เลือกตั้งและการเมือง

“วีระยุทธ” ชี้ แลนด์บริดจ์เสี่ยงคุ้มค่าต่ำ-หวั่นซ้ำรอย EEC “ภคมน” ข้องใจ หลังเร่งรัด-กว้านซื้อที่ดิน

2 ชั่วโมงที่แล้ว

20 views

“วีระยุทธ” สส.และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ชี้ “แลนด์บริดจ์” เสี่ยงคุ้มค่าต่ำ-หวั่นซ้ำรอย EEC เตือนอย่าทิ้งไพ่ยุทธศาสตร์ให้มหาอำนาจ ด้าน “ภคมน” สส.และโฆษกพรรค ซัด รัฐขายฝันซ่อนนิคมฯ ใต้ พ.ร.บ. SEC ข้องใจ หลังเร่งรัด-กว้านซื้อที่ดิน ขณะ “พิศาล” ย้ำต้องใช้เป็นไพ่ต่อรองเพิ่มอำนาจไทย ไม่ใช่แค่ทางผ่าน

นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส. บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวภายหลังการประชุมครม.เงา กล่าวถึงโครงการแลนด์บริดจ์ที่นายกรัฐมนตรีให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไปศึกษาเพิ่มเติมอีก 90 วัน ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ นอกจากเรื่องแลนด์บริดจ์ แล้วยังมีเรื่องที่ครอบแลนด์บริดจ์ออกไปอีก 2 ชั้น ที่สังคมควรจะพิจารณา คือ 1. โครงการแลนด์บริดจ์อยู่ภายใต้โครงการ พ.ร.บ. SEC หรือระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ซึ่งเป็นโครงการที่คล้ายกับโครงการ EEC ที่เกิดขึ้นที่ภาคตะวันออกมาแล้วเป็นการให้อำนาจพิเศษในการบายพาสข้ามผ่านกฎหมายเก่าที่มีอยู่แทบทั้งหมดซึ่งเสี่ยงจะซ้ำรอยกับปัญหาภาคตะวันออกหรือไม่

2. ปัจจัยทางภูมิประเทศศาสตร์ เมื่อดูรายงานฉบับล่าสุดความคุ้มค่าทางการเงินนั้นมีความเสี่ยงจริงๆ อัตราผลตอบแทนทางการเงินเพียง 4% เท่านั้น ใน ขณะเดียวกันถ้าดู มูลค่าปัจจุบันสุทธิติดลบ 40,000 ล้านบาทด้วยซ้ำ ดังนั้นความคุ้มค่าทางการเงินค่อนข้างเสี่ยงที่จะมีใครมาลงทุน ดังนั้นรัฐบาลจึงนำปัจจัยภูมิประเทศเข้ามาร่วมพิจารณา การนำเหตุผลนี้มาของรัฐบาลถือว่าฟังขึ้น แต่ก็เป็นข้อกังวล กับแนวทางที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าไปเพราะนี่คือไพ่สำคัญของประเทศไทยเราไม่ควร ทิ้งไพ่ใบสำคัญนี้ให้กับชาติมหาอำนาจชาติใดชาติหนึ่งจะยิ่งเป็นความเสี่ยงให้เราเกิดจุดเปราะบางทั้งในเชิงพลังงานและความมั่นคงในอนาคตรัฐบาลจึงจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยนี้อย่างรอบคอบถ้าจะทำด้วยปัจจัยภูมิประเทศควรจะใช้โอกาสนี้ในการวางจุดยุทธศาสตร์ใหม่ของไทยกระจายความเสี่ยงเป็นจุดร่วมลงทุนของประเทศต่างๆทั้งในเชิงเทคโนโลยีและเชิงประเทศที่จะมาร่วมลงทุน ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้ควรนำมาพิจารณาในโครงการ แลนด์บริดจ์

ด้าน นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน กล่าวว่า เราไม่ได้ ขวางการพัฒนา แต่ต้องรู้ทันรัฐบาลและต้องมองภาพใหญ่กว่าแลนด์บริดจ์ว่าสิ่งที่รัฐบาลต้องการจริงๆ อาจจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นภายใต้ พ.ร.บ.SCC วันนี้รัฐบาลอย่าใช้โอกาสนี้เอาจุดอ่อนของภาคใต้มาขายฝัน แน่นอนว่าคนใต้ต้องการเครื่องจักรทางเศรษฐกิจตัวใหม่ต้องการการต่อยอดจากฐานทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ต้องการให้มีการสร้างงานสร้างเศรษฐกิจสร้างรายได้แต่การที่เอาแลนด์บริดจ์มาโฆษณาโดยไม่ได้พูดถึง ที่มาที่ไป จะมีอะไรเกิดขึ้นก่อนแลนด์บริดจ์ นี่เป็นการขายฝันและฉวยโอกาสมากเกินไป การที่พูดแค่ว่าสร้างเศรษฐกิจสร้างเม็ดเงินต้องตอบให้ได้ว่าเม็ดเงินที่สร้างสร้างให้กับใครแล้วถ้าจะใช้โมเดล EEC มีบทเรียนให้เห็นอยู่แล้วว่าใครจะการันตีว่าบทเรียนที่จะเกิดขึ้นที่ภาคตะวันออกจะไม่เกิดขึ้นซ้ำในภาคใต้

เสียดายที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไม่ได้ลงพื้นที่ภาคใต้ในวันที่ 8 พ.ค. นี้แล้ว เพราะอยากให้รัฐมนตรีลงพื้นที่รับฟังประชาชนจริงๆ ไม่ใช่ประชาชนจัดตั้ง ถ้าไม่รู้ว่าจะไปรับฟังตรงไหนแนะนำให้ไปที่ อ่าวเคยหรอจังหวัดระนอง ซึ่งประชาชนพร้อมจะให้ข้อมูลและขณะนี้ทราบว่า 2-3 เดือนที่ผ่านมามีการกว้านซื้อที่ดินไปแล้ว 500 ไร่จากบริษัทโดมินีที่คนในพื้นที่รู้จักกันในนามของอาม่า

“ดิฉันคิดว่าท่านเป็นรัฐมนตรีท่านเชี่ยวชาญในภาคใต้ท่านหาเจอแน่นอนถ้าท่านจะไปจริงๆ สุดท้ายเชื่อว่าเรื่องนี้รัฐบาลไม่มีความจริงใจและไม่มีความรับผิดชอบต่อสาธารณะทุกอย่างดูเร่งรีบเร่งรัดไปหมดและเมื่อสื่อมวลชนถามกับนายกรัฐมนตรีล่าสุดว่าจะยืนยันและการันตีได้อย่างไรว่าโครงการนี้จะไม่เป็นการเอื้อให้กับคุณไม่ให้ทุนต่างชาติเข้ามาเข้าที่ดินนายกรัฐมนตรีกลับตอบว่าให้ดูหน้าท่าน แล้วบอกว่า 7-8 ปีที่ผ่านมาในการทำการเมืองที่ผ่านมาท่านไม่เคยเอื้อประโยชน์ให้กับใคร ฉันคิดว่าการตอบแบบนี้มักง่ายไปหน่อย เอาแค่หน้าท่านมาการันตีว่าท่านจะไม่ทำเพื่อใครดิฉันว่าวันนี้สิ่งที่เราพูดกันคือผลประโยชน์ของประชาชนต้นทุนคือทรัพยากรของประเทศมันต้องมีการยืนยันด้วยข้อเท็จจริงมากกว่าการที่บอกว่าตัวเองเป็นคนดี ให้เชื่อฉันสิ ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้รัฐบาลไม่มีความจริงใจตั้งแต่แรก“

ด้าน นายพิศาล มาณวพัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา ให้ความเห็นเกี่ยวข้องกับภูมิรัฐศาสตร์ ว่า ภูมิรัฐศาสตร์ถ้ามหาอำนาจที่รู้ว่าการลงทุนมหาศาลมันไม่คุ้มค่าในแง่ของเศรษฐกิจการลงทุนเม็ดเงิน แต่ยังพร้อมที่จะมาลงทุนยิ่งทำให้รัฐบาลต้องมีความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น และการต่างประเทศเป็นเรื่องของการต่อรอง ซึ่งการต่อรองคือการใช้จุดแข็งของประเทศมาเป็นไพ่ในการต่อรอง จุดแข็งของประเทศก็เป็นเรื่องของที่ตั้ง ซึ่งตนยืนยันว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่มีที่ตั้งสำคัญและสามารถใช้เป็นไพ่ ถ้าเล่นเป็น กับมหาอำนาจทั้งสองฝ่ายได้อย่างชัดเจน ทั้งเรื่องทรัพยากร ขนาดเศรษฐกิจ รวมถึงความสามารถของผู้นำที่จะใช้ไพ่และสร้างไพ่ให้เป็นประโยชน์ แลนด์บริดจ์จะเป็นการสร้างไพ่ ส่วนจะเป็นประโยชน์หรือไม่ ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าไพ่ใบนี้ที่สร้างขึ้นมาใหม่ทำให้พลังต่อรองของประเทศไทยกับมหาอำนาจที่มาลงทุน และมหาอำนาจประเทศอื่นที่ไม่ได้มาลงทุนมากขึ้นหรือน้อยลง รวมถึงทำให้ไทยเป็นที่น่าเกรงใจและเป็นแหล่งดึงดูดเงินทุนเทคโนโลยีจากนานาประเทศมากขึ้นหรือน้อยลง และทำให้เราเป็นเพียงทางผ่านหรือส่วนต่อทางเศรษฐกิจ หรือเราสามารถที่จะกำหนดแนวทางที่เป็นอิสระได้มากขึ้น

นายพิศาล กล่าวต่อว่า ถ้าการต่างประเทศของเรามีพลังต่อรอง จะทำให้เราสง่างามทำให้เราสามารถที่จะลดความเกรงใจที่เรามีกับมหาอำนาจ และจะทำให้มหาอำนาจจะมีความเกรงใจเรามากขึ้น ถ้าตอบคำถามทั้งหมดนี้ได้เราดีขึ้นหมดและเราจะสอบผ่านด้านภูมิรัฐศาสตร์

คุณอาจสนใจ

Related News