามว่ามี challenge กับตัวเองหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า วันนี้โลกเปลี่ยน เราต้องแข่งกับเมืองทั่วโลก เพราะโลกเปลี่ยนทุกเมืองเปลี่ยนแปลง ทุกคนต้องแข่งขัน ดึงคนเก่งดึงธุรกิจดีๆ เราแข่งกับตัวเองไม่พอ ซึ่งตนมองว่าความน่าอยู่ของกรุงเทพฯตอนนี้ก็ดีขึ้น แต่ก็ยังต้องเพิ่มประสิทธิภาพลดเรื่องการทุจริต พัฒนาธุรกิจต่างๆให้ดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการทุจริตที่เป็นเรื่องฝังรากลึก 4 ปีที่ผ่านมา พวกตนทำงานอย่างหนักร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ไล่คนทุจริตออกไปกว่า 41 คน แต่ก็ยังทำต่อ และดึงเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามา ให้เป็นระบบออนไลน์ แม้จะดีขึ้นแต่ก็คิดว่าไม่มีทางหมด จึงจำเป็นต้องเดินหน้าต่อเพราะเป็นเรื่องของบุคคลด้วย ส่วนเรื่องของเศรษฐกิจก็ต้องทำต่อ เพราะที่ผ่านมาเราไม่มีอำนาจไปแจกเงินให้คน เราจึงต้องแจกความรู้และโอกาส จึงมีโครงการต่างๆ เข้ามาสนับสนุนคนที่สนใจ

เมื่อถามถึงทีมบริหารชุดเดิมยังร่วมการทำงานต่อหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ก็ยังช่วยกันทำงานก่อนจะพูดแกลมแซวว่า ขอดูผลงานช่วงเดือนนี้ก่อน ซึ่งเย็นวันนี้ก็จะมีการเปิดตัวทีมงาน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะรองผู้ว่าฯแต่จะมีหลากหลาย เพราะเรามีคนเก่งๆเยอะมาอยู่ในทีมผู้บริหารด้วย นับร้อยคนแต่บางคนก็ไม่อยากเปิดตัว ซึ่งเย็นนี้ก็จะได้เห็นเพราะมีความหลากหลาย ทั้งนักวิชาการ ศิลปิน ที่จะมาช่วยงานกัน ตนไม่มีขอบจำกัดสำหรับคนที่จะมาช่วย เพราะมาด้วยใจทำงานอย่างอิสระ

ส่วนเรื่องของขลังวันนี้ไม่มีพกอะไรมา การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ก็มีคนให้พระเหนือดวง จตุคามรามเทพมา แต่วันนี้ไม่ได้หยิบมา เพราะมีคนบอกว่าหากหยิบมาก็จะได้เบอร์ดี แต่ตนมองว่าเบอร์อะไรก็ได้ เหมือนเดิม และหากได้เป็นผู้ว่าฯ ตนก็จะเป็นเหมือนเดิม คือเป็นผู้ว่าฯติดดิน ลุยพร้อมรับใช้ประชาชน ทุกคนคือเจ้านายเรา นั่นคือหัวใจ ซึ่งตนเคยพูดเมื่อ 4 ปีที่แล้วว่า จะต้องรับใช้ประชาชนทุกคนไม่ว่าจะเลือกหรือไม่เลือกเรา และหวังว่าจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง แต่ 4 ปีที่ผ่านมา ก็อาจจะมีคนผิดหวังบ้างแต่ก็เชื่อว่ามีคนที่ไม่ผิดหวัง ให้โอกาสเราทำงานต่อไป

ส่วนนโยบาย นายชัชชาติ กล่าวว่า เรามี vision คือเมืองที่สร้างโอกาส และความหวังสำหรับทุกคน คือมี 4 ด้าน คน เมือง ระบบ และเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีการเดินหน้าหลายๆโครงการ รวมถึงการปรับปรุงลานคนเมืองให้เป็นพิพิธภัณฑ์เมือง เพราะมีนโยบายที่จะย้ายสาระว่าการกทม.มาที่ดินแดง 2 ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งครั้งแรกแล้ว แต่ที่ดินแดงยังไม่พร้อม นอกจากนี้ก็จะมีนโยบายอื่นๆเพื่อรองรับเนื่องจากเราไม่สามารถมีนโยบายในน้อยๆ เพื่อตอบโจทย์คน 10 ล้านคนได้ ตนมองว่า 250 นโยบายบวก เราได้กลั่นกรองมาทุกมิติ ดูแลทางผู้สูงอายุที่สำคัญคือต้องนำภาคเอกชนเข้ามาร่วม ว่าจะสามารถจ้างผู้สูงอายุเข้าทำงานได้หรือไม่ โดยมีเป้าหมายในการจ้างผู้สูงอายุประมาณ 10,000 คน จึงจำเป็นต้องนำภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่ง 4 ปีที่ผ่านมาเราสามารถสร้างความไว้วางใจได้อย่างดีในการทำงานร่วมกันกับภาคเอกชน ก็เชื่อว่าจะทำให้มีพลังกระโดด แต่ไม่ใช่เฉพาะแรงกระโดดจากกทม. แต่คือมีภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม

นายชัชชาติ ยังเปิดเผยด้วยว่า เมื่อคืนนอนไม่หลับ นอนไป 2 ชั่วโมง เปลี่ยนสไลด์ข้อมูล เนื่องจากต้องเตรียมสไลด์ข้อมูล ส่วนบุตรชาย น้องแสนดี ตอนนี้ก็ตัวใครตัวมัน ไปลั้นลาอยู่ไหนก็ไม่รู้

จากนั้น นายชัชชาติ ได้ไปไหว้พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ เข้าไปก่อนที่จะเข้าไปจัดการเอกสารรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร

คุณอาจสนใจ

Related News