เลือกตั้งและการเมือง

“พิพัฒน์” โชว์วิสัยทัศน์บนเวทีโลก ลั่น “แลนด์บริดจ์-รถไฟข้ามพรมแดน” พาไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ

2 ชั่วโมงที่แล้ว

13 views

“พิพัฒน์” รมว.คมนาคม โชว์วิสัยทัศน์กลางเวทีระดับโลก ดันระบบรางเชื่อมไทย-ภูมิภาค ชูโครงการ “แลนด์บริดจ์-รถไฟข้ามพรมแดน” จะพาไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ประกาศความมุ่งมั่นบนเวทีระดับภูมิภาคในงาน Asia Pacific Rail 2026 เพื่อตอกย้ำเป้าหมายของรัฐบาลในการเดินหน้ายกระดับ "ระบบราง" ให้เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ และการเชื่อมโยงโครงข่ายโลจิสติกส์ของประเทศและภูมิภาคอาเซียน โดยมีสาระสำคัญ ประกอบด้วย

1. การต่อรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง โดยกระทรวงคมนาคมกำลังเร่งผลักดันโครงข่ายรถไฟทั่วประเทศ โดยโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 1 (กว่า 993 กม.) เปิดให้บริการแล้ว 6 เส้นทาง และกำลังเดินหน้าต่อเนื่องในระยะที่ 2 อีก 7 เส้นทาง (รวม 1,479 กม.)

2. ยกระดับรถไฟฟ้าเขตเมือง สู่สังคมไร้เงินสดเต็มรูปแบบ สำหรับคนกรุงเทพฯ และปริมณฑล กระทรวงคมนาคมเดินหน้าแผนแม่บทรถไฟฟ้า 14 สาย (รวม 554 กม.) ซึ่งปัจจุบันเปิดใช้แล้วกว่า 280 กม. และกำลังเร่งรัดสายสีส้มและสีม่วงใต้ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง นอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยีบัตรแตะจ่ายระบบ EMV Contactless มาใช้ เพื่อให้ประชาชนเดินทางข้ามสายรถไฟฟ้าและขนส่งสาธารณะอื่นๆ ได้ด้วยบัตรใบเดียว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สังคมไร้เงินสดและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

3. ศึกษาโครงการ "แลนด์บริดจ์" และการเชื่อมโยงข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นเป้าหมายใหญ่ของไทยในการเป็น "ศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ระดับโลก" รัฐบาลจึงเดินหน้าศึกษาโครงการอีกครั้งหนึ่ง ในการเชื่อมท่าเรืออ่าวไทย (ชุมพร) และอันดามัน (ระนอง) ด้วยระบบรางและทางหลวง เพื่อลดเวลาและต้นทุนการขนส่งสินค้า พร้อมกันนี้ ยังมุ่งพัฒนาโครงข่ายรถไฟข้ามพรมแดน (ไทย-มาเลเซีย และ ไทย-ลาว-จีน) เพื่อดึงดูดการลงทุนและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน

4. พัฒนานวัตกรรมไทย มุ่งสู่พลังงานสะอาด (Net Zero) เพื่อให้ระบบรางของไทยก้าวสู่มาตรฐานสากล สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางฯ (สทร.) กำลังเร่งรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี และส่งเสริมการผลิตชิ้นส่วนรถไฟในประเทศ พร้อมเปิดกว้างให้เอกชนทั้งในและต่างประเทศร่วมลงทุนแบบ PPP เพื่อนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและนวัตกรรมสีเขียวมาใช้ สอดรับกับเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ของโลก

5. สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 253 กิโลเมตร อยู่ระหว่างก่อสร้างและคาดว่าจะก่อสร้างงานโยธาและติดตั้งระบบ เพื่อทดลองเดินรถและเปิดให้บริการได้ ภายในปี 2574 เนื่องจากต้องเร่งการก่อสร้างงาน สัญญา 4-5 (ช่วง บ้านโพ – พระแก้ว และสถานีอยุธยา) และสัญญา 4-1 (บางซื่อ - ดอนเมือง) ขณะที่ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย ระยะทางประมาณ 356 กิโลเมตรอยู่ในขั้นตอนการเตรียมประกวดราคาเพื่อขับเคลื่อนโครงการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

คุณอาจสนใจ

Related News